วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
‘ฉัตรชัย’ แก้ปมข้าว โดยให้ลดพื้นที่ปลูก

‘ฉัตรชัย’ แก้ปมข้าว โดยให้ลดพื้นที่ปลูก

  • Share:
ตจว.ช่วยจัดที่ให้ชาวนาขายไม่ได้ขู่โรงสี!

“บิ๊กป๊อก” ขอโรงสีร่วมมือรับ ซื้อข้าวในราคาดีที่สุด ปลัด มท. สั่งด่วน ผวจ.สอดส่องไม่ให้เกษตรกรถูกเอาเปรียบ สกัดก่อม็อบกดดันรัฐ ทบ.ปัดส่งทหารลงพื้นที่บีบโรงสีให้รับซื้อ กรมส่งเสริมสหกรณ์เดินสายโรดโชว์ขยายช่องทาง กรอ.ดึง 7 หมื่นโรงงานร่วมด้วยช่วยกัน “อภิสิทธิ์” ฝังใจประกันราคาเจ๋งสุด “วรงค์” ย้ำจำนำข้าว 2 รัฐบาล ต่างกัน เตือนระวังทุจริต-เอาเปรียบชาวนา พท.ท้วงนายกฯช่วยชาวนาไม่ทั่วถึง ศูนย์ฟอร์ดนางรองให้สีข้าวฟรี ชาวนาอุบลฯรวมกลุ่มนั่งขายหน้าแบงก์กรุงไทย คนแห่อุดหนุน เกษตรกรแนะรัฐช่วยหาตลาดถาวรอย่าทำฉาบฉวย ปั๊มสุพรรณบุรีใจดีให้ขายฟรีๆ “มีชัย” อัดยาแรงชงโทษสูงสุดประหารชีวิตพวกซื้อขายตำแหน่ง กับกลุ่มที่ล้มล้างการปกครอง ปชป.ชี้ต้องฟันถึงพวกข้าราชการวิ่งเต้นด้วย “บิ๊กจิน” แย้มปิดแล้ว 900 เว็บหมิ่น ตั้งศูนย์ไซเบอร์ไล่ล่ามือโพสต์

ตามที่คณะรัฐมนตรีออกมาตรการเพื่อคลายทุกข์ให้พี่น้องชาวนา โดยโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปีฤดูกาลผลิต 2559-2560 รวมถึงข้าวหอม มะลิประมาณ 13,000 บาทต่อตัน ขณะที่ภาคส่วนอื่นๆ โดยเฉพาะภาคเอกชนเปิดพื้นที่ให้เกษตรกรชาวนานำข้าวสารที่สีแล้วมาวางขายได้ฟรีโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

ทบ.แจงไม่ได้รับซื้อข้าวทั้งหมด

เมื่อเวลา 12.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. มอบหมายให้ฝ่ายความมั่นคงลงพื้นที่ตรวจสอบโรงสีข้าวแต่ละจังหวัดเพื่อแก้ปัญหาข้าวราคาตกต่ำ ว่า ขณะนี้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) แต่ละพื้นที่ ดำเนินการใน 3 เรื่อง คือ 1.ลงพื้นที่รับทราบปัญหาชาวนาว่าเจออุปสรรคใดบ้าง เพื่อเสนอรัฐบาลแก้ปัญหา 2.ลงไปตรวจสอบกลไกการซื้อขายข้าวของโรงสีว่าตรงไปตรงมาหรือไม่ และขอความร่วมมือโรงสีให้ช่วยรับซื้อตามราคากลไกตลาด และ 3.หน่วยทหารสังกัดกองทัพบก จะช่วยรับซื้อข้าวผ่านระบบสหกรณ์การเกษตรในราคาที่ชาวนาขายได้ นำไปเลี้ยงกำลังพลที่มีอยู่ทั่วประเทศประมาณ 1 แสนนาย ปริมาณรับซื้อขึ้นอยู่แต่ละพื้นที่ และความต้องการที่จะขายมากน้อยเพียงใด ไม่ได้หมายความว่าจะรับซื้อข้าวไว้ทั้งหมด ชาวนาสามารถไปขายที่ไหนก็ได้แล้วแต่ต้องการ

ปัดทหารลงพื้นที่ขู่โรงสีให้รับซื้อ

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์กล่าวอีกว่า มีเสียงสะท้อนจากบรรดาโรงสีกลับมาว่าการประกอบการของโรงสีเป็นไปตามกลไกตลาด เช่น ข้าวคุณภาพดีก็ให้ราคาสูง ส่วนข้าวมีความชื้นต้องให้ราคาตามความเหมาะสม โดยทหารจะเข้าไปดูพร้อมขอความร่วมมืออย่ากดราคากับเกษตรกร ไม่ใช่เป็นการเข้าไปบังคับว่าต้องซื้อขายราคาเท่าไหร่ เพียงไปขอให้ช่วยกันขอให้เห็นใจชาวนา การไปดูโรงสีทั่วประเทศจะดูร่วมกับตัวแทนที่มีความรู้มีข้อมูลเรื่องข้าว ทั้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อถามถึงข้อมูลกลุ่มการเมืองท้องถิ่นร่วมกับโรงสีกดราคาข้าวชาวนา พ.อ.หญิง ศิริจันทร์กล่าวอีกว่า เราต้องไปหาข้อมูลแต่ละพื้นที่ก่อนว่าเกษตรกรในพื้นที่มีความเห็นอย่างไร โรงสีมีความเห็นว่าอย่างไร คนในพื้นที่จะเป็นคนให้ข้อมูล

