วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


MINI TRACK DAY 2016

11 ตุลาคม 2559 ผมกำลังปลุกปล้ำเจ้า MINI Cooper D Hightrim Countryman อยู่ในสนามแข่งรถแก่งกระจาน สนามปราบเซียนที่มีโค้งยูเทิรน์สุดระทึกเอาไว้กำราบมือขับระดับเทพไม่ว่าจะหน้าเก่ามือเก๋าเกมหรือหน้าใหม่ใจปลาสร้อยแบบผม นี่คืองานทดสอบ MINI ในรูปแบบ Track Day กับสนามแข่งรถขนาดเล็กที่เข้ากับรูปแบบและสไตล์การขับขี่แนวรถโกคาร์ทของผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ MINI เจ้า Cooper D Hightrim Countryman เป็นครอสโอเวอร์ไซส์เล็กราคา 2.2 ล้านบาท วางเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 112 แรงม้า กับแรงบิด 270 นิวตันเมตร ถือเป็น Countryman เวอร์ชั่นสุดท้ายก่อนการปรับโฉมประจำปี 2017 ซึ่งบางท่านเห็นภาพ Countryman รุ่นใหม่ล่าสุดในเวปรถต่างประเทศกันไปเป็นที่เรียบร้อย

แม้จะมีสัดส่วนความสูงแนวครอสโอเวอร์มากกว่า MINI ทุกรุ่นและมีกำลังด้อยที่สุดในกลุ่มรถทดสอบของ MINI ในวันนี้แต่ความสามารถในการยึดเกาะกับผิวแทรครวมกับพวงมาลัยที่ว่องไวทำให้การขับไล่ตามรถคันนำมีความสนุกสนานปนเปไปกับความหวาดเสียวน่ากลัว แม้ช่วงล่างของมันจะออกแนวหนึบๆ แข็งๆ แต่การเทโค้งด้วยความเร็วสูงในรถที่มีความสูงแบบนี้นั้นส่งผลให้อาการของ Cooper D Hightrim Countryman มีความน่ากลัวแฝงเข้ามาเนื่องจากระยะห่างระหว่างพื้นถึงใต้ท้องที่มากกว่ารถทดสอบทุกคันในกลุ่ม ทำให้ผมต้องคอยระวังในเรื่องของไลน์และความเร็วที่จะใช้ในการวิ่งเข้า-ออกจากโค้งในสนามแข่งรถแก่งกระจาน สนามที่เคยมีมือชั้นเซียนมาเทกระจาดพลิกคว่ำคะมำหงายหลายต่อหลายรายชนิดนับไม่ถ้วนกันเลยทีเดียว

อัตราเร่ง 0-100 ใน 11.3 วินาที บ่งบอกถึงการทำตัวเป็นรถจ่ายกับข้าวหรือรับส่งลูกไปโรงเรียนมากกว่าจะเอาเจ้า Cooper D Hightrim Countryman มาทรมานสังขารกันแบบนี้ น้ำหนัก 1,410 กิโลกรัม เกือบจะมากสุดในกลุ่มครอสโอเวอร์เล็ก มีเพียงแค่ MINI Cooper SD All4 Countryman Parklane ที่ตัวหนักกว่าเล็กน้อย พวงมาลัยไฟฟ้าที่หนักแน่นเข้ามาช่วยแก้สถานการณ์ได้บ้างเมื่อต้องหักเลี้ยวในจุดยูเทิร์นในลักษณะ 90 องศา การถ่ายเทน้ำหนักที่เป็นรองรถเตี้ยๆ อย่าง MINI Cooper S F56 ทำให้ผมถูกทิ้งอยู่ข้างหลังเมื่อเริ่มเบนหน้ารถพุ่งออกจากโค้งก็โดนทิ้งแบบไม่เห็นฝุ่น พื้นผิวของแทรคในสนามแข่งแก่งกระจานที่ถูกใช้งานมายาวนานแล้วทำให้ความสม่ำเสมอหรือความเรียบของผิวสนามนั้นหายไปในบางจุด ทำให้เกิดอาการโยนตัวเมื่อส่งความเร็วมาอย่างเต็มเหนี่ยว โดยเฉพาะจุดที่ผ่านจากปากทางออกพิตแล้วเจอกับโค้งซ้ายสลับขวานั้น พื้นสนามที่ไม่เรียบโยนเจ้า Cooper D Hightrim Countryman จนทำให้ผมรู้สึกเสียวสันหลัง

สองรอบสนามที่เต็มไปด้วยความระทึกใจใน MINI Cooper D Hightrim Countryman จบลงอย่างเร็ว ผมเดินไปขึ้นรถ MINI คันต่อไปทันทีเพื่อไม่ให้ขาดตอน รถทดสอบ MINI คันต่อไปนั้นถือเป็นรถ MINI ที่อ้วนและตัวโตมากที่สุด หมอนี่คือ MINI Cooper D Clubman รุ่นล่าสุด มันคือรถแวนในตำนานอันเข้มข้นของ MINI ที่มาพร้อมกับตัวถังและเครื่องใหม่ เป็นเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบความจุ 1,995 ซีซี มีเรี่ยวแรง 110 กิโลวัตต์ หรือ 150 แรงม้าที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดที่จะทำให้คนขับรู้สึกได้ถึงความแรงพุ่งขึ้นเป็น 330 นิวตันเมตรจากการปรับอัตราบูสของเทอร์โบ Cooper D Clubman เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 8.5 วินาที โดยมีความเร็วปลายที่ 212 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เจ้า MINI Cooper D Clubman ทรงแวนกอน 5 ประตูนั้นมีน้ำหนักตัว 1,435 กิโลกรัม สมน้ำสมเนื้อกับขนาดของตัวถังทั้งความกว้างและความยาวน้องๆ รถแวนไซส์เล็กของยุโรป เจ้าแห่งตำนานอย่าง MINI Cooper D Clubman รุ่นใหม่ล่าสุดยังมีการตกแต่งภายในที่แปลกแยกไปจาก MINI รุ่นอื่นๆ อย่างชัดเจน ประตูท้ายหรือฝาท้ายแบบใหม่สไตล์ตู้กับข้าวทำให้พวกแม่บ้านไฮโซหรือคนที่ชอบรถแนวๆ ถึงกับครางด้วยความอยากได้

