วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พระเศวตฯ กับคุณเบี้ยว เรื่องเล่าสุดสนุก ช้างเผือกขี้เล่นจากยะลา

ลูกหลานเครือญาติครอบครัว ‘เว็ง’ ชาว ต.กาลอ อ.รามัน จ.ยะลา ผู้พบพระเศวตสุรคชาธาร ปั่นจักรยานมาร่วมแสดงความอาลัย เผยเรื่องเล่า ‘พระเศวตเล็กกับคุณเบี้ยว’ ของหม่อมคึกฤทธิ์ ปราโมช สุดสนุกพิสดาร...

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 พ.ย. นายอาลาวี มะแตฮะ รองนายก อบต.กาลอ อ.รามัน จ.ยะลา พร้อมด้วยลูกหลานและคณาญาติผู้เลี้ยงคุณพระเศวตสุรคชาธาร ช้างเผือกคู่พระบารมีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งพบบริเวณเทือกเขากาลอ บ้านทำนบ หมู่ 3 ต.กาลอ เมื่อต้นปี 2511 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ อบต.กาลอ กลุ่มแม่บ้าน ตลอดจนชาวกาลอ จำนวนหนึ่ง ได้รวมตัวกันปั่นจักรยานจากพื้นที่ตำบลกาลอ เดินทางไปยังศาลากลางจังหวัดยะลา เป็นระยะทางราว 25 กม.พร้อมนำพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช คู่กับช้างคู่พระบารมี โดยทุกคนแต่งกายชุดขาว ร่วมลงนามในสมุดแสดงความอาลัยหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อร่วมไว้อาลัยโดยพร้อมเพรียงกัน ณ ห้องโถงชั้นล่าง ศาลากลางจังหวัดยะลา

ในการนี้ นายอาลาวี มะแตฮะ รองนายก อบต.กาลอ นำคณะยืนตรงต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ได้พระราชทานนามช้างเผือกว่า พระเศวตสุรคชาธารฯ ทำให้ชาวบ้านกาลอ อ.รามัน รู้สึกเกิดความผูกพัน สัมพันธ์ แนบแน่นกับสถาบันพระมหากษัตริย์ จึงได้ร่วมลงนามแสดงความอาลัยถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

จากนั้นได้ยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 9 นาที พร้อมน้อมนำแนวพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาใช้ในชีวิตประจำวันต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ ได้เดินทางไปพบกับครอบครัว “เว็ง” ผู้พบคุณพระเศวตสุรคชาธาร ที่บ้านทำนอบ หมู่ 3 ต.กาลอ ซึ่งเป็นพื้นที่อยู่บริเวณเชิงเขาเทือกเขากาลอ ต.กาลอ อ.รามัน จ.ยะลา ได้พบกับคุณยายมือเล๊าะ อายุ 89 ปี น.ส.ซีตีคอตีเย๊าะ อายุ 53 ปี และนายกอยา อายุ 48 ปี

เมื่อสอบถามถึงการพบช้างเผือก คุณยายมือเล๊าะ ได้เล่าว่า นายเจ๊ะงอ เว็ง สามีซึ่งมีอาชีพทำสวน ได้พบลูกช้างพลาย 1 ตัว อายุราว 3-4 เดือน เดินหลงแม่อยู่ในป่าบนเทือกเขากาลอราวบ่ายๆ วันหนึ่ง ท่าทางดูอิดโรยมาก จึงได้กลับไปตามนายเจ๊ะเต๊ะ เว็ง ผู้เป็นพ่อ ช่วยกันนำลูกช้างกลับมาเลี้ยงที่บ้าน เมื่ออาการดีขึ้น ลูกช้างดูสมบูรณ์แข็งแรง สังเกตดูผิวพรรณออกมีลักษณะผิดแผกไปจากลูกช้างทั่วไปที่เคยเห็นจากบ้านเพื่อนที่ทำป่าไม้ ทุกคนมีความคิดว่า คงไม่ธรรมดาแล้ว หลังจากนั้นจึงได้ปรึกษากำนันและแจ้งให้ทางจังหวัดทราบ

ต่อมา จึงได้นำลูกช้างดังกล่าวเดินทางไปมอบให้ พ.ต.อ.(พิเศษ) ศิริ คชหิรัญ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา รับดำเนินการต่อไป โดยทางจังหวัดได้นำไปเลี้ยงในโรงเรือนบริเวณใกล้จวนผู้ว่าราชการจังหวัด ขณะเดียวกัน ครอบครัว “เว็ง” ก็ยังไปดูลูกช้างน้อยเป็นระยะๆ พบว่าลูกช้างมีนิสัยขี้เล่น และคุ้นเคยกับชาวบ้านที่ไปดู หลังจากทราบว่าลูกช้างน้อยเข้าลักษณะเป็นช้างเผือก และได้มีการน้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จนได้ขึ้นระวางในวันจันทร์ที่ 11 มี.ค.2511 

ทั้งนี้ ในวันที่ 11 มี.ค.ซึ่งเป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงขึ้นระวางพระราชทานนามว่า "พระเศวตสุรคชาธาร บรมนฤบาลสวามิภักดิ์ ศุภลักษณเนตราธิคุณ ทศกุลวิศิษฏพรหมพงศ์ อดุลยวงศ์ตามพหัตถี ประชาชนะสวัสดีวิบุลยศักดิ์ อัครสยามนาถสุรพาหน มงคลสารเลิศฟ้าฯ" ต่อมา ได้มีการสร้างสนามบินขึ้นที่บริเวณ ต.ท่าสาป อ.เมืองยะลา เพื่อดำเนินการขนส่งคุณพระฯ ไปยังวังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