“บิ๊กป๊อก” ขอความร่วมมือโรงสี

ที่กระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงมาตรการช่วยเหลือชาวนาว่า นายกรัฐมนตรีให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย และทหาร ร่วมกันดูแลการรับซื้อข้าวเปลือกของโรงสีในพื้นที่ ให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ต้องปิดป้ายราคารับซื้อ วัดความชื้นให้ถูกต้อง ดำเนินการด้วย ความบริสุทธิ์ยุติธรรม ถูกต้อง และจะพูดคุยแนวทางการช่วยเหลือเกษตรกรกับผู้ประกอบการโรงสีด้วย โดยวันที่ 3 พ.ย. เวลา 14.00 น. นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย จะประชุมผ่านระบบวีดิโอคอนเฟอร์เรนซ์กับผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อแจ้งมาตรการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในส่วนเกี่ยวกับกระทรวงมหาดไทย และแนวทางบูรณาการกับหน่วยงานต่างๆ เพราะขณะนี้กระทรวงกลาโหมแจ้งทหารในพื้นที่แล้ว ขอความร่วมมือทุกฝ่ายให้โรงสีช่วยเกษตรกรรับซื้อข้าวในราคาดีที่สุดตามความเป็นจริง

มท.สั่งมาตรการด่วนช่วยชาวนา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เรื่อง แนวทางการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวนา ขอให้ ผวจ. และนายอำเภอดำเนินการ ดังนี้ 1.มาตรการเร่งด่วน จัดประชุมโดยเชิญผู้แทนชาวนา ผู้แทนสมาคมโรงสี หอการค้าจังหวัด สภาอุตสาหกรรมจังหวัดและผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ร่วมหารือมาตรการและแนวทางแก้ไขราคาข้าวตกต่ำ หรือช่วยเหลือชาวนาเบื้องต้น ก่อนมอบหมายคณะทำงานสอดส่องตรวจตราการรับซื้อข้าวของผู้ประกอบการโรงสี ไม่ให้เกษตรกรถูกเอาเปรียบ ขอให้ จังหวัดแจ้งอำเภอเปิดเวทีศูนย์ดำรงธรรม เพื่อเป็น ช่องทางให้ชาวนาร้องเรียน และรวบรวมข้อร้องเรียน เสนอหน่วยงานในระดับนโยบาย ไม่ต้องให้ชาวนา ไปเคลื่อนไหวโดยใช้มวลชนมาเดินขบวนกดดัน 2.มาตรการระยะต่อไป ให้แนะนำชาวนาโดยจัดชุดปฏิบัติการตำบลลงพื้นที่ชี้แจงดังนี้ แนะนำ และช่วยเหลือชาวนาขายผลผลิตโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง เช่น รณรงค์ให้ชาวนาที่มีศักยภาพขายข้าวเอง หรือรวมตัวขายข้าวให้ผู้บริโภคโดยตรง

“ฉัตรชัย” จ่อถก นบข.ลดพื้นที่ปลูก

ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ช่วงปลายสัปดาห์นี้หรือต้นสัปดาห์หน้าจะเรียกประชุมคณะกรรมการนโยบายและการบริหารจัดการข้าว (นบข.) ด่วน เพื่อพิจารณาลดพื้นที่การผลิตข้าวนาปรังรอบ 2 ปีการผลิต 2559/60 จากจำนวน 6.86 ล้านไร่ลง เพื่อไม่ให้ผลผลิตส่งผลให้ราคาขายตกต่ำอีก ขณะนี้เร่งใช้กลไกสหกรณ์รับซื้อข้าวเปลือกหอมมะลิจากชาวนามาสีบรรจุถุง และเป็นศูนย์กระจายสินค้าไปยังผู้บริโภค หวังช่วยชาวนาระบายข้าวและผู้บริโภคได้ซื้อสินค้าดีมีคุณภาพ