MINI Cooper D Clubman ราคา 2,688,000 บาท มีสไตล์การขับลักษณะเดียวกันกับ MINI Cooper SD 5 Door แต่มีแรงบิดเป็นรองอยู่พอสมควร ความมั่นคงเกิดจากฐานล้อและแชสซีที่ลงตัว แรงบิด 330 นิวตันเมตรทำให้ผมสามารถไล่จิกกัดเกาะท้ายรถคันนำได้ดีกว่าเจ้า Countryman Cooper D รวมถึงความสูงของมันก็อยู่ในเกณฑ์ปกติทั่วไป ออกจะเตี้ยไปด้วยซ้ำ สำหรับความยาวของตัวถัง 4,253 มิลลิเมตรของ Clubman Cooper D ยาวกว่า MINI Hatch 40 เซนติเมตร หลังคาใช้การเล่นระดับความลาดเอียงไปด้านหลัง แบบ shooting brake ฝาท้ายเปิดออกแบบแยกจากกันคล้ายการเปิดตู้กับข้าวเพื่อการขนสัมภาระของพวกแม่บ้าน ครีบรีดอากาศบริเวณหลังซุ้มล้อคู่หน้า air breather ช่วยจัดเรียงกระแสลมดีขึ้นตามหลักอากาศพลศาสตร์ ล้อขนาด 18 นิ้ว ใช้ยางขนาด 225/40 R18 สอดรับกับรูปแบบรถแวนที่มีทรงแบนๆ ยาวๆ MINI Cooper D Clubman F54 เปลี่ยนชุดส่งกำลังแบบใหม่จากเกียร์ขับหน้า 6 สปีดในรุ่นเก่ามาเป็นเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด Steptronic ทำให้อัตราทดเกียร์ครอบคลุมและขยายกว้างมากยิ่งขึ้น ส่งผลไปถึงความประหยัดที่ย่านความเร็วเดินทาง MINI Cooper D Clubman ยังวางเครื่องยนต์ดีเซล 2 ลิตรเทคโนโลยีใหม่ MINI TwinPower Turbo เป็นเครื่องดีเซลที่แตกต่างจาก MINI Cooper D รุ่น Hatch F56/F55 เครื่องยนต์ดีเซล ทวินพาวเวอร์เทอร์โบ ขนาด 2.0 ลิตร 4 กระบอกสูบ 150 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 330 นิวตันเมตร การตอบสนองที่ดีเยี่ยมแทบจะไม่มีอาการรอรอบทำให้ Clubman รุ่นดีเซลเป็น MINI อีกคันที่ขับได้สนุกมาก

สองรอบสนามหมดอย่างเร็ว ผมลงจาก Clubman ไปยัง MINI Cooper S Convertible F 57 ราคา 3 ล้านกับอีก 5 หมื่นบาท นี่คือรถเปิดประทุนคันเล็กรุ่นล่าสุดของ MINI ที่ทำออกมาได้สวยงามน่ารักน่าขับและเป็น MINI อีกรุ่นที่ผมอยากขับมานานแล้วตั้งแต่มันเปิดตัวในงานโตเกียวมอเตอร์โชว์เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา (พฤศจิกายน 2558) หลังคาผ้าใบสีดำสกรีนธงอังกฤษใช้กลไกการพับด้วยไฟฟ้า เครื่องยนต์เบนซิน 2 ลิตร เทคโนโลยี MINI TwinPower Turbo ความจุ 1,998 ซีซี รีดกำลังได้ 141 กิโลวัตต์ หรือ 192 แรงม้า แรงบิดพอสมน้ำสมเนื้อกับขนาดตัวถังที่ 280 นิวตันเมตร ฟังก์ชั่นโอเวอร์บูสทำให้เกิดความต่อเนื่องในด้านการเทแรงบิดลงไปยังล้อคู่หน้า

Cooper S Convertible รุ่นเปิดประทุนเร่งจาก 0-100 ใน 7.1 วินาที ช้ากว่า Cooper S F56 หลังคาแข็งเล็กน้อย เกิดจากน้ำหนักตัว 1,370 กิโลกรัมที่หนักกว่า Cooper S F56 หลังคาแข็งถึง 120 กิโลกรัม การถ่ายเทน้ำหนักในโค้งทำได้ดีแต่อาการบิดตัวที่เกิดขึ้นนั้นมากกว่า Cooper S F56 หลังคาแข็งทำให้ความเฉียบคมลดลงไปบ้าง ลักษณะของการทำตัวเป็นรถเปิดประทุนทำให้โครงสร้างหลักหรือแชสซีต้องมีการดามเสริมความแข็งแรงซึ่งส่งผลให้น้ำหนักตัวของ Cooper S Convertible เพิ่มขึ้นมากจนทำให้ประสิทธิภาพของมันลดลงเมื่อเทียบกับรุ่นหลังคาแข็ง

MINI Cooper S Convertible รหัสตัวถัง F57 สามารถพับหลังคาที่ความเร็ว 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คุณสามารถเลื่อนหลังคาผ้าใบโดยพับแค่ 40% สำหรับการวิ่งแบบกินลมชมวิวเปิดหลังคา พื้นที่ส่วนท้ายมีการออกแบบใหม่โดยเพิ่มความจุของพื้นที่เก็บสัมภาระอีก 25% ฐานล้อยาวขึ้น 28 มิลลิเมตร มีแนวโน้มว่าสามารถบรรทุกผู้โดยสารรวมคนขับได้ 4 คน แต่เบาะหลังนั้นคับแคบไปนิดทำให้นั่งไม่ค่อยสะดวก แรงฉุดลากหรือแรงบิด 28 กิโลกรัม-เมตร ทำผลงานสำหรับการวิ่งเร็วๆ ในแก่งกระจานได้ดี พวงมาลัยไฟฟ้าคมและว่องไวโดยเฉพาะโหมด Sport สนามแข่งที่เต็มไปด้วยโค้งคดเคี้ยวนั้น Cooper S Convertible มีความมาดมั่นใช้ได้ เกียร์ 6 สปีดพร้อมแป้น Paddle Shift ใช้งานได้ดีมาก อัตราทดในเกียร์ 3-4 มีแรงฉุดกระชากมากพอ ทำให้การพุ่งออกจากโค้งเข้าสู่ทางตรงใกล้เคียงกับ Cooper S F56 ผมสามารถโฉบเข้าไปใกล้กับกรวยยางสีส้มแล้วกระโจนต่อไปยังอีกโค้งได้อย่างเร้าใจ เป็นรถเล็กเปิดหลังคาอีกคันที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการขับเล่นแบบเปิดหลังคากินลม เครื่องยนต์ เกียร์และช่วงล่างที่เหนี่ยวนำความบันเทิงได้ทุกเมื่อเท่าที่ต้องการ ราคา 3,050,000 บาท แพงไปนิดแต่ไม่ใช่ปัญหาของนักเลงรถเปิดประทุนแต่อย่างใด

