วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ไฮเทค หรูหรา กันน้ำ! ยลโฉมใหม่ 'วอตช์ ซีรีส์ 2' แอปเปิลพัฒนาอย่างไร

ไฮเทค หรูหรา กันน้ำ! ยลโฉมใหม่ 'วอตช์ ซีรีส์ 2' แอปเปิลพัฒนาอย่างไร

  • Share:

แกะกล่อง IT พาคุณไปชมและสัมผัสรายละเอียดของ Apple Watch Series 2 สมาร์ทวอตช์รุ่นใหม่จากแอปเปิล พ่วงด้วย Apple Watch Nike+ นาฬิกาอัจฉริยะเพื่อนักวิ่ง…

ไม่ใช่แค่ไอโฟน 7 (iPhone7) และไอโฟน 7 พลัส (iPhone 7 Plus) ที่เริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเมื่อวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา แต่แอปเปิลยังได้ส่งภาคต่อของวอตช์อย่าง "แอปเปิล วอตช์ ซีรีส์ 2" (Apple Watch Series 2) ออกมาวางจำหน่ายพร้อมกับไอโฟนรุ่นล่าสุด หลังจากแอปเปิล วอตช์ เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยมาแล้วราว 1 ปีครึ่ง

และไม่ใช่แค่ วอตช์ ซีรีส์ 2 เพราะในช่วงสัปดาห์ต่อมา แอปเปิลได้ปล่อยนาฬิกาอัจฉริยะรุ่นที่เป็นความร่วมมือกับบริษัทผู้ผลิตเครื่องกีฬา ไนกี้ (Nike) ในชื่อแอปเปิล วอตช์ ไนกี้ พลัส (Apple Watch Nike+) ออกจำหน่ายในไทยเมื่อวันที่ 28 ต.ค.เป็นวันแรกอีกด้วย

แน่นอนว่า "แกะกล่อง IT by PRISM" ไม่พลาด!!! เมื่อมีโอกาสสัมผัสและทดลองใช้งาน แอปเปิล วอตช์ ซีรีส์ 2 ตัวเรือนใหม่สเตนเลสสตีล รวมถึงรุ่นพิเศษอย่างไนกี้ พลัส จึงรีบนำรายละเอียดของสมาร์ทวอตช์ทั้ง 2 รุ่น มาอัพเดตให้ทุกท่านได้สัมผัสถึงความใหม่และความพิเศษ ไปพร้อมกัน...!

กล่องใส่แอปเปิล วอตช์ ซีรีส์ 2


ตัวเรือนใหม่
แอปเปิล วอตช์ ซีรีส์ 2 มาพร้อมกับวัสดุตัวเรือนใหม่ 2 แบบ คือ สเตนเลสสตีลและเซรามิก จากเดิมที่วอตช์รุ่นแรกมีเฉพาะตัวเรือนแบบอะลูมิเนียมหลากหลายสี ทั้งสีเงิน สีทอง สีโรสโกลด์ และสีเทาสเปซเกรย์ ซึ่งตัวเรือนแบบสเตนเลสสตีลมีให้เลือก 2 สี คือ สีปกติของสเตนเลสสตีล และสีดำสเปซแบล็ค ส่วนตัวเรือนเซรามิกนั้นมาพร้อมกับสีขาวมุกเพียงสีเดียว แต่ยังคงมีตัวเรือนให้เลือก 2 ขนาด คือ 38 มม. และ 42 มม.

อะไรเปลี่ยน?
สำหรับแอปเปิล วอตช์ ซีรีส์ 2 แอปเปิลมุ่งเน้นการพัฒนาใน 2 ประเด็นหลัก คือ ภาพรวมการใช้งาน ทั้งการแจ้งเตือนต่างๆ และการรองรับการใช้งานด้านสุขภาพ-ฟิตเนส