เดินสายโรดโชว์ขยายช่องทาง

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า ได้เรียกประชุมผู้บริหารสหกรณ์ที่เข้าร่วมโครงการชะลอการขายข้าวเปลือก 2559/60 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ เพื่อเตรียมความพร้อมบริหารจัดการสต๊อกข้าวร่วมกับภาคเอกชนให้มีประสิทธิภาพ สหกรณ์ตั้งเป้ารับซื้อข้าวจากชาวนา 2.5 ล้านตัน ผ่านสหกรณ์ 47 แห่ง ขณะนี้เปิดจุดรับซื้อข้าวเปลือกแล้ว 2 จุด คือ สหกรณ์การเกษตรพิมาย จ.นครราชสีมา และสหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด และเร่งคัดเลือกสหกรณ์ที่มีศักยภาพ 10 แห่ง จาก จ.นครราชสีมา ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ เชียงใหม่ เชียงราย และบุรีรัมย์ เข้าร่วมโรดโชว์สินค้าข้าวคุณภาพของ สหกรณ์ไทยในต่างประเทศ อาทิ จีน ญี่ปุ่น และกลุ่ม อาเซียน คาดว่าจะเป็นช่องทางช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าข้าว สร้างโอกาสทางการตลาด และขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าไปสู่ผู้บริโภคทั้งภายในและต่างประเทศเพิ่มขึ้น

ดึง 7 หมื่นโรงงานร่วมด้วยช่วยกัน

ขณะที่นายณัฐพล รังสิตพล รองโฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ที่ประชุมผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม สั่งการให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ขอความร่วมมือไปยังโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และขนาดกลาง 70,000 แห่งทั่วประเทศ ให้ช่วยรับซื้อข้าวจากชาวนา โดยเฉพาะโรงงานขนาดใหญ่ในนิคมอุตสาหกรรม จำนวน 4,600 โรงงาน ที่ตั้งอยู่ใน 17 จังหวัด อาทิ ชลบุรี ลำพูน ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี ราชบุรี ระยอง ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ปกติโรงงานเหล่านี้จะซื้อข้าวนำไปประกอบอาหารเลี้ยง หรือจำหน่ายแก่พนักงานในโรงงานอยู่แล้ว โดยจะให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศ ดำเนินการจับคู่ให้โรงงานอุตสาหกรรม กับโรงสีชุมชน หรือโรงสีสหกรณ์การเกษตร

“อภิสิทธิ์” ฝังใจประกันราคาเจ๋งสุด

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง มาตรการช่วยเหลือชาวนาจากปัญหาราคาข้าวตกต่ำของรัฐบาล ว่า เรื่องข้าวเป็นปัญหาจำเป็นเร่งด่วน ตนเห็นว่านโยบายประกันรายได้เป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายที่สุด ทำให้เกษตรกรชาวนามีรายได้เหมาะสมกับต้นทุนของเขา โดยที่รัฐบาลไม่ต้องบริหารจัดการในเรื่องของการซื้อขายจัดเก็บข้าวอีกต่อไป ถ้าเลือกได้อยากให้รัฐบาลนำเรื่องประกันรายได้ไปใช้ แต่เมื่อรัฐบาลจะดำเนินการตามมาตรการดังกล่าว อยากให้ระมัดระวังเพราะมีบทเรียนราคาแพงในอดีตให้เห็นแล้ว เราต้องดูว่ารูปแบบใดเหมาะสมไม่กระทบกลไกตลาด ไม่อยากให้มองเรื่องตัวเลข 13,000 บาท เป็นตัวเลขที่ประชาชนพอใจ ทุกอย่างต้องอยู่บนเหตุผลอิงกับต้นทุน และต้องทำให้ตลาดไม่มีปัญหามากเกินไป ที่สำคัญคือต้องดูกำลังของรัฐบาลด้วย

แจงจำนำข้าว 2 รัฐบาลต่างกัน

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอบคุณรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา แทนพี่น้องชาวนา ที่มีมาตรการรับจำนำยุ้งฉางข้าวเปลือกหอมมะลิตันละ 13,000 บาท ทั้งที่ราคารับจำนำจริงอยู่ที่ตันละ 9,500 บาท การรับจำนำนี้แตกต่างจากการรับจำนำสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรอย่างสิ้นเชิง เพราะยุครัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นการรับจำนำแต่ชื่อ แท้จริงคือการรับซื้อข้าวเปลือกทุกเมล็ดในราคาสูง เอื้อให้เกิดการทุจริตมโหฬาร ส่วนการรับจำนำยุ้งฉางของรัฐบาลนี้ เป็นการรับจำนำตามทฤษฎีที่เคยปฏิบัติกันมาในอดีต ข้าวเปลือกเป็นของชาวนา ในราคาที่ต่ำกว่าตลาดและจำกัดปริมาณ จึงอย่านำมาเปรียบเทียบให้สังคมสับสน

ระวังทุจริตเอาเปรียบชาวนา

นพ.วรงค์กล่าวต่อว่า ยิ่งรัฐบาลปัจจุบันมีนโยบายให้ทุกภาคส่วนช่วยซื้อข้าวสารจากชาวนา ต้องมีชาวนาจำนวนไม่น้อยนำข้าวไปสีและมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการขายข้าวสาร ปริมาณข้าวเปลือกจะถูกดูดซับให้มีปริมาณลดลงในตลาด เป็นมาตรการที่เป็นประโยชน์แก่ชาวนาเต็มที่ โดยเฉพาะการสนับสนุนให้ชาวนาร่วมกันปฏิรูประบบข้าว จะช่วยชาวนาได้อย่างยั่งยืน แต่สิ่งที่อยากเตือนรัฐบาลแม้มาตรการนี้จะมีโอกาสเกิดความเสียหายไม่มาก แต่ต้องคอยติดตามไม่ให้มีการเอาเปรียบชาวนา ไม่ให้การทุจริตเกิดขึ้นด้วย

