วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อานุภาพเพลงพ่อ

นี่คือห้วงเวลาสำคัญ ศิลปินทุกแขนงแสดงพลังความจงรักอาลัย แด่พระเจ้าแผ่นดินที่พวกเขารัก กวีแต่งกลอนโคลงฯ จิตรกรเขียนภาพ ประติมากรปั้น ฯลฯ

เวลาของความโศกาลัยอย่างนี้ จะมีก็แต่เสียงเพลง...เท่านั้น ฟังแล้วเผลอยิ้มได้บ้าง

เพลงจากหลายค่ายเพลง ตั้งใจแต่งถวาย ทำนองไพเราะ เนื้อร้องงดงาม ต้นไม้ของพ่อ เสียงเบิร์ด ธงชัย ฟังมานานแสนนานแล้ว...ก็ยังอยากฟังต่อไป

คืนก่อนผมได้ยินเสียงแม่หนูน้อย หลายคนเงยหน้ามองจอเห็นชื่อ นิทานพระราชา เนื้อเพลงถึงวรรค...พระราชาเดินดินองค์นี้ไม่มีมงกุฎ มีแต่หมวกธรรมดา...ผมน้ำตาซึม

เพลงจบ พยายามจำให้ได้ เพลงนี้เป็นงานของเสถียรธรรมสถาน สำนักแม่ชีศันสนีย์

สองคืนต่อมา ฟังเพลงทีวีช่อง 33 แม้แต่ฟ้ายังร้องไห้ ชลธี ธารทองแต่ง...ต้นเสียงวรรคแรก พอรู้จัก สุนารี ราชสีมา และเสียงที่ร้องตาม ตาม และตามกันมา

ศรินทรา นิยากร ผ่องศรี วรนุช ไวพจน์ เพชรสุพรรณ เอกชัย ศรีวิชัย มนต์สิทธิ์ คำสร้อย ไชยา มิตรชัย ฯลฯ มากคนเสียจนไม่มีทางจำได้หมด...เนื้อเพลงคร่ำครวญหวนหาพ่อ...พ่อที่จากไป

นักร้องร้องไป ก็ร้องไห้ไป ผมไม่เชื่อว่า นั่นเป็นการแสดง แต่ทุกคนร้องไห้จากหัวใจจริงๆ

มีคนบอกผมในเวลาต่อมา ไม่มีใครฟังเพลงนี้แล้ว ไม่ร้องไห้เลยสักคน

ผมตั้งข้อสมมติฐาน...ในพลังของศิลปะหลายแขนง...พลังแห่งเสียงเพลง รุนแรงกว่า

ในหนังสือ อัครศิลปิน แห่งแผ่นดินสยาม (สำนักพิมพ์พิมพ์คำ พ.ศ.2554) ศาสตราจารย์ ดร.รื่นฤทัย สัจจพันธุ์ เขียนถึงพระอัจฉริยภาพของพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9

จิตรกรรม ประติมากรรม การถ่ายภาพ หัตถศิลป์ ดุริยางค์ศิลป์ นาฏศิลป์ วรรณศิลป์ วาทศิลป์ สถาปัตย์ศิลป์ คงไม่มีใครหาญกล้าเปรียบเทียบว่า ด้านไหนยิ่งใหญ่ที่สุด

อาจารย์รื่นฤทัย เขียนถึงเพลง “ยิ้มสู้” พระราชนิพนธ์ปี 2495 ให้โรงเรียนสอนคนตาบอด เพลงพรปีใหม่ เพลงทรงพระนิพนธ์ปี 2494 เพลงพระราชนิพนธ์เหล่านี้ ชี้ว่าทรงโปรดดนตรี ทรงเข้าพระทัยธรรมชาติของเพลงลึกซึ้ง

พระราชดำรัสที่สมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย 16 ธ.ค.2524...มีความตอนหนึ่ง

“ในความรู้สึกของผู้แต่งเพลง เป็นความรู้สึกที่แปลกประหลาด คนที่ไม่เคยแต่งเพลง แม้จะเป็นนักดนตรีที่ไม่เคยแต่งเพลง ก็ไม่มีความรู้สึกอันนี้

“ความรู้สึกว่าเพลงนี้เป็นสิ่งมีชีวิต เป็นสิ่งอย่างที่ว่าน่าปีติยินดีก็ได้ น่าหมั่นไส้ก็ได้ เพราะเวลาแต่งเพลงแล้วออกสู่ตลาด รู้สึกว่าเพลงนั้น มีข้อบกพร่องตรงไหน แก้ไม่ได้แล้ว มันมีชีวิตของมันเอง มันจะกบฏต่อเรา

“เพลงสายฝน ไม่ได้สิ้นเปลืองอะไร หาเศษกระดาษมาขีดๆแล้วก็เขียนไป เสร็จแล้วก็ส่งไปให้ครูเอื้อ เรียบเรียงเสียงแล้วออกแสดง

ตั้งแต่นั้นมา เพลงนี้ก็ยังอยู่ ไม่สึกหรอ ไม่ต้องขัดเกลา ไม่ต้องไปปัดฝุ่น ใครๆแม้ต่างประเทศเขาชอบ ก็เอาไปเล่นได้ ถ้าเป็นภาพเมื่อ 20 ปีที่แล้ว กลับไปดู สีมันลอกต้องซ่อมแซม บางทีก็ไม่เรียบร้อย สีเปลี่ยนใหม่

เพลงสีไม่เปลี่ยน”

ใครได้ฟังพระราชดำรัสนี้ ก็อาจจะคิดว่า ระหว่างพลังของสี จากภาพเขียน สำหรับในหลวงของเรา พลังแห่งเสียงเพลงรุนแรง และยิ่งใหญ่

พลังเสียงเพลงนั้นได้พิสูจน์มาแล้ว กดดันหัวใจให้เหงาเศร้า ปลุกปลอบให้ฮึกเหิมฮึดสู้ หรือกระตุ้นให้บ้าคลั่ง ก่อสงครามกลางเมืองขึ้นเมื่อใดก็ได้ทุกเมื่อ.

กิเลน ประลองเชิง

3 พ.ย. 2559 10:17 3 พ.ย. 2559 10:17 ไทยรัฐ