คันต่อไปในงาน MINI Track Day 2016 คือ MINI Cooper S 5 Door Special Edition รหัสตัวถัง F55 ราคา 3,030,000 บาท บานประตูหลังที่เพิ่มเข้ามาทำให้มันมีความยาวมากกว่า Cooper S รุ่น 3 ประตูถึง 161 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อยาวขึ้นอีกนิดที่ 72 มิลลิเมตร เมื่อเทียบกับรุ่น 3 ประตู ทำให้การนั่งโดยสารที่เบาะหลังไม่อึดอัด โดยเฉพาะพื้นที่ของการวางเท้า เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 1,998 ซีซี 4 วาล์วต่อสูบ ทวินเพาเวอร์เทอร์โบ 192 แรงม้า แรงบิด 280 นิวตันเมตร เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 6.8 วินาที ท็อปสปีด 230 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

Cooper S 5 Door มีสัดส่วนความยาว 4,005 มิลลิเมตร กว้าง 1,727 มิลลิเมตร สูง 1,425 มิลลิเมตร ฐานล้อ 2,567 มิลลิเมตร โหมดสูงสุด หรือ Sport Mode เมื่อดันสวิตช์ปรับโหมดข้างซุ้มเกียร์ไปยังตำแหน่งของการขับเคลื่อนในโหมดสูงสุด เครื่องเบนซินเทอร์โบ 2.0 ลิตร ระเบิดออกมาเป็นพลังงานในรูปแรงบิดที่ไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง ระบบอัดอากาศเทอร์โบใบพัดแฝดให้ผลลัพธ์เชิงสมรรถนะที่น่าประทับใจ ยาง Run flat ไซส์ 205/40R18 มีแก้มยางที่แข็งราวกับหิน ทำให้การบดไปบนพื้นถนนเกิดเสียงขึ้นมาในย่านความเร็วสูง แรงยึดเกาะที่ดีพร้อมพวงมาลัยที่ปรับน้ำหนักตามโหมดขับเคลื่อนกับการกระจายน้ำหนักที่สมมาตร เครื่องยนต์เปิดโอกาสให้ใช้รอบสูงได้อย่างต่อเนื่อง เป็นรถ MINI 5 ประตูที่มาพร้อมกับความแรงและความอเนกประสงค์แบบครบเครื่อง แต่ก็ต้องใช้เวลาสำหรับการทำตัวให้คนที่นิยมรถ MINI รู้สึกรักมันมากกว่าที่เป็นอยู่ เนื่องจากประตูบานหลังที่เพิ่มเข้ามานั้นมีส่วนทำให้มุมมองของรถดูแปลกๆนั่นเอง

MINI Cooper S 5 Door Special Edition รหัสตัวถัง F55 ควบคุมได้ง่ายแม้จะมีประตูหลังเพิ่มเข้ามาแต่ไม่ได้ทำให้สมรรถนะของมันลดลง ประสิทธิภาพของเกียร์ออโต 6 สปีดที่ประจำการใน Cooper S รุ่นล่าสุดออกมาในแนวกระชับและมีความต่อเนื่อง แอบมีกระชากบ้างเมื่อลงคันเร่งจนสุด อัตราทดของเกียร์อัตโนมัติที่ไหลขึ้น-ลงอย่างว่องไวไปตามความเร็วถูกออกแบบให้สามารถปรับมาเป็นโหมดแมนนวลเพื่อชิฟเกียร์เอง ทำให้การขับในสนามแข่งรถขนาดเล็กมีความมันแฝงอยู่ การถ่ายเทน้ำหนักในโค้งมั่นคงใช้ได้แต่ยังว่องไวไม่เท่ารุ่น 3 ประตูเมื่อขับแบบมุดเข้ามุดออกจากโค้งมุมแคบ ออปชั่นช่วงล่างแบบปรับได้เติมเต็มความสามารถในการวิ่งบนสนามแข่งที่อุดมไปด้วยโค้งโหดๆ แบบนี้ พวงมาลัยในโหมด Sport หนืดกว่าทุกโหมดช่วยทำให้ขับได้ดีโดยไม่ส่ออาการน่ากลัวเมื่อทะยานผ่านโค้งยูเทิร์น แต่จังหวะของการเทิร์นพวงมาลัยยังมีอาการดีดดิ้นอยู่บ้างตามประสารถเล็กฐานล้อสั้น การเร่งความเร็วบนทางตรงในช่วงสั้นๆ บนสนามแก่งกระจานคือสันดานดิบของ Cooper S ทุกเวอร์ชั่น ไม่ว่าจะเป็นรุ่น 3 หรือ 5 ประตู ส่วนการเสริมรูปลักษณ์ให้มีความอเนกประสงค์ในด้านการใช้งานจนกลายเป็นรถ MINI 5 ประตูเมื่อดูจากตัวเลขยอดขายยังต้องใช้เวลาอีกพอสมควรกว่าจะซื้อใจคนรักรถ MINI ให้หันมาชอบเจ้า Cooper S 5 Door Special Edition เหมือนกับรุ่น 3 ประตู

คันสุดท้ายที่ผมจะได้ลองขับในสนามแก่งกระจานคือ MINI John Cooper Works 2016 ราคา 3,450,000 บาท MINI John Cooper Works มาพร้อมกับชุดแต่ง JCW ด้วยมุมมองภายนอกที่มีความแตกต่างจาก Cooper S F56 เช่น

