วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ป.ป.ช.แถลงปิดสำนวน กางหลักฐานมัด 2 อดีต ส.ส.พท. นัดลงมติพรุ่งนี้

สนช.ปิดสำนวนถอดถอน 2 อดีต ส.ส.เพื่อไทย ป.ป.ช.ตอก “นริศร” แก้ตัวเลื่อนลอย ใช้คลิปตัดต่อเสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน ย้ำ “อุดมเดช” ใช้ร่างปลอมแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มา ส.ว. ขณะเจ้าตัว ยัน ทำถูกต้อง อัดใช้วาทกรรมร่างปลอม

วันที่ 3 พ.ย. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. เป็นประธานการประชุมเพื่อดำเนินการกระบวนการถอดถอน นายนริศร ทองธิราช อดีต ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย กรณีการเสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน และนายอุดมเดช รัตนเสถียร อดีต ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย กรณีสลับสับเปลี่ยนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2550 เรื่องที่มา ส.ว.โดยมิชอบ โดยเป็นขั้นตอนการรับฟังการแถลงปิดสำนวนด้วยวาจาของ ป.ป.ช.ในฐานะผู้กล่าวหากับ นายนริศร และนายอุดมเดช ในฐานะผู้ถูกกล่าวหา

จากนั้น น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. เป็นตัวแทน ป.ป.ช. แถลงปิดสำนวนคดีนายนริศร ว่า การไต่สวนของ ป.ป.ช. รับฟังได้ว่า นายนริศร ทำผิดจริงปรากฏตามคลิปใช้บัตรลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ 3 ใบ หมุนเวียนเสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน มีเจตนาทุจริตออกเสียงให้การลงคะแนนเป็นไปโดยมิชอบ การอ้างว่าเป็นคลิปตัดต่อ เป็นการอ้างเลื่อนลอย เพราะสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบแล้วระบุว่า ไม่มีการตัดต่อแก้ไขคลิป ส่วนที่นายนริศร ระบุ เป็นโรคมือยุกยิกไม่สามารถรับฟังได้ สมควรที่ สนช.จะแสดงความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายถอดถอน นายนริศร

ขณะที่นายนริศร ทองธิราช อดีต ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย แถลงปิดสำนวนว่า มีบัตรลงคะแนนหลายใบ แต่เป็นบัตรของตัวเอง คือ บัตรลงคะแนนจริง และบัตรสำรอง ที่ผ่านมามักกดลงคะแนนหลายครั้งเป็นประจำ แต่ไม่ว่าจะกดลงคะแนนอย่างไร คะแนนที่ออกมาจะมีแค่คะแนนเดียว แต่ไม่ได้กดบัตรลงคะแนนแทนคนอื่น เป็นการกล่าวหาแบบเลื่อนลอย ทั้งพยานเอกสาร พยานวัตถุ พยานบุคคลพิสูจน์ไม่ได้ว่าตนกดบัตรแทนใคร ตนถูกกลั่นแกล้ง เพราะมีสมาชิกรัฐสภาหลายร้อยคน แต่ถูกถ่ายคลิปคนเดียว เวลานี้มีข่าวมาแล้วว่า ตนจะถูก สนช.ถอดถอน 250 ต่อ 0 และอัยการเตรียมฟ้องดำเนินคดีทางอาญาแล้ว โปรดให้ความยุติธรรมด้วย เพราะตอนนี้เกิดความยุติธรรมแบบเลือกข้าง อีกข้างทำอะไรถูกหมด อีกข้างทำอะไรผิดหมด ยืนยันว่าไม่มีการกดบัตรแทนคนอื่น ขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

ต่อมา น.ส.สุภา แถลงปิดสำนวนในส่วนคดีนายอุดมเดชว่า จากการไต่สวนพบว่า การเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องที่มา ส.ว. ฉบับที่เข้าชื่อเสนอแก้ไขกับฉบับที่นำเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา มีเนื้อหาไม่ตรงกัน ร่างที่นำเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภาเป็นร่างปลอม เพราะไม่มีการลงชื่อรับรองจากสมาชิกรัฐสภา และมีการแก้ไขเนื้อหาสาระสำคัญให้ ส.ว.ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ขณะนั้น ลงสมัคร ส.ว.ได้โดยไม่ต้องเว้นวรรค ทำให้ร่างรัฐธรรมนูญที่เสนอเข้ามาขัดรัฐธรรมนูญปี 50 มาตรา 291 ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยว่า ร่างฉบับที่ประชุมรัฐสภารับหลักการเป็นไปโดยมิชอบ เพราะไม่มีสมาชิกรัฐสภารับรอง ซึ่งคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญมีผลผูกพันทุกองค์กร

ขณะที่ นายอุดมเดช รัตนเสถียร อดีต ส.ส.นนทบุรี แถลงปิดสำนวนว่า หลังจากยื่นขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว.แล้ว มีสมาชิกมาทักท้วงว่าเนื้อหาไม่ครบถ้วนตามที่แถลงไว้ จึงย้อนกลับไปดูตัวร่างพบว่า ไม่ตรงกับที่หารือไว้ เพราะตั้งใจแก้ให้ ส.ว.มาจากการเลือกตั้ง 200 คน และสามารถลงสมัครเลือกตั้งได้ โดยไม่ต้องรอเว้นวรรค จึงเป็นที่มาของการปรับปรุงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ จึงประสานไปยังเจ้าหน้าที่สภา เพื่อขอปรับปรุงร่างให้สมบูรณ์โดยทำเปิดเผย ไม่ได้แอบทำ ตนแค่ปรับปรุงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ถูกต้อง สามารถทำได้ ตราบใดที่ประธานรัฐสภายังไม่บรรจุเรื่องเข้าสู่วาระ แต่ถูกวาทกรรมกล่าวหาว่า เปลี่ยนหรือสลับร่างเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง

หลังการแถลงปิดสำนวนของทั้งสองฝ่าย นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. แจ้งต่อที่ประชุมว่า ที่ประชุม สนช.จะนัดลงมติถอดถอนทั้งสองกรณีหรือไม่ ในวันที่ 4 พ.ย.นี้ 

สนช.ปิดสำนวนถอดถอน 2 อดีต ส.ส.เพื่อไทย ป.ป.ช.ตอก “นริศร” แก้ตัวเลื่อนลอย ใช้คลิปตัดต่อเสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน ย้ำ “อุดมเดช” ใช้ร่างปลอมแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มา ส.ว. ขณะเจ้าตัว ยัน ทำถูกต้อง อัดใช้วาทกรรมร่างปลอม 3 พ.ย. 2559 14:19 3 พ.ย. 2559 14:39 ไทยรัฐ