พท.ท้วงช่วยชาวนาไม่ทั่วถึง

ด้านนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากการติดตามมาตรการช่วยเหลือชาวนาของรัฐบาลที่กำหนดราคาสินเชื่อ ชะลอการขายข้าวเปลือกนาปีปีการผลิต 59/60 ในอัตราร้อยละ 90 ของราคาตลาด 11,000 บาทต่อตัน มีข้อสังเกตหลายประเด็น เช่น มติ ครม. เมื่อวันที่ 1 พ.ย.2559 ที่กำหนดราคาให้สินเชื่อ 9,500 บาทต่อตัน โดยอธิบายว่าเป็นสินเชื่อร้อยละ 90 ของราคาตลาด 11,000 บาทต่อตัน น่าจะไม่ถูกต้อง คำนวณดูแล้วควรจะเป็นราคาให้สินเชื่อที่ 9,900 บาทต่อตัน ขาดไป 400 บาทต่อตัน การให้สินเชื่อชะลอการขายข้าวของรัฐบาล ให้เฉพาะข้าวเปลือกหอมมะลิ ไม่รวมถึงข้าวชนิดอื่น อาจช่วยเหลือชาวนาไม่ทั่วถึง และราคาให้สินเชื่อของปีการผลิต 58/59 ที่เคยใช้ราคา 15,009 บาทต่อตัน เมื่อนำมาเทียบกับการให้สินเชื่อตามมติ ครม.วันที่ 1 พ.ย. ที่ราคา 11,000 บาทต่อตัน แสดงว่ารัฐบาลอาจมีปัญหาทางการเงิน จึงทำให้ราคาข้าวอ้างอิงที่ใช้ในการให้สินเชื่อลดลง เมื่อศึกษาแล้วพบข้อสังเกตดังกล่าว จึงส่งหนังสือแจ้งให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ทราบเพื่อนำไปประกอบการพิจารณาแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำให้ชาวนาได้ทันกาลต่อไป

ศูนย์ฟอร์ดนางรองให้สีข้าวฟรี

ส่วนความเคลื่อนไหวช่วยเหลือเกษตรกรชาวนาของกลุ่มองค์กรภาคต่างๆ นายนำเกียรติ พันธเกียรติไพศาล ประธานบริษัทฟอร์ดไฮเทคบุรีรัมย์ เปิดพื้นที่หน้าศูนย์รถฟอร์ดนางรอง ถนนโชคชัย-เดชอุดม อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ให้ชาวนานำข้าวเปลือกมาสีฟรี พร้อมขายข้าวสารราคาผู้ผลิตถึงผู้บริโภคโดยตรง ข้าวสารหอมมะลิขายราคากิโลกรัมละ 20 บาท นายนำเกียรติกล่าวว่า ซื้อเครื่องสีข้าวขนาด 3 แรงม้า สีข้าวเปลือกได้ 120 กก.ต่อชั่วโมง มาให้ชาวนานำข้าวเปลือกมาสีฟรี พร้อมแจกถุงใส่ข้าวสาร ข้าวเปลือก รำข้าว และให้ตั้งขายข้าวสารหน้าศูนย์ฟอร์ด ชาวนาต้องมีทางออกในการขายข้าว วิธีนี้เป็นการช่วยเหลือให้มีเงินหมุนเวียนในครอบครัว มีเงินจ่ายหนี้ที่เกิดจากการทำนา ช่วยแก้ปัญหาหลังเก็บเกี่ยว ไม่ต้องนำไปขายโรงสีทำให้ถูกกดราคา รวมทั้งเกษตรกรควรหันมาศึกษาการลดต้นทุนการผลิต เปลี่ยนรูปแบบการผลิตสู่เกษตรอินทรีย์ นำทฤษฎีในหลวงรัชกาลที่ 9 มาใช้ เดินตามรอยพ่อ กิจกรรมครั้งนี้เป็นการทำบุญ และช่วยเหลือคนไทยด้วยกันโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

รวมกลุ่มนั่งขายหน้าธนาคาร

ที่หน้าธนาคารกรุงไทย สาขาตลาดบ้านดู่ อ.เมืองอุบลราชธานี กลุ่มชาวนาบ้านสะพือ ต.ตระการพืชผล อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี รวมกลุ่มกันนำข้าวสารหอมมะลิใส่ถุง ถุงละ 1 กิโลกรัม มานั่งวางขายในราคา 20 บาท โดยมีประชาชนที่พบเห็นต่างช่วยกันอุดหนุนจำนวนมาก นางสวาท มงคลทอง หนึ่งในชาวนาที่นำข้าวเปลือกมาสีเป็นข้าวสารขายเอง กล่าวว่า พวกตนรวมตัวกันนั่งรถเข้ามาขายในตัวเมืองอุบลราชธานี โดยเฉพาะที่หน้าธนาคารช่วงต้นเดือนแบบนี้ จะมีผู้คนเข้ามาทำธุรกรรมจำนวนมาก หลายรายให้ความสนใจแวะอุดหนุนติดไม้ติดมือกลับบ้าน มานั่งขายได้กว่า 1 สัปดาห์แล้ว เฉลี่ยขายได้วันละ 80-100 กิโลกรัม