"ปรากฏว่า ในวันเดินทาง คุณพระเศวตฯ มีท่าทีอิดออดไม่ยินยอมใดๆ ทั้งสิ้น สุดท้ายต้องให้พระสหายของคุณพระฯ ซึ่งเป็นเด็กชายตัวเล็กๆ วัย 11 ขวบ ชื่อว่า ด.ช.ธนิต คุมภะสาโน บุตรชายของ พขร.ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาในขณะนั้น พร้อมสุนัขเพศเมียอีกตัว ที่ต่อมาเรียกกันว่า "คุณเบี้ยว" ซึ่งจัดเป็นพระสหายที่วิ่งเล่นด้วยกันกับคุณพระฯ ขณะอยู่โรงเลี้ยงใกล้จวนร่วมเดินทางไปด้วย คุณพระฯ จึงยินยอมเดินทางไป"

คุณยายมือเล๊าะ ยังเล่าให้ฟังอย่างภาคภูมิใจว่า วันเดินทางไปส่งคุณพระเศวตฯ คุณยายได้ติดตามไปด้วย เมื่อไปถึง อ.หัวหิน ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ วังไกลกังวล พระองค์ได้ทรงปลดเข็มกลัด "ภปร" บนพระภูษา พระราชทานให้ พร้อมกับตลับบุหรี่ที่มีสัญลักษณ์ ภปร ด้านหน้า ส่วนด้านหลังมีข้อความว่า "พระราชทานในงานพระราชพิธีขึ้นระวางสมโภชพระเศวตสุรคชาธาร บรมนฤบาลสวามิภักดิ์ จังหวัดยะลา วันที่ ๑๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๑๑" นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้

สำหรับเรื่องเล่าระหว่างพระเศวตเล็ก กับนางเบี้ยว หรือคุณเบี้ยว พระสหายที่เป็นสุนัขติดตามมาจาก จ.ยะลานั้น ที่อ่านได้อรรถรสอ่านสนุกที่สุด เป็นเรื่องที่เล่าโดย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้กล่าวถึงคุณพระเศวตเล็ก ไว้ว่า

"พระเศวตสุรคชาธารฯ หรือคุณพระเศวตเล็ก ถูกพบโดยนายเจ๊ะเฮง หะระดี กำนันตำบลการอ อ.รามัน จ.ยะลา โดยโขลงช้างเดินทางเข้ามาใกล้หมู่บ้านในเวลากลางคืน พอตอนเช้าก็พบเห็นลูกช้างพลัดฝูงอยู่ใต้ถุนบ้าน สันนิษฐานว่าแม่ช้างจะรู้ว่าลูกช้างตัวนี้เป็นช้างสำคัญ จึงนำมาส่งที่หมู่บ้าน เพื่อเข้ามาสู่พระบารมี ตั้งแต่ยังไม่หย่านม

เมื่อนายเจ๊ะเฮงได้เลี้ยงดูลูกช้างนั้นไว้ วันหนึ่งมีสุนัขตัวเมียป่วยหนักใกล้ตาย ได้กระเสือกกระสนมาบริเวณที่คุณพระเศวตเล็กกำลังอาบน้ำอยู่ ได้กินน้ำที่ใช้อาบตัวคุณพระอาการป่วยก็หายไป คงเหลือเพียงอาการปากเบี้ยว จึงได้ชื่อว่า "นางเบี้ยว"

โดยนางเบี้ยวก็กตัญญูรู้คุณคอยติดตามคุณพระเศวตเล็กไม่ยอมห่าง ด้านคุณพระเศวตเล็กเองก็เมตตาเอ็นดูนางเบี้ยว ถือว่านางเบี้ยวเป็นหมาของคุณพระเศวตเล็ก

กระทั่งเมื่อถึงคราวที่คุณพระเศวตเล็กต้องเข้ามาอยู่กรุงเทพฯ เพราะเป็นช้างต้นขึ้นระวางแล้ว ทั้งคุณพระเศวตเล็กและนางเบี้ยวก็มีอาการทุรนทุราย ซึ่งนางเบี้ยวก็ส่งเสียงร้องทั้งกลางวันและกลางคืน จะตามคุณพระเศวตเล็กมาด้วย

เมื่อความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท จึงมีพระราชกระแสว่า ช้างทั้งตัวยังเอาไปได้ ทำไมหมาอีกตัวเดียวจะเอาไปไม่ได้ ให้เอาหมาไปด้วยเถิด สงสารมัน อย่าไปพรากมันเลย

ด้วยเหตุนี้เอง นางเบี้ยวจึงได้ติดตามเข้ามาอยู่กับคุณพระเศวตเล็กในสวนจิตรลดาด้วย และเป็นที่รักชอบของคนในวัง เมื่อเข้ามาอยู่ในรั้วในวังก็เลื่อนฐานะขึ้นเป็น "แม่เบี้ยว" บางคนเรียก "คุณเบี้ยว" ด้วยซ้ำไป และได้ออกลูกออกหลานไว้ที่โรงช้างนั้นเป็นจำนวนมากมาย"

ลูกหลานเครือญาติครอบครัว ‘เว็ง’ ชาว ต.กาลอ อ.รามัน จ.ยะลา ผู้พบพระเศวตสุรคชาธาร ปั่นจักรยานมาร่วมแสดงความอาลัย เผยเรื่องเล่า ‘พระเศวตเล็กกับคุณเบี้ยว’ ของหม่อมคึกฤทธิ์ ปราโมช สุดสนุกพิสดาร... 2 พ.ย. 2559 13:57 2 พ.ย. 2559 16:53 ไทยรัฐ