วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พระราชอารมณ์ขัน ในหลวงรัชกาลที่9

เป็นที่ทราบกันดี นอกจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา ภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 โปรดการเสด็จเยี่ยมเยียนพสกนิกรตามท้องถิ่นต่างๆ อย่างไม่ถือพระองค์ หรือทรงเป็นกันเองกับพสกนิกรทุกหมู่เหล่า พระองค์ยังมีพระราชอารมณ์ขันอย่างที่หลายคนคาดไม่ถึง...

เรื่องราวเหล่านี้รวบรวมมาจากผู้ซึ่งมีโอกาสได้ตามเสด็จฯ หรือเข้าเฝ้าฯใกล้ชิดแทบเบื้องพระยุคลบาท อาทิ ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ อดีตรองราชเลขาธิการ อาจารย์วิลาศ มณีวัต นักเขียนสารคดีชื่อดังของเมืองไทย ม.ล.ปิ่น มาลากุล นักการศึกษาผู้ยิ่งใหญ่ อดีต รมว.ศึกษาธิการ และท่านอื่นๆอีกหลายท่าน

มีอยู่ครั้งหนึ่ง เล่ากันว่า ด้วยพระบุญญาธิการและพระบารมีในพระองค์มีมากล้น จนบางครั้งผู้ที่ได้เข้าเฝ้าฯใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท ไม่อาจระงับอากัปกิริยาตื่นเต้น ประหม่า ยามที่ต้องกราบบังคมทูล แม้จะได้ซักซ้อมมาแล้วเป็นอย่างดีหลายเที่ยวก็ตาม แต่พอถึงเวลาจริงก็เกิดความผิดพลาดขึ้นจนได้

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน มีนายทหารระดับสูงผู้หนึ่ง ได้กราบบังคมทูลถวายรายงานว่า

“ขอเดชะ ฝ่าละอองธุลีพระบาท ปกเกล้าปกกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า พลตรีภูมิพลอดุลยเดช ขอพระราชทานพระบรม ราชานุญาต กราบบังคมทูลรายงาน...”

เมื่อทรงได้ยินเช่นนั้น ทรงแย้มพระสรวลเล็กน้อย และตรัสอย่างมีพระอารมณ์ดีว่า

“เออ ดี เราชื่อเดียวกัน...”

ครั้งที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 มีพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ หรือ 72 พรรษา ได้มีการผลิตเหรียญที่ระลึกออกมาหลายรุ่น ขณะนั้นตัวแทนจำหน่ายนาฬิกาหรูยี่ห้อหนึ่ง ได้ยื่นเรื่องผ่านสำนักราชเลขาธิการ เพื่อขอพระบรมราชานุญาตจัดทำนาฬิการุ่นพิเศษ ผลิตจำนวนจำกัด (Limited Edition) โดยอัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ท่านไปประดับบนหน้าปัดนาฬิกา

เมื่อความดังกล่าวทราบถึงพระองค์ท่าน พระองค์ตรัสกับเจ้าหน้าที่ว่า

“ไปบอกเค้านะ เราไม่ใช่มิกกี้ เม้าส์” (ทรงหมายถึง ตัวละคร การ์ตูนดัง เป็นหนูสีดำ สวมกางเกงเอี๊ยมสีแดง มีบุคลิกมองโลกในแง่ดี มีความกระตือรือร้น ถ่อมตัว เรียบง่าย ซื่อสัตย์ ชอบร้องอุทานว่า “Gosh” หรือบางครั้งก็ “Oh boy!” เป็นตัวการ์ตูนที่ครองใจเด็กๆทั่วโลก)

อีกครั้งหนึ่ง...มีช่างเข้าไปทำฝ้าเพดานในวัง ขณะที่ช่างผู้นั้นกำลังยืนบนบันไดพับ โดยที่ส่วนหัวของเขาหลบอยู่ใต้ฝ้า มีผู้ช่วยช่างอีกคนคอยจับยึดบันไดพับไว้อย่างมั่นคง ไม่ให้เลื่อนไปมาอยู่ด้านล่าง

พอดีในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จฯยังบริเวณดังกล่าว...เมื่อผู้ช่วยช่างที่อยู่ด้านล่างเห็นพระองค์ จึงรีบปล่อยมือจากบันได แล้วก้มลงกราบโดยสัญชาตญาณ...ขณะที่ช่างซึ่งกำลังทำฝ้าเพดานอยู่ด้านบน มองไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นที่ด้านล่าง จึงร้องบอกไปว่า

“เฮ้ยๆ จับดีๆหน่อยสิ อย่าให้แกว่ง”

ด้วยความที่ไม่ถือพระองค์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา ภูมิพลอดุลยเดช ทรงเข้าไปจับบันไดให้ช่างผู้นั้นแทน ทันใดนั้นเอง ช่างผู้นั้นจึงได้บอกกับผู้ช่วยของเขาว่า

“เออ ดีๆ เสร็จจากงานนี้จะให้เป็นช่างจริง” (สงสัยผู้ช่วยช่าง น่าจะเพิ่งทำงาน ยังไม่ผ่านโปร)

