วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


บัวหิมะไส้มะเดื่อกวน - วุ้นมะเดื่อ

ถ้าพูดถึง ลูกฟิก (FIGS) เชื่อว่าคงมีหลายๆคนไม่รู้จักเป็นแน่ แต่ถ้าบอกว่า มะเดื่อ คงจะเคยได้ยินผลไม้ชื่อนี้กันบ้าง แต่อาจจะไม่เคยเห็นโฉมหน้าค่าตาก็เป็นได้ ลูกฟิกมีถิ่นกำเนิดจากประเทศแถบตะวันออกกลาง และอิสราเอล แต่พบมากที่ประเทศตุรกีและกรีก ที่สหรัฐอเมริกาถือเป็นประเทศที่ 3 พบมากที่สุดในรัฐแคลิฟอร์เนีย เพราะมีภูมิอากาศที่อบอุ่นกว่ารัฐอื่นๆ

ปัจจุบัน ลูกฟิก เข้ามาแพร่หลายที่ประเทศไทย โดยจัดอยู่ใน10 อันดับแรกของผลไม้ที่มีใยอาหาร (Fiber) สูงสุด และมีแคลเซียมสูงมาก รวมทั้งแร่ธาตุและวิตามินทุกชนิดที่ร่างกายต้องการ และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระและเอ็นไซม์ชนิดพิเศษที่มีประโยชน์สูงและหายากในผักผลไม้อื่น นอกจากจะทานกันแบบสดๆกันแล้ว อาจจะนำมาทำเป็นเบเกอรี่ หรือหน้าพิซซ่า หรือเป็นสลัดก็ได้ แต่วันนี้จะนำผลมะเดื่อหรือผลฟิกมาทำเป็นของหวานจากการนำเสนอของเจ้าของสวน Papamama ที่ปลูกลูกฟิกเป็นพืชเศรษฐกิจ

น้องมีนนิ่ง หรือ โปรดปราน สืบทายาท กรรมการผู้ จัดการสวน Papamama เล่าว่า การทำสวนลูกฟิก มีจุดเริ่มต้นจากครอบครัวของเธอเป็นคริสเตียน และต้นมะเดื่อฝรั่งนี้ ก็ปรากฏอยู่ในพระคัมภีร์อยู่บ่อยครั้ง ทำให้คุณพ่อเกิดความสนใจและเริ่มศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลวิธีการปลูก การผสมดิน และการดูแลรักษา จนประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งมาเป็นระยะเวลา 7 ปีแล้ว โดยนำต้นแบบมาจากโครงการหลวงของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ซึ่งเปี่ยมไปด้วยองค์ความรู้และประโยชน์มากมาย เพื่อให้คนไทยสามารถเรียนรู้และนำไปใช้ได้จริง ทางสวนของเธอก็ได้ดำเนินรอยตามเกษตรทฤษฎีใหม่ของพระองค์ท่าน คือ ใช้พื้นที่น้อยแต่ได้ผลตอบแทนมาก หรือเรียกอีกอย่างว่าเกษตรปราณีต เมื่อเธอและพี่ชายเล็งเห็นถึงคุณประโยชน์มากมายของผลไม้นี้ เพราะแม้แต่เด็กที่แพ้นมวัวก็สามารถรับประทานแคลเซียมจากผลมะเดื่อแทนได้ ก็เลยอยากจะพัฒนาต่อยอดไปอีก นอกเหนือจากที่คุณพ่อปลูกด้วยความสนใจเท่านั้น

ขณะนี้น้องมีนและพี่ชายช่วยกันทำสวน Papamama ตั้งแต่เรื่องการปลูก การเก็บเกี่ยวผลผลิตต่างๆ ไปจนถึงทำการตลาดทั้งในไทย และต่างประเทศ โดยได้ทำโรงเรือนขึ้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นต้นแม่พันธุ์ และมีเครือข่ายสวนมะเดื่อฝรั่งทั้งหมด 7 แห่งในประเทศไทย มีสายพันธุ์มากกว่าหนึ่งร้อยสายพันธุ์ แต่สายพันธุ์ที่เราเลือกปลูกไว้ทำผลสดคือ Black Jack เพราะสามารถผลิตผลได้ทั้งปีในจำนวนมาก และมีขนาดใหญ่พร้อมทั้งมีรสชาติหวาน ในเร็วๆนี้ กำลังจะมีตัวอย่างสวนมะเดื่อฝรั่งในรูปแบบ Smart Farm ซึ่งอยู่ใกล้กรุงเทพฯที่คลอง 10 หนองเสือ จ.ปทุมธานี

