วันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ยอมขาดทุน

ยอมขาดทุน

  • Share:

คำว่า “พอเพียง” กับคำว่า “เพียงพอ” คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน

“พอเพียง” แปลว่าพอดี หรือพอสมควรแก่ความต้องการ

แต่ “เพียงพอ” แปลว่าได้พอหรือได้ครบตามที่ต้องการ

พูดง่ายๆ “พอเพียง” คือพอกินพอใช้ หรือพออยู่พอกิน

แต่ “เพียงพอ” คือต้องได้ครบตามต้องการ หรือได้เกินกว่าที่ต้องการ

ความ “พอเพียง” หรือ “เพียงพอ” จึงแตกต่างกันด้วยประการฉะนี้แล

“แม่ลูกจันทร์” เห็นด้วยอย่างยิ่งที่ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เร่งช่วยเหลือความเดือดร้อนพี่น้องชาวนาที่กำลังประสบปัญหาราคาข้าวตกต่ำอย่างสุดลิ่มทิ่มประตู

เริ่มจากนโยบายแจกเงินฟรีช่วย เหลือชาวนา 3.6 ล้านราย ไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 10 ไร่ต่อครัวเรือน

ใช้เงินอัดฉีด 2.5 หมื่นล้านบาทโดยประมาณ

นอกจากนั้น รัฐบาลยังอัดฉีดพิเศษให้พี่น้องชาวนาที่มีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี อีกรายละ 3,000 บาทเพิ่มเติม

ล่าสุด รัฐบาลใจปํ้าทุ่มงบอีกกว่า 20,000 ล้านบาท เปิดโครงการรับจำนำยุ้งฉางข้าวหอมมะลิราคาตันละ 13,000 บาท

เพื่อกระชากราคาข้าวหอมมะลิที่ตกรูดเหลือตันละ 9,000 บาท ให้ขยับสูงขึ้นอีก 10–20 เปอร์เซ็นต์

แยกเป็นรับจำนำข้าวหอมมะลิในราคาตันละ 9,500 บาท บวกค่าเก็บรักษายุ้งฉางอีก 1,500 บาท แถมเงินช่วยค่าเก็บเกี่ยวอีก 2,000 บาท รวมเป็น 13,000 บาทต่อตัน

“แม่ลูกจันทร์” มองว่าราคารับจำนำยุ้งฉางข้าวหอมมะลิ 13,000 ต่อตันของรัฐบาล ถือเป็นราคา “พอเพียง” คือพออยู่ได้ไม่ขาดทุน

แต่อาจยังไม่ “เพียงพอ” ที่ชาวนาต้องการ

เพราะราคาที่ชาวนาร้องขอคือ 15,000 บาทต่อตัน!!

“แม่ลูกจันทร์” สรุปว่ารัฐบาลนายกฯบิ๊กตู่ ใช้งบอัดฉีดช่วยเหลือชาวนาต่อ ทั้งแบบแจกฟรี และรับจำนำเป็นเงินเกือบ 50,000 ล้านบาทโดยประมาณ

ถึงแม้รู้ว่าจะขาดทุนก็ต้องยอม

เพราะหน้าที่ของรัฐบาลคือการดูแลช่วยเหลือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน

พูดกันตามเนื้อผ้า นโยบายจำนำยุ้งฉางข้าวหอมมะลิ ก็ใช้หลักเดียวกันกับโครงการจำนำข้าวนั่นเอง

เพราะให้ชาวนาเอาข้าวไปจำนำกับ ธ.ก.ส.เหมือนกัน

กำหนดราคารับจำนำข้าวสูงกว่าราคาตลาดเหมือนกัน

เพื่อช่วยชาวนาให้ขายข้าวได้ราคา ไม่ขาดทุนซํ้าซากเหมือนกัน

ต่างกันตรงไม่ได้รับจำนำข้าวทุกเม็ดเท่านั้นเอง

“แม่ลูกจันทร์” ย้ำอีกครั้งว่า เห็นด้วยกับโครงการจำนำยุ้งฉางข้าวหอมมะลิตันละ 13,000 บาทของรัฐบาล

แต่อยากให้รัฐบาลขยายโครงการช่วยเหลือพันธุ์ข้าวขาวของพี่น้องชาวนาส่วนใหญ่ในภาคกลาง

วันนี้ราคาข้าวขาวรูดจากตันละ 8,000 บาท เหลือตันละ 6,000 บาท ทำลายสถิติตํ่าสุดในรอบ 10 ปี

ถ้าหักต้นทุนการผลิต (ค่าเช่าที่นา ค่าปุ๋ย ค่ารถไถ ค่ารถเกี่ยว ฯลฯ) แล้วแทบไม่เหลือกำไรติดตัว

จะขอร้องพี่น้องชาวนาอย่าเพิ่งรีบขายข้าวก็ไม่ได้ เพราะต้องรีบเอาเงินขายข้าวไปใช้หนี้ที่กู้มาลงทุน

จะขอร้องให้ชาวนาเลิกปลูกข้าว เปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่น ก็กลัวว่าจะขาดทุนหนักกว่าเดิม

สรุปว่าปัญหาข้าว ปัญหาชาวนา ช่างยากแค้นแสนเข็ญเสียนี่กระไร

ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ชาวนาไทยจะลืมตาอ้าปากได้ซะที.

“แม่ลูกจันทร์”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้