เปิดห้างดังอุดรฯจัดตลาดนัดข้าว

ที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดอุดรธานี นายรักสกุล สุริโย สหกรณ์การเกษตรจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานประชุมหาแหล่งขายตรงข้าวให้ชาวนา โดยมีตัวแทนเกษตรกร พาณิชย์จังหวัด เจ้าหน้าที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าประชุม จากนั้นนายรักสกุลกล่าวว่า แนวทางการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น แนวทางแรกจะขอความร่วมมือไปยังผู้ประกอบการโรงสี ให้รับซื้อข้าวจากเกษตรกรที่สูงกว่าปกติ แต่ยังหาข้อยุติไม่ได้ อีกแนวทางคือ การจัดตลาดนัดข้าวเปลือก โดยเชิญผู้ประกอบการโรงสีในจังหวัด และใกล้เคียงเข้าร่วม คาดจะมีผลผลิตข้าวเปลือกออกสู่ตลาดประมาณ 942,295 ตัน และจะประชาสัมพันธ์เปิดตลาดขายข้าววันที่ 15 พ.ย. ที่หน้าห้างเซ็นทรัลพลาซาอุดรธานี รวบรวมข้าวจากเกษตรกรมาจำหน่ายโดยตรง ขายในราคากิโลกรัมละ 10 บาท ภายใน 1 เดือน และจัดตลาดนัดข้าวสารให้เกษตรกรมาขายตรงเดือนละครั้ง

แนะหาตลาดถาวรอย่าทำฉาบฉวย

ด้านนางนัททนันท์ นันตาบุตร ประธานวิสาหกิจชุมชนแปรรูปข้าวเพื่อสุขภาพ อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี กล่าวว่า รัฐน่าจะช่วยเหลือเรื่องการประชาสัมพันธ์ ช่วยหาตลาดถาวรให้ ถ้าจะมาทำแบบวันเดียวคิดว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะชาวนาอีสานจะเก็บข้าวเปลือกไว้เพื่อชะลอการขาย ไม่เหมือนชาวนาภาคกลางจะขายหมด ชาวนาอีสานทำนาพอกิน เหลือกินจึงนำออกมาขาย แม้จะให้ราคากิโลกรัมละ 10 บาทก็ยังไม่คุ้ม เพราะต้นทุนการผลิตสูง ราคาข้าวเปลือกที่จะทำให้เกษตรกรอยู่ได้ อยู่ที่ กก.ละ 15 บาท หรือตันละ 15,000 บาท การที่ภาครัฐคิดแก้ปัญหาโดยให้ชาวนานำข้าวสารมาขายตรง คิดว่าเป็นการแก้ปัญหาแบบฉาบฉวย ไม่ยั่งยืน เป็นการแก้ไขเฉพาะหน้าเท่านั้น วิธีการแก้ไขปัญหาแบบยั่งยืน ต้องเริ่มจากตัวชาวนาก่อน อย่าปลูกข้าวตามกระแส ควรหันกลับมาทำตามวิถีชีวิตดั้งเดิม คิดใหม่ทำใหม่ คือแบ่งปลูกข้าวปกติ และปลูกข้าวที่ได้ราคาที่ตลาดต้องการ เช่น ข้าวอินทรีย์ ข้าวไรซ์เบอรี่ ถึงจะได้ผลผลิตน้อย แต่เราสามารถกำหนดราคาข้าวเองได้

พิษณุโลกเปิดศาลากลางให้ 1 เดือน

ที่ห้องประชุมจังหวัดพิษณุโลก นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผวจ.พิษณุโลก เป็นประธานการประชุมสรุปแนวทางแก้ไขปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยนายศุภชัยกล่าวว่า ทางจังหวัดเตรียมเปิดตลาดนัดข้าวสาร และตลาดนัดข้าวเปลือก ที่บริเวณหน้าศาลหลักเมือง และด้านหน้าศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก ให้ชาวนานำผลผลิต ทั้งข้าวสาร ข้าวแปรรูป และผลิตภัณฑ์จากข้าวมาจำหน่ายให้กับผู้บริโภคโดยตรง โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเช่าพื้นที่ เริ่มตั้งแต่วันที่ 7 พ.ย.ไปจนถึงสิ้นเดือน พ.ย.นี้ มีชาวนาแจ้งความประสงค์จะนำข้าวมาขายแล้ว 10 ราย ขอเชิญชวนประชาชนที่ต้องการอุดหนุนซื้อข้าวสารจากชาวนาโดยตรง มาอุดหนุนเลือกซื้อได้