หลังจากที่ช่างผู้นั้นทำฝ้าเพดานเสร็จ เมื่อเขาก้าวลงจากบันได...พอเห็นว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นผู้จับบันไดให้ เท่านั้นเอง...ถึงกับเข่าอ่อน...แทบจะร่วงลงมาจากบันได เขารีบลงมาก้มกราบพระองค์

แต่แทนที่พระองค์จะถือสา พระองค์ตรัสว่า

“แหมดีนะ ที่ชมว่าใช้ได้ แถมยังจะปรับตำแหน่งให้เป็นช่างอีกด้วย”

เรื่องถัดมา มีอยู่ปีหนึ่งที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร หลังจากที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานปริญญาบัตรเสร็จ มีพระราชดำรัสกับ ม.ล.ปิ่น มาลากุล ว่า

“วันนี้ฉันได้ให้ปริญญาบัตรไปกี่กิโล”

ม.ล.ปิ่นอึกอัก จนด้วยเกล้าฯ ตอบไม่ถูก เพราะไม่ได้ให้ปลัดกระทรวง หรืออธิการบดีชั่งน้ำหนักปริญญาบัตรทั้งหมดเอาไว้ก่อน

แต่ปีต่อมาในโอกาสเดียวกัน อธิการบดีของมหาวิทยาลัยได้เตรียมพร้อมชั่งน้ำหนักใบปริญญาบัตรทั้งหมดเอาไว้เรียบร้อยล่วงหน้า คราวนี้ ม.ล.ปิ่นจึงกราบบังคมทูลเสียงดังว่า

“วันนี้ได้ทรงโปรดเกล้าฯพระราชทานปริญญาบัตรไปทั้งหมด 230 กิโลกรัมพระเจ้าข้า”

ทันใดนั้นเอง มีพระราชดำรัสถาม ม.ล.ปิ่นกลับไปว่า

“ฉันจะต้องได้อาหารสักกี่แคลอรี จึงจะพอชดเชยกับแรงงานที่เสียไป” ทำเอา ม.ล.ปิ่นจนด้วยเกล้าฯอีกหน ต้องกลับไปทำการบ้านใหม่อีกรอบในปีการศึกษาหน้า!!!

เรื่องถัดมา ชื่อเรื่อง “แขนตกสะพาน” ครั้งหนึ่งพระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินไปยัง จ.สกลนคร เพื่อเยี่ยมเยียนชาวบ้านขณะนั้นมีชายแขนเจ็บเข้าเฝือกผู้หนึ่งไปเข้าเฝ้าฯ จึงทรงรับสั่งถามชายผู้นั้นว่า “แขนเจ็บ ไปโดนอะไรมา”

ชายผู้นั้นตอบว่า “ตกสะพานพ่ะย่ะค่ะ” จึงทรงรับสั่งกลับไปอีกว่า “แล้วแขนอีกข้างนึงล่ะ”

ชายผู้นั้นตอบกลับอย่างใสซื่อว่า “แขนข้างนี้ไม่ได้ตกลงไปด้วยพ่ะย่ะค่ะ ตกข้างเดียว”

ได้ฟังเช่นนั้น...ทรงแย้มพระสรวล...

อีกเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อปี 2513 วันหนึ่งพระองค์เสด็จฯไปยังหมู่บ้านท้ายดอยจอมหด อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ผู้ใหญ่บ้านชาวเขาเผ่าลีซอผู้หนึ่งกราบบังคมทูลชวนให้พระองค์เสด็จฯขึ้นไป “แอ่วบ้านเฮา” พระองค์ก็เสด็จตามขึ้นไปบนบ้าน ซึ่งทำด้วยไม้ไผ่ และมุงหญ้าแฝกอย่างไม่ถือพระองค์

เจ้าของบ้านนำที่นอนมาปูให้พระองค์ประทับ จากนั้นรินเหล้าทำเองเทใส่ถ้วยที่คงไม่ค่อยจะได้ล้าง จึงมีคราบดำๆจับอยู่

ทางผู้ติดตามเสด็จรู้สึกเป็นห่วงพระพลานามัยของพระองค์ท่าน เพราะปกติไม่ทรงใช้ถ้วยที่มีคราบ จึงกระซิบทูลว่า ควรจะทรงแค่ทำท่าเสวย แล้วส่งถ้วยมาพระราชทาน ผู้ติดตามจะจัดการเอง

แต่เหนือความคาดหมาย กลับเสวยด้วยพระองค์เอง รวดเดียวเกลี้ยงถ้วย จากนั้นจึงรับสั่งว่า “ไม่เป็นไร แอลกอฮอล์เข้มข้น เชื้อโรคตายหมด”

สมเป็นราชันย์แห่งพระราชา ขวัญใจชาวประชาอย่างแท้จริง ขอพระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัย พระพุทธเจ้าข้า.

3 พ.ย. 2559 09:51 3 พ.ย. 2559 09:51 ไทยรัฐ