ของใหม่...?
คุณสมบัติใหม่ของทั้ง 2 รุ่น คือ GPS และความสามารถกันน้ำลึก 50 เมตร ซึ่งทำให้มีความสะดวกมากขึ้นในการใช้งาน เช่น ใส่แอปเปิล วอตช์ ทั้ง 2 รุ่น ไปเดิน วิ่ง หรือฟิตเนสได้โดยไม่ต้องพกไอโฟนติดตัวไปด้วย ขณะเดียวกันระบบ GPS ก็จะทำหน้าที่บันทึกเส้นทางและระยะทาง ตำแหน่งต่างๆ และเวลาในการออกกำลังกายของคุณเอาไว้โดยแบ่งเป็นสีต่างๆ เพื่อจำแนกรายละเอียด เช่น ช่วงที่วิ่งเร็ว วิ่งช้า ก็จะเป็นคนละแถบสี หรือแสดงเป็นจุดประ ในช่วงที่คุณอาจอยู่ในสถานที่อับสัญญาณ แต่ระบบก็จะมีฟีเจอร์อื่นๆ เพื่อช่วยในการคาดเดาเส้นทาง เป็นต้น

ส่วนคุณสมบัติกันน้ำลึก 50 เมตร ถือเป็นการอัพเกรดความสามารถให้แอปเปิล วอตช์ ได้เป็นอย่างดี ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการใช้งานร่วมกับกิจกรรมทางน้ำ ทั้งว่ายน้ำ ดำน้ำตื้น และยังสามารถตรวจจับได้ว่าคุณว่ายน้ำท่าอะไรเพื่อนับการใช้พลังงาน เป็นต้น โดยมาพร้อมกับเทคโนโลยีปิดรอบตัวเรือนเพื่อป้องกันน้ำเข้า นอกจากนี้ก็ยังมีฟังก์ชั่นวอเทอร์ ล็อก (Water Lock) เพื่อล็อกหน้าจอไม่ให้ได้รับผลกระทบจากการใช้งานใต้น้ำหรือเปิดโดยไม่ตั้งใจขณะทำกิจกรรมทางน้ำ ซึ่งหากต้องการปลดล็อก...ก็หมุนปุ่มเม็ดมะยมซึ่งลำโพงจะไล่น้ำที่ค้างอยู่ในเครื่องด้วยแรงสั่นสะเทือนจากคลื่นเสียง ซึ่งฟีเจอร์ดังกล่าวก็ไม่จำเป็นต้องกดทุกครั้งที่ใส่แอปเปิล วอตช์ ซีรีส์ 2 หรือไนกี้ พลัส ลงน้ำ เพราะนี่เป็นเพียงคุณสมบัติที่แอปเปิลพัฒนาออกมาอำนวยความสะดวกในการใช้งาน

ตัวเรือนสเตนเลสสตีล ขนาด 42 มม.


ทำงานเร็วขึ้น แอพมากขึ้น
ทั้งวอตช์ ซีรีส์ 2 และไนกี้ พลัส ใช้ระบบเดียวกัน คือ ใช้ชิปเอสทู (S2) ที่มีความรวดเร็วขึ้น 50% รองรับประสิทธิภาพการใช้งานกราฟิกได้เร็วขึ้น 2 เท่าตัว ส่วนจำนวนแอพพลิเคชั่นนั้น ปัจจุบันแอปเปิลระบุว่าแอปเปิล วอตช์ มีทั้งสิ้น 18,000 แอพให้เลือกใช้งานโดยแบ่งเป็นแอพพลิเคชั่นที่แอปเปิลพัฒนาเอง และผู้ให้บริการด้านต่างๆ เป็นผู้พัฒนา ภายใต้เป้าหมายให้เป็นแอปเปิล วอตช์ 2 เป็นอุปกรณ์ที่มีปฏิสัมพันธ์กับการใช้งานผ่านข้อมือได้อย่างรวดเร็ว

หน้าจอและแบตเตอรี่
ในแอปเปิล วอตช์ ทั้งซีรีส์ 2 และไนกี้ พลัส ได้รับการพัฒนาให้หน้าจอมีความสว่างขึ้น โดยมีค่าความสว่างอยู่ที่ประมาณ 1,000 nits (หมายถึงหน่วยวัดความสว่าง โดย 1 nits สามารถเทียบค่าได้เท่ากับเทียน 1 เล่ม) ส่วนแบตเตอรี่นั้น ก็ได้รับการพัฒนาให้สามารถใช้งานได้ยาวนานขึ้น โดยมีการการันตีว่าสามารถใช้งานได้อย่างน้อย 1 วัน หรือมากกว่านั้น