ปั๊มสุพรรณบุรีใจดีให้ขายฟรีๆ

วันเดียวกันที่ปั๊ม ปตท. ริมถนนมาลัยแมนสายสุพรรณบุรี-นครปฐม อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี นายสุทิน คงทองทิพย์ หรือเสี่ยแจ๊ค เสี่ยเจ้าของปั๊มทำป้ายขนาด 1.2×2.4 เมตรจำนวน 3 แผ่น มาติดที่บริเวณทางเข้าปั๊ม และหน้าร้านสะดวกซื้อภายในปั๊ม ให้เกษตรกรนำข้าวสารมาวางจำหน่ายฟรี โดยนายสุทินกล่าวว่า ในฐานะเป็นประชาชนคนหนึ่งที่ต้องกินข้าวทุกวัน และอดีตก็เป็นลูกชาวนา อยากมีส่วนช่วยเหลือเพิ่มช่องทางให้ชาวนาสุพรรณบุรีอีกทางหนึ่ง เกษตรกร ตัวแทนกลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ชุมชน หรือโรงสีข้าวสหกรณ์ ในเขตพื้นที่สามารถติดต่อเพื่อนำข้าวสารมาวางจำหน่ายได้เลย ฟรีทุกอย่าง รวมถึงกลุ่มเกษตรกรอื่น ก็สามารถมาวางขายได้ ไม่มีการคิดค่าใช้จ่ายใดๆ

ชาวนาอ่างทองรอด้วยความหวัง

ที่ จ.อ่างทอง นายพงษ์อนันต์ ขอพึ่ง อายุ 31 ปี ที่ทำนาเกือบ 100 ไร่ กล่าวว่า ปลูกข้าวขาวสุพรรณ หลังจากทราบข่าวว่ารัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือผู้ปลูกข้าวหอมมะลิ รู้สึกมีกำลังใจ มีความหวังว่าข้าวขาวทั่วไปจะได้รับการปรับราคาตามมาด้วย ที่ผ่านมาขายข้าวขาวได้ตันละ 5,000-6,000 บาท ประสบปัญหาขาดทุน ขายข้าวได้เงินมาแทบไม่เหลืออะไร จากต้นทุนการผลิตที่สูง อยากให้รัฐบาลช่วยดูแลเรื่องราคาข้าวอย่าให้ตกต่ำมาก ขอเพียงแค่พออยู่ได้ เพราะครอบครัวประกอบอาชีพทำนามาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ จะให้ไปทำอย่างอื่นคงลำบาก

“มีชัย” ให้อำนาจศาล รธน.วินิจฉัยยุบพรรค

ช่วงบ่ายที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ. เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง นายมีชัยกล่าวก่อนเข้าประชุมถึงกรณีความคืบหน้าการจัดทำร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองว่า พิจารณาถึงเรื่องการยุบพรรค จะมี 3 กรณี คือ 1.เป็นปฏิปักษ์ ใช้อำนาจหรือรับเงินเพื่อล้มล้างการปกครอง 2.รับเงินจากต่างด้าว 3.การซื้อขายตำแหน่ง การวินิจฉัยให้เป็นอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ ขั้นตอนการร้องต่อศาล กำหนดให้เป็นอำนาจของอัยการสูงสุดพิจารณาส่งฟ้องภายใน 30 วัน หากเลยกำหนดผู้ร้องสามารถยื่นร้องตรงต่อศาลได้ และให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีอำนาจพิจารณาเบื้องต้นว่าพรรคการเมืองเข้าข่ายกระทำความผิดฐานยุบพรรคการเมืองหรือไม่ โดยไม่กำหนดกรอบเวลาพิจารณา ให้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจ กกต.สอบสวน หากมีหลักฐานเพียงพอก็ให้ยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ

ขู่ซื้อขายตำแหน่งเจอโทษประหารชีวิต

นายมีชัยกล่าวอีกว่า สำหรับโทษตัดสิทธิ์ทางการเมืองจากการยุบพรรค จะมีโทษเฉพาะผู้กระทำผิดเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับคณะกรรมการบริหารพรรค โดยโทษตัดสิทธิ์ทางการเมืองจะเทียบเท่าคดีทุจริตอื่น สูงสุดคือตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิต ขณะเดียวกันจะมีโทษทางอาญาที่รุนแรง คือ การประหารชีวิต รองลงมาคือ จำคุกตลอดชีวิต ในฐานความผิดล้มล้างการปกครองหรือซื้อขายตำแหน่ง เพราะถือเป็นการทำลายระบบ โดยจะมีบัญญัติเรื่องการซื้อขายตำแหน่งรองรับไว้ใน พ.ร.บ.ว่าด้วยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ด้วย เพราะมองว่าเป็นเรื่องรุนแรงยิ่งกว่าโรคระบาด อย่างไรก็ตาม กรธ.จะรับฟังความเห็นจากประชาชนและพรรคการเมืองอีกครั้ง ว่าการกำหนดโทษเช่นนี้เหมาะสมหรือไม่ แต่ที่ผ่านมาเมื่อมีการร่างรัฐธรรมนูญ ทุกคนก็อยากให้กำหนดโทษรุนแรง ซึ่งโทษประหารชีวิตและตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิตถือว่ารุนแรงที่สุดสำหรับการทุจริต เหมือนในจีนที่การทุจริตธรรมดาก็ถึงขั้นประหารชีวิตได้

