วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กษัตริย์แห่งข้าว

หนังสือราชกิจจานุเบกษา เล่ม 133 ตอนพิเศษ 247 ง วันที่ 28 ตุลาคม 2559 ได้เผยแพร่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ลงนามโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2559 ระบุว่า

“...รัฐบาลสำนึกในพระมหากุรณาธิคุณ และน้อมรำลึกในพระปรีชาสามารถและพระอัจฉริยภาพของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่อการปฏิรูปข้าวไทย และ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ต่อการวิจัยและพัฒนาข้าวไทย เป็นอเนกประการ รวมทั้งเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติทั้ง 2 พระองค์ในโอกาสครบรอบ 100 ปี งานวิจัยข้าวไทยในปี 2559 คณะรัฐมนตรีจึงได้ลงมติเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2559 เห็นชอบ

1.ให้เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระจุลเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เป็น “พระบิดาแห่งการปฏิรูปข้าวไทย”

2.ให้เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เป็น “พระบิดาแห่งการวิจัยและพัฒนาข้าวไทย”

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้ทรงปฏิรูปข้าวไทยด้วยการ ยกเลิกกรมนา ยกเลิกระบบศักดินา แล้วจัดตั้ง กระทรวงเกษตราธิการ ขึ้นมาสนับสนุนการผลิตข้าวและคัดเลือกพันธุ์ข้าวคุณภาพดีจากต่างประเทศมาทดลองปลูก จัดให้มีการประกวดพันธุ์ข้าว และขยายพื้นที่ปลูกข้าวด้วยการวางระบบชลประทานสมัยใหม่ และยังทรงจัดตั้ง โรงเรียนเกษตราธิการ เพื่อผลิตบุคลากรเข้ารับราชการใน กระทรวงเกษตราธิการ อีกด้วย

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 มีพระมหากรุณาธิคุณต่อการวิจัยและพัฒนาข้าวไทย เพื่อให้เกิดความมั่นคงทางอาหาร ทรงฟื้นฟูพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เพื่อให้เกิดขวัญและกำลังใจ และความภูมิใจในอาชีพเกษตรกรรม ทรงคิดค้นวิธีเกษตรทฤษฎีใหม่ การทำนาขั้นบันได ฝนหลวง การแก้ปัญหาดินเปรี้ยว ทรงกระจายเมล็ดข้าวพันธุ์ดีที่เรียกว่า “พันธุ์ข้าวพระราชทาน” เป็นต้น

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2550 ผมได้เขียนบทความเรื่อง “The Rice King กษัตริย์แห่งข้าว” ลงในคอลัมน์นี้เมื่อ นิตยสาร Rice Today ของ สถาบันวิจัยข้าวนานาชาติ International Rice Research Institute (IRRI) ฉบับมกราคม-มีนาคม 2550 ได้ยกย่องให้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็น The Rice King หรือ “กษัตริย์แห่งข้าว” พร้อมรายงานพิเศษและพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรม ราชินีนาถ ทรงเกี่ยวข้าวในนาด้วย

พระอัฉริยภาพของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และ รัชกาลที่ 9 ที่พสกนิกรชาวไทยได้ประจักษ์ จึงสมพระเกียรติ “พระบิดาแห่งการปฏิรูปข้าวไทย” และ “พระบิดาแห่งการวิจัยและพัฒนาข้าวไทย” อย่างแท้จริง

ปัญหาหลัก ที่ ทำให้ชาวนาไทยยากจนมาตลอด รัฐบาลโดย กระทรวงเกษตรฯ ก็รู้คือ มีผลผลิตต่อไร่ต่ำ แต่ก็ไม่ได้รับการแก้ไขจาก กระทรวงเกษตรฯ ให้มีผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้นจนไทยแพ้เพื่อนบ้านอย่าง เวียดนาม พม่า ที่เคยล้าหลังไทย

ผลผลิตข้าวเปลือกต่อไร่เฉลี่ย ที่ กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ พยากรณ์ไว้ในฤดูการผลิตปี 2558/2559 เฉลี่ยจากทั่วโลกอยู่ที่ 710 กก.ต่อไร่ ตัวเลขนี้ กระทรวงเกษตรฯ ก็มีแต่ ผลผลิตข้าวเปลือกต่อไร่ของไทยอยู่ที่ 450 กก.ต่อไร่ ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลก และยังอยู่อันดับ “รองบ๊วย” ในหมู่ประเทศเพื่อนบ้าน เวียดนาม 942 กก.ต่อไร่ อินโดนีเซีย 760 กก.ต่อไร่ ฟิลิปปินส์ 653 กก.ต่อไร่ มาเลเซีย 646 กก.ต่อไร่ ลาว 466 กก.ต่อไร่ พม่า 454 กก.ต่อไร่ (ไทยแพ้ลาวและพม่า) กัมพูชา 402 กก.ต่อไร่ (ชนะเพียงกัมพูชาเท่านั้น)

ขณะที่ สหรัฐฯ ผลิตได้ 1,357 กก.ต่อไร่ จีน 1,098 กก.ต่อไร่ ญี่ปุ่น 1,078 กก.ต่อไร่

ถ้า รัฐบาลไม่แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ คือ ผลผลิตต่อไร่ที่ต่ำมาก ต้องใช้พื้นที่ถึง 2 ไร่ กว่าจะได้ข้าวเปลือก 1 ตัน ชาวนาไทยก็จะยากจนอย่างนี้ต่อไปชั่วกาลนาน.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

3 พ.ย. 2559 09:35 3 พ.ย. 2559 09:35 ไทยรัฐ