นอกจากจะทานแบบสดๆ แล้ว ยังสามารถนำมาทำเป็นขนมก็ได้ อย่าง บัวหิมะไส้มะเดื่อกวน ที่น้องมีน นำเสนอในวันนี้ เป็นสูตรที่คุณแม่ของเธอ (รัตนา สืบทายาท) คิดขึ้นเอง โดยเอาผล มะเดื่อที่ปลูกในไร่มาทำเป็นไส้

ส่วนผสมของตัวแป้งบัวหิมะ : แป้งข้าวเหนียว 60 กรัม/แป้งข้าวเจ้า 50 กรัม/แป้งเค้ก 30 กรัม/น้ำตาลทราย 50 กรัม/น้ำเปล่า 200 กรัม/เนยขาว 40 กรัม/ สีผสมอาหาร สีม่วงหรือสีตามชอบ.......

วิธีทำ 1) ร่อนแป้งแต่ละชนิด 3 ครั้ง 2) ผสมแป้งน้ำตาล น้ำเปล่า แล้วคนให้เข้ากัน 3) เทส่วนผสมทั้งหมดลงกระทะ หรือหม้อเทฟล่อน 4)เปิดไฟอ่อนๆ คนให้เข้ากัน กวนจนกว่าแป้งจะสุก 5) เทแป้งที่สุกแล้วใส่กะละมัง คลุมด้วยผ้าขาวบาง 6) พอแป้งคลายร้อน ยังอุ่นๆ ให้ใส่เนยขาวแล้วนวดให้เข้ากัน 7) ใส่สีผสมอาหาร หรือจะไม่ใส่ก็ได้ แล้วนวดให้เข้ากัน 8) แบ่งแป้งที่ได้ ปั้นเป็นก้อนๆ ประมาณ 25-30 กรัม 9) ใส่ไส้มะเดื่อกวนเข้าไปในแป้ง แล้วพิมพ์ด้วยแป้นพิมพ์

ส่วนผสมไส้มะเดื่อกวน : ผลมะเดื่อสุกฉ่ำ 1 กิโลกรัม/น้ำตาลทรายแดง 2 ช้อนโต๊ะ/แบะแซ 2 ช้อนโต๊ะ/มะนาว 1 ลูก.......

วิธีทำ 1) ล้างผลมะเดื่อที่สุกให้สะอาด และขยำมะเดื่อให้ละเอียด 2) เทมะเดื่อใส่กระทะเทฟล่อน แล้วเปิดไฟอ่อนๆ 3) กวนไปเรื่อยๆจนมะเดื่อเริ่มแห้ง 4) ใส่น้ำตาลและแบะแซ แล้วกวนต่อจนได้ที่ 5) ใส่มะนาวแล้วคนด้วยความเร็ว ปิดไฟ ทิ้งไว้ให้เย็น 6) ปั้นไส้มะเดื่อกวนเป็นก้อนกลมๆประมาณ 10-15 กรัม หากไม่อยากใส่ไส้มะเดื่อกวน สามารถนำแป้งบัวหิมะมาห่อไส้มะเดื่อสดก็ได้และยังมีอีกเมนูคือ วุ้นมะเดื่อ

ส่วนผสม : ผงวุ้น 2 ช้อนโต๊ะ/น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง/น้ำเปล่า 5 ถ้วยตวง/มะเดื่อสดผ่า 4 ส่วน .......

วิธีทำ 1) นำมะเดื่อสดที่ผ่าเรียบร้อยแล้ว วางไว้ในแป้นพิมพ์ 2) ใส่ผงวุ้นลงในน้ำที่ตวงไว้ แล้วเคี่ยวด้วยไฟค่อนข้างแรง 3) พอเดือดแล้วนำน้ำตาลใส่ลงไป คนจนน้ำตาลละลาย 4) เมื่อได้ที่แล้ว ปิดเตา และเทใส่แป้นพิมพ์ที่มีมะเดื่อสดวางอยู่ ทิ้งไว้ให้เย็นจนวุ้นแข็งตัว ก็รับประทานได้เลย หรือแช่ให้เย็นทานแล้วจะยิ่งสดชื่น.

ถ้าพูดถึง ลูกฟิก (FIGS) เชื่อว่าคงมีหลายๆคนไม่รู้จักเป็นแน่ แต่ถ้าบอกว่า มะเดื่อ คงจะเคยได้ยินผลไม้ชื่อนี้กันบ้าง แต่อาจจะไม่เคยเห็นโฉมหน้าค่าตาก็เป็นได้ ลูกฟิกมีถิ่นกำเนิดจากประเทศแถบตะวันออกกลาง และอิสราเอล 2 พ.ย. 2559 14:31 2 พ.ย. 2559 14:33 ไทยรัฐ