“วัชระ” ชี้ต้องเล่นงาน ขรก.วิ่งเต้นด้วย

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เห็นด้วยกับข้อเสนอของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ถือว่ามองการเมืองทะลุปรุโปร่ง ที่ผ่านมามีการซื้อขายตำแหน่งรัฐมนตรีจริง บางคนจ่ายให้หลังบ้าน บางคนจ่ายให้เลขาฯพรรค จึงสนับสนุนแนวคิดนี้ แต่ในข้อเท็จจริงยังพบว่ามีการซื้อขายตำแหน่งในระบบราชการหลายหน่วยงาน ที่อื้อฉาวที่สุดในอดีต คือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จึงขอให้นายมีชัยออกกฎหมายลงโทษการซื้อขายตำแหน่งของฝ่ายข้าราชการประจำด้วย เพราะส่งผลเสียหายร้ายแรงต่อประเทศชาติและประชาชนไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน อย่าลงโทษแต่ฝ่ายการเมืองฝ่ายเดียว หากนายมีชัยทำได้จะขอกราบอนุโมทนา เพราะจะทำให้ข้าราชการไทยมีโอกาสเติบโตอย่างเท่าเทียมกัน

ถกขับเคลื่อนปฏิรูปคืบหน้าตามแผน

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ 5 ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตีและ รมว.กลาโหม เป็นประธาน ว่า คณะกรรมการฯมีเป้าหมายมุ่งขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศในระยะเร่งด่วน ตามขอบเขตและอำนาจของรัฐบาล เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมให้สังคม ให้ประชาชนเข้าถึงการใช้ทรัพยากรได้ทั่วถึงและเป็นธรรม การปฏิรูปขับเคลื่อนด้านความมั่นคงคืบหน้าหลายเรื่อง อาทิ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) รวบรวมข้อมูลเรื่องความมั่นคงและภัยคุกคาม และจะทำเอ็มโอยูร่วมกันระหว่างหน่วยงาน เพื่อบริหารจัดการข้อมูลทั้ง 2 ส่วน ให้ทุกส่วนข้าราชการมีข้อมูลที่เข้าถึงกันและใช้ประโยชน์ร่วมกัน

“บิ๊กป้อม” ย้ำแก้ปัญหาการบินต้องชัด

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง ทีมงานโฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการบินพลเรือน ว่า ในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) แก้ไขข้อบกพร่องกว่า 500 รายการ ที่องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอเคโอ) ระบุ เหลือข้อบกพร่องที่ต้องแก้อีกไม่มาก และรายงานให้ไอเคโอทราบเป็นระยะๆ ส่วนการออกใบรับรองผู้เดินอากาศใหม่ใน 25 สายการบิน แบ่งเป็น 5 เฟส โดยเฟสแรกเสร็จแล้ว คาดว่าเดือน ก.พ.60 จะเสร็จทุกเฟส และการรายงานต่อสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติ (เอฟเอเอ) จะไปแสดงเจตนารมณ์ว่าไทยจะเปิดสายการบินไปสหรัฐอเมริกาเหมือนเดิม ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตรกำชับการรายงานให้สหภาพยุโรป (อียู) หรือเอฟเอเอต้องชัดเจนทุกเรื่อง

เม็กซิโกเชิดชูในหลวงเป็นนักพัฒนา

วันเดียวกันที่ทำเนียบรัฐบาล นายไฆเม บีร์กิลิโอ นัวลาร์ต ซานเชซ เอกอัครราชทูตสหรัฐเม็กซิโก ประจำประเทศไทย เข้าพบและหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ในโอกาสรับตำแหน่งใหม่ ต่อมา พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า เอกอัครราชทูตเม็กซิโกแสดงความเสียใจต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงเป็นตัวอย่างที่ดีในด้านการพัฒนาของโลก คนเม็กซิโกเองมีความชื่นชมต่อสิ่งที่พระองค์ได้สร้างไว้และการอุทิศตนต่อประโยชน์สุขของพสกนิกรชาวไทย เม็กซิโกมีความสนใจโครงการพระราชดำริ ซึ่งไทยยินดีแบ่งปันองค์ความรู้ เพื่อสานต่อพระปณิธานและส่งเสริมความผาสุกของประชาชนทั้ง 2 ประเทศ โดยขอให้ใช้ไทยเป็นประตูสู่อาเซียนเช่นเดียวกับเม็กซิโกที่ต้องการให้ใช้เม็กซิโกเป็นประตูสู่ละตินอเมริกา