สปอยเลอร์หน้า-หลัง Johm Cooper Work แก้มข้างแปะตราสัญลักษณ์ Johm Cooper Work ล้ออัลลอยลายใหม่ Mini JCW Gloss Black Cross Spoke 563 Wheel Rim F56 ยางซิ่งคุณภาพสูง Pirelli Cinturato P7 Performance All Season Tire specifically Designed for the JCW ไซส์ 205/40R18 คาร์ลิปเปอร์เบรกแบบ 4 พอตขนาดบิ๊กบึ้มที่ล้อหน้าจาก Brembo พ่นสีแดงแปร๊ดแสบจิต กับจานเบรกหน้าทำจากเหล็กหล่อขนาด 330 มิลลิเมตร กรอบกระจกมองข้าง-หลังคาและวิงหลังดักอากาศสีแดงบ่งบอกถึงความเป็น MINI ที่ไม่ธรรมดา สีตัวถังเบอร์พิเศษ Rebel Green เป็นสีเขียวขี้ม้าคล้ายกับสีเขียว British Racing Green สีคลาสสิกยอดนิยมสำหรับนักเลง MINI ตัวจริงเสียงจริง ฝากระโปรงหน้าคาดด้วยสติกเกอร์สีดำตัดเส้นสีแดง สำหรับมิติตัวถังของ MINI John Cooper Work 2016 มีขนาดความกว้าง 1,727 มิลลิเมตร ยาว 3,874 มิลลิเมตรและสูง 1,414 มิลลิเมตร ระยะห่างจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 143 มิลลิเมตร ระยะห่างดุมล้อหน้า-หลัง 2,495 มิลลิเมตร ความกว้างฐานล้อหน้า-หลังมีตัวเลขเท่ากันที่ 1,485 มิลลิเมตร น้ำหนัก 1,280 กิโลกรัม ถังเชื้อเพลิงความจุ 44 ลิตร

เครื่องยนต์เบนซินรุ่นใหม่เทคโนโลยี MINI TwinPower Turbo เป็นขุมกำลังแบบแถวเรียง 4 กระบอกสูบวางตามขวางขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หน้าขนาด 2.0 ลิตร 1,998 ซีซี 4 วาล์ว ต่อ 1 กระบอกสูบ เครื่องยนต์ถูกจูนอัพจนมีกำลังมากถึง 231 แรงม้า ที่ 5,200-6,000 รอบต่อนาที มากกว่า MINI John Cooper Works R56 รุ่นที่แล้ว 10% แรงบิดสูงสุดที่ได้รับจากเครื่องยนต์ขนาดกะทัดรัดทำได้ถึง 320 นิวตันเมตร !! มากกว่า JCW รุ่นเก่าถึง 23% ระบบส่งกำลังใช้เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ส่วนสมรรถนะด้านอัตราเร่ง เจ้า JCW 2016 สามารถทะยานจากจุดหยุดนิ่งไปถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียงแค่ 6.1 วินาที (รุ่นเกียร์อัตโนมัติ) ส่วน JCW 2016 เวอร์ชั่นเกียร์แมนนวลนั้นมีตัวเลขอัตราเร่งที่ 6.3 วินาที ความเร็วสูงสุดหากมีถนนที่ยาวและโล่งมากพอมันจะไหลไปได้ถึง 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ระบบรองรับหรือช่วงล่างของ John Cooper Works 2016 ที่ต้องรับมือกับแรงบิดมหาศาลเกินขนาดและน้ำหนักไปไกลนั้น วิศวกรของ MINI ใช้การปรับจูนให้สอดคล้องกับย่านของกำลังมาเป็นอย่างดีเพื่อส่งถ่ายความมั่นใจเมื่อทำความเร็ว ช่วงล่างด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัท สปริง โช้คอัพและกันโคลง ชิ้นส่วนบางชิ้นของช่วงล่างด้านหน้าหล่อขึ้นรูปด้วยอะลูมิเนียมเพื่อลดน้ำหนักใต้สปริง ส่วนช่วงล่างหลังเป็นแบบมัลติลิงค์พร้อมชิ้นส่วนอัลลอยเหมือนช่วงล่างด้านหน้า สปริงมีค่าความแข็งมากกว่า MINI Cooper S เนื่องจากต้องรับมือกับแรงบิด 320 นิวตันเมตรที่ปลดปล่อยออกมาจากเครื่องยนต์

ชุดบังคับเลี้ยวใช้พวงมาลัยไฟฟ้าแปรผันน้ำหนักไปตามโหมดของการขับเคลื่อนและความเร็ว พวงมาลัยแรคแอนพีเนียนติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าแปรผันน้ำหนักกับกลไก Servotronic function สำหรับโปรแกรมควบคุมการทรงตัวพร้อมระบบอิเล็กทรอนิกส์ช่วยเบรกนั้นจัดมาให้เพียบ เช่น ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก Hydraulic 2-circuit brake system with anti-lock brakes (ABS), ระบบกระจายแรงเบรก Electronic brake force distribution (EBD) and Cornering Brake Control (CBC), ระบบควบคุมการทรงตัว Dynamic Stability Control (DSC) with brake assistant, ระบบขึ้น-ลงทางลาดชันหรือเส้นทางภูเขา Hill start assistant, และตัวช่วย brake dry function, Fading Brake Support, Dynamic Traction Control (DTC), Electronic Differential Lock Control (EDLC) and Performance Control. Handbrake impacts mechanically on rear wheels

