วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แอมเนสตี้ ผิดหวัง พ.ร.บ.คอมฯ ม.14(1) จับตา สนช.ผ่านร่างฯหลังสิ้นพ.ย.

แอมเนสตี้ พบเนื้อหาเดิมที่มีปัญหาของมาตรา 14(1) ในร่างแก้ไข พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กลับมาแล้ว หลังถูกแก้ไขให้ดีขึ้นในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา พร้อมชวนประชาชนจับตาเส้นตาย ผ่าน พ.ร.บ. สิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ค้นพบว่ามาตรา 14(1) ใน “พระราชบัญญัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่..) พ.ศ. ...” ซึ่งแอมเนสตี้และประชาชนทั่วไปมีความเป็นห่วงนั้น ถูกแก้ไขเนื้อหาให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกครั้งในร่างแก้ไข พ.ร.บ.ดังกล่าว ฉบับวันที่ 30 กันยายน 2559 หลังคณะกรรมการพิจารณาร่างฯ อ้างว่าได้แก้ไขให้ได้มาตรฐานสิทธิมนุษยชนสากล และเป็นไปตามเจตนารมณ์ที่แท้จริงของตัว พ.ร.บ.มากขึ้นแล้ว ตามเอกสารที่แจกในงานสัมมนารับฟังความคิดเห็นที่ สนช.จัดขึ้น เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2559

นางปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เปิดเผยว่า “ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการพิจารณาร่างฯ ได้เพิ่มความชัดเจนของมาตรา 14(1) เมื่อสิงหาคมที่ผ่านมา ด้วยการระบุเงื่อนไขพิเศษว่า ต้องเป็นการกระทำเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินของผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม ซึ่งตรงกับเจตนารมณ์ของการบังคับใช้ที่รองรับการกระทำผิดโดยการหลอกลวง ฉ้อโกง และปลอมแปลงข้อมูลไม่ใช่การหมิ่นประมาท และจะทำให้กฎหมายฉบับนี้สอดคล้องกับหลักการสิทธิมนุษยชนสากลมากขึ้น เราจึงผิดหวังอย่างมาก ที่สุดท้ายเงื่อนไขพิเศษดังกล่าวถูกตัดทิ้ง”

มาตรา 14(1) ใน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ที่ผ่านมา มีปัญหาการถูกตีความอย่างกว้างขวาง และมักถูกพ่วงเข้ามาในการฟ้องร้องคดีหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งเป็นการบังคับใช้กฎหมายที่ซ้ำซ้อน ผิดวัตถุประสงค์ของมาตรานี้ ที่ร่างขึ้นมาเพื่อปราบปรามการหลอกเอาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต หรือ “ฟิชชิ่ง” (Phishing) อีกทั้ง ยังเพิ่มภาระโทษให้จำเลย และเพิ่มคดีความในชั้นศาลและสิ้นเปลืองทรัพยากรโดยไม่จำเป็น

นับตั้งแต่บังคับใช้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ถูกนำมาใช้ควบคู่กับกฎหมายหมิ่นประมาทมากมาย ไม่เว้นแม้แต่ในคดีที่เป็นการใช้เสรีภาพในการแสดงออกปกป้องสิทธิมนุษยชนในประเทศ ยกตัวอย่าง เช่น กรณี นายอานดี้ ฮอลล์ นักปกป้องสิทธิแรงงานข้ามชาติชาวอังกฤษ ที่ถูกศาลตัดสินจำคุกสามปี และปรับ 150,000 บาท จากการเผยแพร่รายงานวิจัยเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรงโดยโรงงานไทย และกรณีของ นางสาวนริศราวัลถ์ (เมย์) แก้วนพรัตน์ ที่ถูกสั่งฟ้องกรณีโพสต์เรียกร้องความเป็นธรรมให้กับน้าชาย ซึ่งเป็นพลทหารที่เสียชีวิตในค่ายทหารที่จังหวัดนราธิวาส เป็นต้น

นอกจากมาตรา 14 (1) ที่กล่าวถึงแล้วยังมีมาตราอื่นๆ ในร่างแก้ไข พ.ร.บ.ฉบับนี้ ที่ยังมีเนื้อหาคลุมเครือที่ยากต่อการตีความ และอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อพื้นที่ความเป็นส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็นของประชาชน

สำหรับความเคลื่อนไหวล่าสุด คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. … ได้มีมติเลื่อนการพิจารณาออกไปอีก 30 วัน จนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน 2559 โดย แอมเนสตี้ ขอเชิญชวนประชาชนให้ร่วมจับตามองกันต่อไป

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2559 ที่ผ่านมา แอมเนสตี้ได้ออกแถลงการณ์ร่วมกับ 4 องค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ได้แก่ สมาพันธ์สิทธิมนุษยชนสากล (FIDH) ฟอร์ติฟาย ไรท์ (Fortify Rights) คณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล (ICJ) และลอว์เยอร์ ไรท์ วอทช์ แคนาดา (LRWC) เพื่อเน้นย้ำข้อกังวลต่อเนื้อหาในมาตราต่างๆ ใน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ที่อาจนำไปสู่การละเมิดสิทธิและเสรีภาพของประชาชน พร้อมเรียกร้องให้ สนช.พิจารณากฎหมายดังกล่าว ภายใต้พันธกรณีระหว่างประเทศของไทย และมาตรฐานสิทธิมนุษยชนสากลในการปกป้องและส่งเสริมสิทธิความเป็นส่วนตัวและเสรีภาพในการแสดงออกบนโลกออนไลน์ด้วย

นอกจากนี้ แอมเนสตี้ ยังได้ออกปฏิบัติการด่วน เชิญชวนผู้สนับสนุนที่มีอยู่มากกว่า 7 ล้านคนทั่วโลก ร่วมส่งจดหมายมายังรัฐบาลไทย เพื่อเรียกร้องให้การพิจารณาแก้ไข พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เป็นตามพันธกรณีของไทย และมาตรฐานสิทธิมนุษยชนสากล เช่นกัน.

แอมเนสตี้ พบเนื้อหาเดิมที่มีปัญหาของมาตรา 14(1) ในร่างแก้ไข พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กลับมาแล้ว หลังถูกแก้ไขให้ดีขึ้นในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา พร้อมชวนประชาชนจับตาเส้นตาย ผ่าน พ.ร.บ. สิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้ 3 พ.ย. 2559 12:04 3 พ.ย. 2559 12:39 ไทยรัฐ