“บิ๊กจิน” แย้มปิดแล้ว 900 เว็บหมิ่น

อีกเรื่อง พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรักษาราชการแทน รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า หลังจากขอความร่วมมือกับทางยูทูบ กูเกิล แอพพลิเคชั่นไลน์ จากการสำรวจเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาหมิ่นสถาบันและไม่เหมาะสม โดยแบ่งออกเป็น 2 ช่วงพบว่า ระหว่างวันที่ 1-12 ต.ค. มีเว็บไซต์ที่กระทำผิดกว่า 200 ยูอาร์แอล และระหว่างวันที่ 13-31 ต.ค.มีเว็บไซต์ที่กระทำผิดประมาณ 1,200 ยูอาร์แอล โดยรวมทั้ง 2 ช่วง อาศัยคำสั่งหัวหน้า คสช.ปิดไปแล้ว 200 ยูอาร์แอล และที่อยู่ระหว่างกระบวนการทางศาลอีก 1,150 ยูอาร์แอล เพื่อขอให้ศาลสั่งปิด ขณะนี้ศาลมีคำสั่งปิดแล้ว 700 ยูอาร์แอล รวมปิดไปแล้ว 900 ยูอาร์แอล โดยพบการโพสต์เข้าข่ายหมิ่นสถาบันผ่านทางยูทูบมากที่สุด แต่ก็ได้รับความร่วมมือจากยูทูบปิดให้ ส่วนการขอความร่วมมือกับเฟซบุ๊ก อยู่ระหว่างรอคำตอบจากผู้บริหารระดับสูงที่ดูแลพื้นที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ตั้งศูนย์ไซเบอร์ไล่ล่ามือโพสต์

พล.อ.อ.ประจินกล่าวต่อว่า ต้องขอความร่วมมือประชาชนหากพบเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมสามารถแจ้งมายังหน่วยงานที่รับผิดชอบ ไม่ควรแชร์ข้อมูลต่อ เพราะสุ่มเสี่ยงทำความผิด พร้อมขอความร่วมมือสื่อมวลชนเสนอข่าวอย่างระมัดระวัง เนื่องจากอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดกับบริษัทที่เรากำลังขอความร่วมมืออยู่ ยืนยันว่าเราไม่ได้เข้าไปล้ำเส้นหรือก้าวก่ายบริษัทเหล่านี้ ไม่ได้เป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน เพราะเข้าใจว่าเว็บไซต์เหล่านี้ มีคนเข้าไปใช้บริการจำนวนมาก และเมื่อวันที่ 1 พ.ย. ได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานไซเบอร์ เพื่อทำหน้าที่ประสานฝ่ายต่างๆ ดำเนินการกับผู้ที่มีโพสต์ผิดกฎหมาย โดยมี น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงดีอี เป็นหัวหน้าศูนย์ โดยตั้งอยู่ที่กระทรวงดีอี

คุมเข้มสื่อผ่านกลั่นกรองถ่ายรูปได้

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ช่วงเย็นวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) นำประกาศแจ้งการถ่ายรูปทำบัตรแสดงตนสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล มาติดที่ห้องผู้สื่อข่าวทำเนียบรัฐบาล ระบุว่า ตามที่ประกาศแจ้งให้สื่อมวลชนยื่นแบบฟอร์มขอทำบัตรแสดงตนสื่อมวลชนประจำปี 2560 สำนักโฆษกจะทยอยเชิญสื่อมวลชนที่ยื่นหลักฐานเอกสารการขอทำบัตรมายังสำนักโฆษก และผ่านการพิจารณากลั่นกรองจากสำนักโฆษกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มาถ่ายรูป ณ ห้องสตูดิโอ ตึกบัญชาการ 2 ชั้น 1 ได้ตั้งแต่วันที่ 3 พ.ย.เป็นต้นไป ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าวออกมาภายหลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ประกาศยกเลิกบัตรแสดงตนสื่อมวลชนทำเนียบรัฐบาลประจำปี 2559 ที่ปกติจะสิ้นสุดภายในสิ้นปีพร้อมเรียกให้คืนบัตรที่สำนักโฆษก โดยเมื่อวันที่ 1 พ.ย. เป็นวันแรกที่เริ่มมาตรการจัดระเบียบสื่อ

“เจ๊ยุ” เข้าทำเนียบเก็บของกลับบ้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ช่วงเช้าเวลา 07.00 น. นางยุวดี ธัญญสิริ ผู้สื่อข่าวอาวุโส เดินทางมายังทำเนียบรัฐบาล โดยแลกบัตรกับเจ้าหน้าที่ที่หน้าประตูเพื่อเข้ามาเก็บของประมาณ 30 นาทีจึงเดินทางกลับ ขณะที่ผู้สื่อข่าวสำนักต่างๆที่ไม่มีบัตรสื่อมวลชนทำเนียบฯ และไม่มีบัตรชั่วคราว ยังคงแลกบัตรเข้ามาได้ตามปกติ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้