วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปลดแอกชาวนาเพื่อยั่งยืน

ด้วยมาตรการแก้ไขปัญหาราคาข้าวตกต่ำของรัฐบาลคงทำให้ความเคลื่อนไหวที่จะปลุกเร้าชาวนาให้ลุกฮือขึ้นมาต่อต้านรัฐบาล คสช.น่าจะสยบลงได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่ามาตรการต่างๆนั้นจะได้รับความพึงพอใจมากน้อยแค่ไหน

นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง...

แต่ก็จะต้องเกาะติดแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง เพราะเรื่องนี้กำลังมีการสร้างให้เป็น “เงื่อนไข” ทางการเมืองอย่างแยกไม่ออก

ที่น่าสนใจจนเป็นเรื่องที่น่ายินดีคือการที่มีความเคลื่อนไหวของอาจารย์มหาวิทยาลัยและนักศึกษาซึ่งเป็น “ลูกชาวนา” ที่ต้องการ “ปลดแอก” พ่อค้าคนกลาง โรงสี ด้วยการเสนอแนวทางที่จะให้ชาวนาแก้ไขปัญหา

ด้วยวิธีคิดคือ ปลูกเอง สีเอง ขายเอง

ไม่ต้องหวังพึ่งนายทุน พ่อค้า โรงสีที่กดราคาข้าว เอารัด เอาเปรียบชาวนามาตลอด หรือแม้กระทั่งการส่งข้าวออกไปขายต่างประเทศด้วย

อย่างน้อยก็เป็นการเริ่มต้นที่ทำให้เห็นว่าชาวนาก็สามารถที่จะดำเนินการเองได้ หากสามารถนำแนวคิดนี้กระจายออกไป

ก็จะเป็นทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหา

ขณะเดียวกันเรื่องนี้จะต้องทำให้เป็นจริงเป็นจัง โดยเฉพาะบรรดาอาจารย์มหาวิทยาลัยและนักศึกษา “ลูกชาวนา” ที่จะต้องช่วยกัน โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้น

และในระยะยาวถ้าให้ความรู้ความเข้าใจแก่ชาวนา โดยเฉพาะจากบรรดา “ลูกชาวนา” ทั้งหลายที่มีโอกาสได้รับการศึกษาจะต้องนำความรู้ต่างๆเหล่านี้ไปช่วยเหลือก็จะได้ประโยชน์

เป็นการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนได้

ทางที่ดีรัฐบาลนอกจากแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้านี้แล้วก็ควรจะสนับสนุนโครงการลูกชาวนาช่วยพ่อ ซึ่งจะเป็นอีกแนวทางหนึ่ง

ยิ่งไปกว่านั้น หากรัฐบาลมีแนวคิดที่จะแก้ไขปัญหาแบบยั่งยืน อย่างเช่น การแนะนำให้ปลูกพืชอย่างอื่นเพื่อผสมผสานไม่ใช่ปลูกแต่ข้าวอย่างเดียว ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาอีกทางหนึ่ง

บรรดาลูกชาวนาเหล่านี้จะเป็นกลไกสำคัญที่จะผลักดันนโยบายคู่ขนานกันไป เพราะสามารถที่จะ “เข้าใจ เข้าถึงและพัฒนา” ได้

เพราะพ่อ-แม่ที่เป็นชาวนาย่อมจะเชื่อและฟังคำอธิบายจากลูกๆของพวกเขามากกว่าเจ้าหน้าที่รัฐหรือนักการเมือง

เพื่อกำจัด “เหลือบข้าว” ที่ต้องการผูกขาด กดราคาและหาเสียงได้

เหตุปัจจัยเรื่อง “ข้าว” นั้นมีความต่อเนื่องกับโครงการรับจำนำข้าวที่เป็นคดีความอยู่ในเวลานี้ ซึ่งมีทั้งอดีตนายกฯ รัฐมนตรี ข้าราชการและพ่อค้าข้าว หากมีความผิดจริงตามข้อกล่าวหาก็หมายถึงว่าจะต้อง “ติดคุก” และต้องชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นด้วย

จึงเป็นเรื่องใหญ่และมีผลทางการเมืองแม้ว่าคดีนี้ศาลจะตัดสินออกมาทางใดก็ตาม ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เมื่อราคาข้าวตกต่ำพลันก็ถูกนำมาเป็นประเด็นทางการเมืองแบบย้อนศรกันในลักษณะที่นำมาเปรียบเทียบระหว่างวิธีการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล

กับโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลชุดที่ผ่านมา

เหนืออื่นใดเรื่องนี้คงยังไม่จบลงได้ง่ายๆจะเป็นประเด็นในการต่อสู้ทางการเมืองต่อไปเพียงแต่ว่าจะลงเอยสุดท้ายกันอย่างไรเท่านั้น

แต่ที่แน่ๆชาวนาคงได้รับรู้จากความเป็นจริงที่เกิดขึ้น

และจะสานต่อกันไปอย่างไรจึงเป็นเรื่องที่จะต้องช่วยกันจากทุกฝ่ายเพื่อจะได้แก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้องและยั่งยืน

ไม่ใช่ปล่อยให้ “ชาวนา” ต้องตกเป็นเหยื่อและถูกเอารัด เอาเปรียบอย่างที่ผ่านมา.

“สายล่อฟ้า”

3 พ.ย. 2559 09:18 3 พ.ย. 2559 09:26 ไทยรัฐ