คันเร่งตอบสนองได้ดีมากแทบจะไม่มีอาการรอรอบจากการปรับการทำงานของเทอร์โบแปรผัน Twin Scroll Turbocharger บวกโอเวอร์บูสฟังก์ชั่นให้ปรับตัวเตรียมพร้อมอย่างรวดเร็วปราศจากอาการหน่วงหรือรอรอบพร้อมการปล่อยแรงบิดที่ดูเหมือนจะไม่มีวันหมด แรงฉุดลากมหาศาลของ JCW กับขนาดที่เล็กกะทัดรัดทำให้นักขับมือใหม่ต้องระวังให้ดีหากคิดจะปล่อยม้ากันแบบหมดคอกหมดฝูง เป้าหมายการยกระดับความสามารถของตัวรถให้มากกว่า Cooper S F56 ทำให้ JCW F56 กลายเป็น MINI ที่แตกต่างจากพี่น้องร่วมสายพันธุ์ในทุกองค์คาพยพ ประเด็นหลักของความสามารถคือการปรับจูนเครื่องยนต์ 2 ลิตร เบนซินเทอร์โบให้มีความรุนแรงมากกว่าปกติ ช่วงล่างแนวรถแข่งให้ความรู้สึกถึงความโหดดิบเมื่อขับบนถนนปกติ แต่กลับมาสอดรับพอดิบพอดีเอามากๆ เมื่อขับในสนามแข่ง แม้จะไม่แข็งโป๊กเหมือนช่วงล่างของ MINI Cooper Coupe แต่ก็ไม่มีสัมผัสของคำว่าโอนอ่อนผ่อนคลายโผล่มาให้ เครื่องยนต์ B48 แบบแถวเรียง 4 กระบอกสูบวางตามขวางขับเคลื่อนล้อหน้าส่งเสียงคำรามอย่างบ้าคลั่งทันทีที่คันเร่งถูกกระหน่ำจมมิดลงบนพรมปูพื้น แรงดึงหรือแรงบิดนั้นต่อเนื่องยาวนานออกแนวกระชากกระชั้น และทำให้รู้สึกได้ถึงความแตกต่างด้านพลังงานเมื่อเทียบกับ MINI ทุกคัน ความยอดเยี่ยมของชุดบังคับเลี้ยวแบบ Servotronic function ผสานกับไดนามิกที่ดีคือความยอดเยี่ยมของรถรุ่นนี้

แชสซีที่กระฉับกระเฉงว่องไว ช่วงล่างยึดเกาะได้ดีมาก พวงมาลัยให้สัมผัสที่ตรงไปตรงมาไม่มีอาการสับสนโผล่ออกมาให้เห็น งานตกแต่งทั้งภายนอกและภายในที่แปลกแยกจาก MINI เวอร์ชั่นมาตรฐาน ทั้งหมดทั้งปวงทำให้ JCW คือพระเอกตัวจริงในงาน MINI Track Day เป็นจักรกลขนาดกะทัดรัดที่น่าตื่นตาตื่นใจ แรงยึดเกาะมหาศาลเมื่ออัดเข้าโค้ง ความปราดเปรียวเมื่อเร่งความเร็วบนทางตรง การทำงานของเฟืองท้าย Electronic Differential Lock Control (EDLC) and Performance Control ทำให้มันกลายเป็นจอมโหดคันเล็กที่ขับสนุกและเร็วระเบิดระเบ้อ คุณภาพของงานประกอบกินขาดตามมาตรฐานของ BMW Group โดยภาพรวมของงาน MINI Track Day ถือเป็นการทดสอบประสิทธิภาพของ MINI ทุกรุ่นที่จำหน่ายในประเทศไทยอย่างครบถ้วนกระบวนความ เมื่อเสร็จสิ้นการทดสอบก็ยังเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนเอารถออกไปขับต่อในสนามกันได้ตามความพอใจ เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่โดนใจทั้งลูกค้าและสื่อซึ่งนานทีปีหนจะได้มีโอกาสขับเร็วๆ ในสนามแข่งซึ่งถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการแข่งขันหรือการขับทดสอบรถเล็กบ้าพลังสมรรถนะสูงแบบนี้.

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ MINI จาก MINI Thailand
11 ตุลาคม 2559 MINI Thailand จัดกิจกรรมพิเศษ MINI Track Day พาลูกค้าและสื่อมวลชนทั้งสายยานยนต์และไลฟ์สไตล์ สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ในแบบฉบับมินิ ณ สนามแข่งรถแก่งกระจานเซอร์กิต จ.เพชรบุรี ทดสอบสมรรถนะการขับขี่ของรถยนต์ MINI หลากหลายรุ่น บนสนามแข่งสุดท้าทายที่มีความยาวมากที่สุดในประเทศไทย พร้อมเปิดประสบการณ์การขับขี่ครั้งใหม่ในรถยนต์
MINI Clubman และ MINI Convertible

ปรีชา นินาทเกียรติกุล ผู้จัดการทั่วไป MINI Thailand กล่าวว่า “เพื่อต่อยอดความสำเร็จของ MINI ในฐานะผู้นำตลาดรถยนต์คอมแพคหรูของเมืองไทย เราจึงจัดกิจกรรมครั้งนี้ขึ้นเพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสกับอีกด้านของประสบการณ์การขับขี่แบบ MINI เพราะนอกเหนือจากดีไซน์อันโดดเด่นที่เติมเต็มทุกอารมณ์แล้ว มินิทุกคันยังมีสมรรถนะและความคล่องตัวที่ยอดเยี่ยมเป็นเอกลักษณ์อีกด้วย”

MINI Cooper S Convertible ราคา: 3,050,000 บาท (ราคารวม VAT)

MINI Convertible ใหม่ เป็นรถเปิดประทุนสปอร์ตล้ำสมัยและคงความสนุกในการขับขี่แบบโกคาร์ท มาพร้อมคอนเซปต์ “STAY OPEN” ดีไซน์ภายนอกและภายในสไตล์ MINI เปิดประทุน มิติรถที่เพิ่มขึ้น พร้อมพื้นที่ภายในตัวรถกว้างขวางขึ้นเช่นเดียวกับมิติภายนอก เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้งาน