ซอฟต์แวร์ฉลาดขึ้น
เมื่อกดที่ปุ่มกดด้านข้างตัวเครื่อง ก็จะสามารถเรียกดูด็อก (Dock) เพื่อเรียกดูโปรแกรมที่ใช้งานบ่อย ซึ่งผู้ใช้สามารถเลือกและตั้งค่าได้ด้วยตนเอง

หรือเมื่อปัดหน้าปัดขึ้นด้านบน หน้าจอของแอปเปิล วอตช์ ก็จะแสดงคอนโทรลเซ็นเตอร์ (ปุ่มควบคุมการใช้งาน ที่บอกรายละเอียดเปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่ , เปิด-ปิดเสียง , วอเทอร์ ล็อก) ซึ่งมาในรูปแบบและหลักการเดียวกับที่ใช้อยู่บนไอโฟนหรือไอแพด ทั้งยังมีการเชื่อมต่อระหว่างแอปเปิล วอตช์ และไอโฟนอีกด้วย เช่น เมื่อเลือกเปิดโหมดเครื่องบินจากแอปเปิล วอตช์ บนข้อมือ ไอโฟนที่คุณเชื่อมต่อเอาไว้ก็จะปรับเป็นโหมดดังกล่าวโดยอัตโนมัติ

นอกจากนี้ แอพกิจกรรมก็ยังคงตอบสนองผู้ใช้งานในการตรวจจับความเคลื่อนไหว ออกกำลังกาย และการยืน เช่นเคย แต่มีการพัฒนาให้สามารถแชร์สถิติในกิจกรรมต่างๆ หรือส่งข้อความชื่นชม เยาะเย้ย ไปยังเพื่อนหรือคนในครอบครัวได้ด้วย

ตั้งค่าการใช้งานคู่กับไอโฟน


รุ่นไนกี้ พลัส แตกต่างอย่างไร?
หลายคนคงกำลังสงสัยว่าแอปเปิล วอตช์ ไนกี้ พลัส แตกต่างจากแอปเปิล วอตช์ ซีรีส์ 2 อย่างไร คำตอบคือ...ไม่แตกต่างกัน แต่รุ่นไนกี้ พลัส จะมีความพิเศษกว่า 3 ส่วน คือ 1.โลโก้ ที่มาพร้อมกับโลโก้แอปเปิล วอตช์ และโลโก้ไนกี้ คู่กัน 2.สาย เป็นแบบสปอร์ตออกแบบมาให้เป็นรูระบายอากาศโดยรอบ รองรับการใช้งานด้านออกกำลังกายโดยเฉพาะ และ 3.แอพพลิเคชั่นพิเศษ NRC (Nike+ Run Club) เอาใจคนชอบวิ่ง เพราะมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบการใช้งาน โดยผู้ใช้จะต้องสมัครสมาชิกเพื่อให้ระบบรวบรวมข้อมูลการวิ่ง กำหนดมาตรฐานหรือโปรแกรมวิ่ง รวมถึงช่วยฝึกวิ่ง เป็นต้น




สรุป…ต้องรู้!!!

1. แอปเปิลพยายามพัฒนารูปแบบการใช้งานวอตช์ให้เบ็ดเสร็จและจบบนข้อมือได้ง่ายขึ้นมากขึ้น ตั้งแต่การใช้งานบน watchOS 3 ดังนั้น การมาของแอปเปิล วอตช์ ซีรีส์ 2 และไนกี้ พลัส ที่ถูกพัฒนาคุณสมบัติมาหลายประการ ก็ทำให้การใช้งานนั้นสะดวกขึ้นไม่น้อย

2. ราคายังคงเป็นสินค้าพรีเมียมจากแบรนด์แอปเปิลเช่นเคย เพราะแอปเปิล วอตช์ ซีรีส์ 2 เริ่มต้นที่ราคา 13,900 บาท ในรุ่นตัวเรือนอะลูมิเนียม ส่วนตัวเรือนสเตนเลสสตีล ราคาเริ่มต้น 20,500 บาท ตัวเรือนเซรามิก ราคาเริ่มต้น 47,500 บาท และไนกี้ พลัส ราคาเริ่มต้น 13,500 บาท

