วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดูหุ้น Domestic!!

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 2 พ.ย.59 ปิดที่ 1,498.65 จุด ลดลง 5.87 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย 49,339.22 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 846.84 ล้านบาท

“วิน อุดมรัชตวนิชย์” ประธานกรรมการบริหาร บล.เคทีบี (ประเทศไทย) มองตลาดหุ้นเดือน พ.ย. ว่าหุ้นไทยยังมีปัจจัยกดดันและต้องติดตามการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และการเลือกตั้งสหรัฐฯ รวมทั้งราคาน้ำมัน

ช่วงต้นเดือนที่มีปัจจัยเข้ามารบกวนตลาดเป็นระยะต่างชาติน่าจะยังขายหุ้นอยู่ แต่จะเริ่มซื้อกลับเมื่อความคลุมเครือหลายเรื่องผ่านไป คาดว่าแรงซื้อจะกลับมาอย่างเร็วปลายเดือน พ.ย.

กลยุทธ์ลงทุนช่วง 2 สัปดาห์แรกของเดือน พ.ย. แนะให้ชะลอดูผลของตัวแปรสำคัญๆ โดยเฉพาะการเลือกตั้งของสหรัฐฯ ซึ่งหุ้นที่เป็น Domestic จะถูกกลับมาเล่นกันอีกครั้งหลังรัฐบาลเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจต่อ

รวมทั้งการลงทุนและการประชุมงานต่างๆของภาครัฐที่จะมากขึ้น รวมไปถึงหุ้นที่มีฐานรายได้ในภูมิภาคด้วย

ส่วนการเข้าซื้อหุ้นใหญ่ที่ไม่ได้มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวควรรอให้แรงขายของต่างชาติเบาบางลงก่อน ซึ่งคาดว่าหลังผ่านช่วงกลางเดือนไปแล้ว

สำหรับทิศทางดัชนีจะเห็นว่าไม่สามารถไปต่อได้เนื่องจากยังคงถูกกดดันให้เป็นขาลง แต่เป็นการลงในลักษณะแกว่งตัวออกข้าง (Sideway) หรือกำลังรอทิศทางที่ชัดเจนซึ่งสามารถเกิดได้ทั้งขึ้นและลง

โดยประเมินหากดัชนีเป็นขาขึ้นและสามารถยืนได้ที่ระดับ 1,500 จุด ยังมองว่าแรงขาขึ้นยังจำกัด ดัชนีน่าจะอยู่ที่ 1,520-1,540 จุด แต่หากดัชนีปรับตัวลงแนวรับน่าจะแกว่งในกรอบ 1,450-1,410-1,400 จุด

หุ้นที่แนะนำลงทุน AJD-ERW-KCE-ROBINS-SYNEX-SYNTEC!!

ปิดท้ายสำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เอชเอสบีซีโฮลดิ้งส์แนะนักลงทุนเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในทองคำปีหน้า เนื่องจากคาดว่าไม่ว่า “โดนัลด์ ทรัมป์” หรือ “ฮิลลารี คลินตัน” จะชนะการเลือกตั้ง ราคาทองคำจะยังคงมีทิศทางเพิ่มขึ้นในปีหน้า

โดยคาดว่าราคาทองคำจะเพิ่มขึ้น 8% ในปีหน้า โดยหาก “คลินตัน” ชนะ ราคาทองคำอาจเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1,400 ดอลลาร์/ออนซ์ แต่หาก “ทรัมป์” ชนะ ราคาทองคำอาจขึ้นมาอยู่ที่ 1,500 ดอลลาร์/ออนซ์!

อินเด็กซ์ 51

2 พ.ย. 2559 23:39 2 พ.ย. 2559 23:39 ไทยรัฐ