MINI Cooper S Convertible ให้สมรรถนะการขับขี่แบบสปอร์ตด้วยเทคโนโลยีเครื่องยนต์ MINI TwinPower Turbo ให้ประสิทธิภาพการขับขี่สูงสุด 141 กิโลวัตต์/192 แรงม้า ความเร็วสูงสุด 228 กิโลเมตรต่อ ชม. อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ภายใน 7.1 วินาที เพื่อความรื่นรมย์ในยามขับขี่แบบเปิดประทุนตามสไตล์ MINI แผงหลังคารถหรือซอฟต์ท็อปผลิตจากวัสดุผ้าทอพิเศษ ด้วยวัสดุป้องเสียงหลายชั้น ช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอก มาพร้อมกับดีไซน์ลายธง UNION JACK ที่เป็นเอกลักษณ์ของมินิ ซึ่งสามารถเปิดและปิดอัตโนมัติด้วยระบบไฟฟ้าภายในเวลาเพียง 20 วินาที และในขณะที่รถวิ่งอยู่ด้วยความเร็วไม่เกิน 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์ใหม่ต่างๆ มากมายไม่ว่าจะเป็นโหมดการขับขี่ที่สามารถกดเลือกได้ MINI HEAD-UP DISPLAY ที่สามารถเปิดปิดเพื่อแสดงข้อมูลสำคัญบนคอนโซลหน้าช่วยให้คนขับไม่ต้องละสายตาในขณะขับขี่ ปุ่มควบคุมความบันเทิง MINI Controller ที่ทำงานสามารถทำงานด้วยระบบสัมผัส หน้าจอแสดงผลคอนโซลกลางขนาด 8.8 นิ้ว เทคโนโลยี LED ใหม่ล่าสุดที่ให้แสงไฟสีสันต่างๆ รอบวงแหวน ซึ่งสามารถเปลี่ยนตามฟังก์ชั่นการใช้งาน นอกจากนี้ยังสามารถดาวน์โหลดแอป MINI Connected XL Journey Mate บนสมาร์ทโฟนทำการเชื่อมต่อกับตัวรถเพื่อใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นระบบเตือนฝนตกขณะเปิดประทุน การบอกตำแหน่งจุดจอดรถล่าสุด และอื่นๆ

MINI Cooper S Clubman Hightrim ราคา: 3,288,000 บาท (ราคารวม VAT)
ความยาวที่เพิ่มขึ้น 27 เซนติเมตร กว้างขึ้น 9 เซนติเมตร และฐานล้อที่ยาวขึ้น 10 เซนติเมตรเมื่อเทียบกับรถยนต์ MINI Hatch 5 ประตู MINI Clubman โฉมใหม่ จึงเป็นรถยนต์ MINI ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด พร้อมตอบรับทุกการใช้งานด้วยช่องเก็บสัมภาระที่มีความจุมากถึง 360 ลิตร และยังสามารถขยายขนาดเพิ่มขึ้นเป็น 1,250 ลิตร เมื่อทำการพับเบาะที่นั่งหลังซึ่งแยกกันที่ 60:40 ส่วนฝากระโปรงท้ายแบบบานพับสองข้างใช้วัสดุโลหะที่โดดเด่นสะดุดตา เป็นอีกจุดเด่นชวนมองในส่วนท้ายของ MINI Clubman โฉมใหม่ เสากลางระหว่างบานกระจกซ้าย-ขวามีขนาดเล็กลงกว่าในรุ่นก่อนหน้า ซึ่งช่วยเพิ่มวิสัยทัศน์ในการมองด้านหลังให้ดียิ่งขึ้น ทั้งยังสะดวกสบายด้วยการเปิดประตูแบบไม่ต้องสัมผัส เพียงใช้เท้าจ่อบริเวณใต้กันชนท้ายเมื่อมีกุญแจรถอยู่กับตัวเท่านั้น

MINI Clubman ขับเคลื่อนด้วยพลังของเครื่องยนต์ใหม่ล่าสุด 3 รุ่น โดยขุมกำลังของ Clubman ประกอบด้วยเทคโนโลยี MINI TwinPower Turbo ให้อารมณ์ในการขับขี่แบบโกคาร์ทโดยเพิ่มสมรรถนะของเครื่องยนต์ด้านต่างๆ ที่ดียิ่งขึ้น

MINI John Cooper Work ตัวแรงจากสนามแข่ง ราคา: 3,450,000 บาท (ราคารวม VAT)

MINI John Cooper Work ผสมผสานความเร้าใจจากสนามแข่งกับความหรูหรา ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นแต่ยังคงเอกลักษณ์สุดคลาสสิกไว้อย่างครบครัน ต่อยอดจากรถยนต์ต้นแบบเพื่อมอบสมรรถนะการขับขี่ในระดับรถแข่งพันธุ์แท้ MINI John Cooper Work 2016 มาพร้อมกับขุมพลังสปอร์ต เครื่องยนต์ 4 สูบที่ติดตั้งแบบ transverse พร้อมอัพเกรดระบบส่งกำลังให้ทำงานราบรื่นด้วยเทคโนโลยี MINI TwinPower Turbo พร้อมท้าทายทุกสนามแข่ง ขุมพลังใหม่ของ MINI John Cooper Work ถือเป็นเครื่องยนต์ที่ทรงพลังที่สุดที่ MINI เคยนำออกมาทำตลาด โดยมีกำลังสูงสุดถึง 170 กิโลวัตต์ หรือ 231 แรงม้า

MINI John Cooper Work ยังมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครด้วย พร้อมคอนเทนต์พิเศษในรุ่นนี้เฉพาะ หลังคาและกระจกมองข้างสีแดง Chili Red ล้อแม็กอัลลอยน้ำหนักเบา John Cooper Work ขนาด 18 นิ้ว และแถบสีแต่งกระโปรงรถลาย John Cooper Work ส่วนระบบช่วงล่างทำงานสอดประสานกับเครื่องยนต์อย่างสมบูรณ์แบบ ควบคู่ไปกับเบรกระดับสปอร์ตรุ่นใหม่จากเบรมโบ ระบบพวงมาลัยพาวเวอร์ เซอร์โวทรอนิก ที่ใช้ทั้งระบบไฟฟ้าและกลไกผสมผสานกัน และเทคโนโลยี Dynamic Stability Control ที่มีทั้งคุณสมบัติ Dynamic Traction Control (DTC) Electronic Differential Lock Control (EDLC) และ Dynamic Damper Control ติดตั้งมาในตัวเป็นมาตรฐาน

MINI Cooper SD All-4 Countryman Parklane ราคา: 2,590,000 บาท (ราคารวม VAT)