แผงควบคุมการใช้งาน
คาแรกเตอร์มินนี่ เม้าส์ ที่มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการเพื่อแอปเปิล วอตช์รุ่นใหม่
หมุนปุ่มเม็ดมะยม เพื่อปลดล็อกเครื่องจากฟังก์ชั่นวอเทอร์ ล็อก
สายมีให้เลือกหลากหลายสีและประเภท
สายแบบสปอร์ต สายหนัง สายไนลอนถัก


3. มีฟังก์ชั่นเพื่อรองรับการช่วยเหลือผู้ใช้งานทุกประเทศ ย้ำว่าทุกประเทศที่มีการจำหน่ายแอปเปิล วอตช์ เพราะมีการพัฒนาฟังก์ชั่น SOS โทรออกไปยังเลขหมายฉุกเฉิน โดยใช้ความฉลาดในการเชื่อมต่อสัญญาณเมื่อเปิดใช้งานซึ่งทำให้วอตช์และไอโฟนรู้ได้ว่าผู้ใช้งานกำลังอยู่ในประเทศใด พื้นที่ไหนของโลก ซึ่งหากผู้ใช้ประสบปัญหาฉุกเฉินและกดปุ่มดังกล่าว (กดค้างที่ปุ่มด้านข้างตัวเครื่อง ลักษณะเดียวกับการปิด-เปิดเครื่อง) ก็จะทำการโทรออกอัตโนมัติไปยังเลขหมายฉุกเฉินของของแต่ละประเทศทันที และยังสามารถตั้งค่าได้อีก 3 เลขหมาย เพียงแต่ผู้ใช้ต้องไปเปิดใช้งานฟังก์ชั่นดังกล่าวด้วยตนเองผ่านแอพพลิเคชั่นวอตช์บนไอโฟนซะก่อน

4. คนที่ชอบตั้งค่าเองน่าจะถูกใจ watchOS ใหม่ และวอตช์ ซีรีส์ 2 มากขึ้น เพราะมีรูปแบบหน้าปัดให้เลือกได้หลากหลายมากขึ้น หรือถ้าชอบสลับเปลี่ยนสาย...ก็ยังสามารถเลือกซื้อได้ตามสีและสไตล์ที่ชอบ เพราะแอปเปิล วอตช์ ยังมาพร้อมสาย 4 ประเภท คือ สายแบบสปอร์ต, ไนลอนถัก, สเตนเลส, สายหนัง ทั้งยังหลากหลายสีมากขึ้นด้วย

5. แม้ว่าระยะห่างของวอตช์และไอโฟนจะถูกจำกัดไว้ไม่เกิน 30 ฟุต (ตามระยะการเชื่อมต่อผ่านบลูทูธ) แต่หากอยู่สภาพแวดล้อมที่มีไว-ไฟ เครื่องอาจจะเลือกจับสัญญาณไว-ไฟแทนและทำให้อุปกรณ์มีระยะห่างในการเชื่อมต่อไกลขึ้น แต่เมื่อแอปเปิล วอตช์ มาพร้อมระบบ GPS ก็ทำให้การใช้งานสะดวกยิ่งขึ้น ไม่ต้องกังวลว่าระยะห่างระหว่างวอตช์และไอโฟนจะทำให้การเชื่อมต่อข้อมูลขาดหายไป

6. ถ้าถามถึงความแปลกใหม่... สรุปได้ว่าทั้งแอปเปิล วอตช์ ซีรีส์ 2 และไนกี้ พลัส ได้รับการพัฒนาให้ตอบโจทย์การใช้งานได้ครอบคลุมขึ้นในระดับค่อนข้างดี กันน้ำก็คือกันน้ำได้เต็มที่ไม่ใช่เพียงกันน้ำฝนหรือน้ำกระเซ็น ระบบก็ทำงานได้เร็วขึ้นเมื่อเทียบกับ watchOS ก่อนหน้า แต่เชื่อว่าราคายังเป็นปัญหาถ่วงการตัดสินใจของใครหลายคน.

แอปเปิล วอตช์ ไนกี้ พลัส

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้