MINI Cooper SD All-4 Countryman Parklane (มินิ คูเปอร์ เอสดี ออลโฟร์ คันทรีแมน พาร์คเลน) เป็นรุ่นที่สามของ MINI รุ่นไฮเอนด์สุดคลาสสิกที่เน้นความหรูหรา ดีไซน์และสีสันเฉพาะตัว ตัวถังสีเทาเมทัลลิก Earl Grey จับคู่กับหลังคาและกระจกมองข้างสีแดง Oak Red พร้อมแต่งด้วยแถบสีสไตล์สปอร์ตในสีเดียวกับกระโปรงรถ กันชนท้าย และส่วนข้างตัวรถ ขณะที่ไฟเลี้ยวติดตั้งในกรอบชุบโครเมียมที่แต่งด้วยสีแดง Oak Red ล้อแม็กอัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 18 นิ้วสีเทาในดีไซน์ Turbo Fan Dark Grey พร้อมตกแต่งรอบตัวถังด้วยชิ้นส่วนกันชนและขอบประตูสีเงินในชุดแต่ง MINI ALL4 Exterior

MINI Cooper SD All-4 Countryman Parklane ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังดีเซล MINI TwinPower Turbo ขนาด 2.0 ลิตร ซึ่งผลิตจากอะลูมิเนียมทั้งบล็อก ให้กำลังสูงสุด 143 แรงม้าที่ 4,000 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 305 นิวตันเมตร

MINI Cooper S Hatch 3 ประตู พร้อมชุดแต่ง John Cooper Work ราคา: 2,990,000 บาท (ราคารวม VAT)

รถยนต์สปอร์ตคอมแพคต์ขนาดกะทัดรัดระดับพรีเมียม ที่ยังคงเอกลักษณ์สุดคลาสสิกไว้อย่างครบครันและได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องภายหลังจากประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้น พร้อมขุมพลังเครื่องยนต์เจเนอเรชั่นใหม่ 4 กระบอกสูบ แฟนๆ มินิสามารถเลือกเครื่องยนต์ได้ทั้งเบนซินและดีเซล นอกจากนี้แล้วเทคโนโลยี MINI TwinPower Turbo เป็นหัวใจสำคัญที่มอบความคล่องแคล่วปราดเปรียวลงตัวระหว่างประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนานและประสิทธิภาพการประหยัดเชื้อเพลิง

MINI Cooper S Hatch 5 ประตู พร้อมชุดแต่ง John Cooper Work ราคา: 3,030,000 บาท (ราคารวม VAT)

MINI Hatch 5 ประตูที่ได้รับความนิยมอีกหนึ่งรุ่น ได้มีการปรับปรุงที่เพิ่มขึ้นจากรุ่น 3 ประตู ด้วยการเน้นประสิทธิภาพการใช้งานจริงและความสะดวกสบายของห้องโดยสารที่เพิ่มมาจากฐานล้อที่ขยายยาวขึ้น ผู้โดยสารตอนหลังมีพื้นที่กว้างขวางขึ้นถึง 72 มิลลิเมตร สำหรับระยะวางขาเมื่อเทียบกับ MINI Hatch รุ่น 3 ประตู พื้นที่ที่เพิ่มขึ้นยังหมายถึงเบาะนั่งที่สามสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง สำหรับประตูด้านหลังทั้งสองที่เพิ่มเข้ามาช่วยให้การขึ้น-ลงสะดวกสบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

สำหรับ MINI Cooper S รุ่น Hatch 3 ประตูและ 5 ประตู ที่นำมาให้ทดลองขับมาพร้อมชุดแต่ง John Cooper Work ทำให้รถดูสปอร์ตมากขึ้น อุปกรณ์ตกแต่งแอโร-ไดนามิค ล้ออัลลอย Cup Spoke 2-tone ขนาด 18 นิ้ว ภายในมาพร้อมระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์แบบ สเต็ปโทรนิค สปอร์ต ตกแต่งด้วยพวงมาลัยหนัง JCW หัวเกียร์หนัง ครบชุดแต่งในแบบฉบับจอห์น 
คูเปอร์ เวิร์กส์ ทั้งขอบประตู แท่นเหยียบสเตนเลส สตีล และที่วางเท้า ช่วงล่างที่มีระบบ Dynamic Damper Control ไฟหน้าแบบ LED และระบบเครื่องเสียง Harman Kardon ที่ช่วยเพิ่มสุนทรียะแห่งการขับขี่

โปรแกรมบำรุงรักษาและการรับประกัน
นอกเหนือจากสมรรถนะและดีไซน์ของมินิทุกรุ่นแล้ว อีกหนึ่งหัวใจสำคัญในการสร้างความพึงพอใจคือความสบายใจของลูกค้ากับโปรแกรม MINI Service Inclusive สำหรับเจ้าของรถมินิ คุ้มครองรถให้ขับเคลื่อนไปในทุกเส้นทางอย่างราบรื่น โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาตลอดระยะเวลา 5 ปี หรือตลอดระยะทาง 100,000 กิโลเมตร (ขึ้นอยู่กับกำหนดใดที่ถึงก่อน) นอกจากนี้ มินิยังมีโปรแกรมการรับประกันที่ขยายขอบเขตการคุ้มครองเป็นตลอดระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทางอีกด้วย

MINI COOPER D HATCH 3 DOOR
Transmission 6-speed Sport Transmission Steptronic
Cylinders/layout/valves per cylinder 3/in-line/4
Displacement (cm3) 1,496 with TwinPower Turbo
Max. output/Max. revs 85kW/116hp/4,000 rpm
Max. torque/revs 270Nm @1,750-2,250
Max. speed 204 km/h
Acceleration 0-100 km/h 9.2 sec.
Fuel consumption 21.7-24.4 km/l
Fuel type B7 Diesel compatible
CO2 emissions (combined cycle) 108-121 g/km
Unladen weight EU 1,225 kg

MINI COOPER S CLUBMAN
Transmission 8-speed Automatic Transmission Steptronic
Cylinders/layout/valves per cylinder 4/in-line/4
Displacement (cm3) 1,998 with TwinPower Turbo
Max. output/Max. revs 141 kW/192 hp/4,000 rpm
Max. torque/revs 280 Nm/1,250 rpm with overboost function
Max. speed 228 km/h)
Acceleration 0-100 km/h in 7.1sec.
Fuel consumption 16.9 km/l
Fuel type E20 Gasohol compatible
CO2 emissions (combined cycle) 141 g/km
Unladen weight EU 1,465 kg

MINI COOPER D CLUBMAN
Transmission 8-speed Automatic Transmission Steptronic
Cylinders/layout / valves per cylinder 4/in-line/4
Displacement (cm3) 1,995 with Twinpower Turbo
Max. output/Max. revs 110 kW/150 hp/4,000 rpm
Max. torque/revs 330 Nm/ 1,750 rpm
Max. speed 212 km / h
Acceleration 0-100 km/h 8.5 sec.
Fuel consumption 20.4 km/l
Fuel type B7 Diesel compatible
CO2 emissions (combined cycle) 130 g / km
Unladen weight EU 1,435 kg

MINI COOPER CLUBMAN
Transmission 6-speed Automatic Transmission Steptronic
Cylinders/layout/valves per cylinder 3/in-line/4
Displacement (cm3) 1,499 with TwinPower Turbo
Max. output/Max. revs 100 kW/136 hp/4,400 rpm
Max. torque/revs 220 Nm/2,250 rpm
Max. speed 205 km/h
Acceleration 0-100 km/h 9.2 sec.
Fuel consumption 18.9 km/l
Fuel type E20 Gasohol compatible
CO2 emissions (combined cycle) 125 g/km
Unladen weight EU 1,395 kg

MINI JOHN COOPER WORKS
Transmission 6-speed Sport Transmission Steptronic
Cylinders/layout/valves per cylinder 4/in-line/4
Displacement (cm3) 1998 with TwinPower Turbo
Max. output/max. revs 170 kW/231 hp/ 5,000 rpm
Max. torque/revs 320 Nm/ 1,250 rpm
Max. speed 246 km/h
Acceleration 0-100 km/h in 6.1 sec.
Fuel consumption 16.6 km/l
Fuel type E20 Gasohol compatible
CO2 emissions (combined cycle) 148 g/km
Unladen weight EU 1,295 kg

MINI COOPER S JOHN COOPER WORKS DRESS UP EDITION HATCH 3 DOOR
Transmission 6-speed Sport Transmission Steptronic
Cylinders/layout/valves per cylinder 4/in-line/4
Displacement (cm3) 1,998 with TwinPower Turbo
Max. output/max. revs 141 kW/ 192 hp/ 4,700-6000 rpm
Max. torque/revs 280 Nm/ 1,280 rpm with overboost function
Max. speed 233 km/h
Acceleration 0-100 km/h 6.7 sec.
Fuel consumption 17.5 km/l
Fuel type E20 Gasohol compatible
CO2 emissions (combined cycle) 136 g/km
Unladen weight EU 1,250 kg

MINI COOPER S CONVERTIBLE
Transmission 6-speed Automatic Transmission Steptronic
Cylinders/layout/valves per cylinder 4/in-line/4
Displacement (cm3) 1,998 with TwinPower Turbo
Max. output/Max. revs 141kW/ 192 hp/ 5,000 - 6,000 rpm
Max. torque/revs 280 Nm/ 1,280 rpm with overboost function
Max. speed 228 km/h)
Acceleration 0-100 km/h 7.1 sec.
Fuel consumption 16.6 km/l
Fuel type Gasohol 95
CO2 emissions (combined cycle) 143 g/km
Unladen weight EU 1,370 kg

MINI COOPER S HIGHTRIM CLUBMAN
Transmission 8-speed Automatic Transmission Steptronic
Cylinders/layout/valves per cylinder 4/in-line/4
Displacement (cm3) 1,998 with TwinPower Turbo
Max. output/Max. revs 141 kW/ 192 hp/ 5,000 rpm
Max. torque/revs 280 Nm/ 1,250 rpm with overboost function
Max. speed 228 km/h
Acceleration 0-100 km/h 7.1 sec.
Fuel consumption 16.9 km/l
Fuel type E20 Gasohol compatible
CO2 emissions (combined cycle) 141 g/km
Unladen weight EU 1,465 kg

MINI COOPER S JOHN COOPER WORKS DRESS UP EDITION HATCH 5 DOOR
Transmission 6-speed Sport Transmission Steptronic
Cylinders/layout/valves per cylinder 4/in-line/4
Displacement (cm3) 1998 with TwinPower Turbo
Max. output/max. revs 141 kW/ 192 hp/ 4,700-6,000 rpm
Max. torque/revs 280 Nm/ 1,250 rpm with overboost function
Max. speed 230 km/h
Acceleration 0-100 km/h 6.8 sec.
Fuel consumption 17.5 km/l
Fuel type E20 Gasohol compatible
CO2 emissions (combined cycle) 136 g/km
Unladen weight EU 1,315 kg

MINI COOPER D HIGHTRIM Countryman THB 2,270,000
4-cylinder engine
Max. output/Max. revs 82 kW/ 112 hp/ 4,000 rpm
Max. torque/revs 270 Nm/ 1,750 - 2,250 rpm
Max. speed 180 km/h)
Acceleration 0-100 km/h 11.3 sec
Fuel consumption ( 14.5 km/l
B7 Diesel compatible
CO2 emissions 185 g/km
(combined cycle) (g/km)
Unladen weight EU 1,410 kg

MINI COOPER SD ALL4 COUNTRYMAN PARK LANE THB 2,590,000
4-cylinder engine 1995 cm3 with Turbocharger (Diesel engine)
Max. output/Max. revs 105 kW/ 143 hp@ 4,000 rpm
Max. torque/revs 305 Nm/ 1,750 - 2,700 rpm
Max. speed 193 km/h
Acceleration 0-100 km/h 9.5 sec
Fuel consumption 14.3 km/l
B7 Diesel compatible
CO2 emissions (combined cycle) 184 g/km
Unladen weight EU 1,495 kg


อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

11 ตุลาคม 2559 MINI Thailand เปิดประสบการณ์ขับขี่สไตล์อังกฤษกับรถยนต์ MINI ทุกรุ่น ในสนามแข่งรถแก่งกระจานกับงาน MINI Track Day 2016 2 พ.ย. 2559 14:05 4 พ.ย. 2559 09:58 ไทยรัฐ