วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เทนนิสไทยยุคใหม่ ออกสตาร์ตเต็มตัว

หลังจากหมดยุคซุปเปอร์สตาร์อย่างภราดร ศรีชาพันธุ์, ดนัย อุดมโชค และ “แทมมี่” แทมมารีน ธนสุกาญจน์ ดูเหมือนวงการกีฬาเทนนิสของเราจะเงียบเหงาซบเซาลงไปเป็นอย่างมาก

ในขณะเดียวกัน ปัญหาของสมาคมกีฬาเทนนิส ลอนเทนนิสสมาคมแห่งประเทศไทยฯ ก็ดูจะยุ่งเหยิงไม่น้อย หลังจากที่จัดให้มีการเลือกตั้งนายกสมาคม เนื่องจากนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ได้หมดวาระลง

ตอนต้นปีเมื่อวันที่ 23 ม.ค. นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ นายกสมาคม 7 สมัย พ่ายแพ้การเลือกตั้งให้แก่ “บิ๊กเอ๋” สมบัติ เอื้อมมงคล อดีตนักเทนนิสทีมชาติ ด้วยคะแนนเสียง 19 เสียง ต่อ 35 เสียง

เป็นเหตุให้ “บิ๊กเยิ้ม” พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร อุปนายกสมาคม และประธานดำเนินการเลือกตั้งในขณะนั้น ต้องออกมาประกาศให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ โดยอ้างว่าการประชุมยังไม่สมบูรณ์ เพราะได้สั่งยุติการเลือกตั้งก่อนการประชุมจะจบครบทุกวาระ

รวมถึงยังมีข้อสงสัยในความผิดปกติของคะแนนการเลือกตั้ง และผู้รับมอบอำนาจจากสโมสรสมาชิกที่อาจจะไม่ใช่ตัวจริงเข้ามาประชุมเลือกตั้ง จนต้องไปยื่นเรื่องร้องเรียนกับผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวยืดเยื้อกันถึงโรงถึงศาล จนเมื่อวันที่ 12 เม.ย. การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) โดย “บิ๊กเสือ” สกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการ กกท. ได้ออกมาประกาศรับรองให้นายสมบัติ เอื้อมมงคล ได้เป็นนายกสมาคมกีฬาเทนนิส ลอนเทนนิสสมาคมแห่งประเทศไทยฯอย่างถูกต้อง

เมื่อเรื่องมาถึงตรงนี้ทุกอย่างก็น่าจะจบลง

แต่ที่ไหนได้การที่มีเรื่องมีราวฟ้องร้องกันตั้งแต่ครั้งต้น ส่งผลให้คณะกรรมการชุดใหม่ไม่สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ทุกอย่างติดขัดไปหมด แถมยังต้องกังวลเรื่องการส่งคนไปขึ้นศาลเพื่อชี้แจงรายละเอียดต่างๆมากมาย อีกทั้งยังมีการขอผัดผ่อนเรื่องระยะเวลา ทำให้ต้องยืดเยื้อกันไป

ต่อมาคู่ขัดแย้งทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งฝ่ายของนายสมบัติและฝั่งของนายสุวัจน์ ได้มีความเห็นร่วมกันที่จะยุติปัญหาความขัดแย้งและเป็นคดีอยู่ในศาล โดยจัดการประชุมวิสามัญ ซึ่งเป็นการเข้าชื่อร้องขอให้จัดการประชุมวิสามัญโดยสโมสรสมาชิกของสมาคมกีฬาเทนนิสฯ ที่เกินจำนวน 2 ใน 3 ของสมาชิกทั้งหมดคือจำนวน 53 สโมสร จากสโมสรที่มีอยู่ทั้งหมด 61 สโมสร

มีวาระสำคัญคือการเลือกตั้งนายกสมาคมใหม่และคณะกรรมการอำนวยสมาคมชุดใหม่ ในวันที่ 27 ต.ค. เพื่อยุติปัญหาและช่วยกันทำงานเป็นการพัฒนาวงการกีฬาเทนนิสเมืองไทยร่วมกัน

ทั้งหมดนี้เป็นผลมาจากคำแนะนำของศาล เพื่อความปรองดองและให้ทุกอย่างเดินหน้าไปได้

สุดท้ายแล้ว เมื่อวันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา สมาคมกีฬาเทนนิส ลอนเทนนิสสมาคมแห่งประเทศไทยฯ ก็ได้จัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ สมาคมกีฬาเทนนิสฯขึ้นอีกครั้ง

โดยมีวาระสำคัญคือการเลือกตั้งนายกสมาคมฯคนใหม่ เพื่อความชัดเจน และเพื่อความปรองดอง ตามเจตนารมณ์ของศาลและคู่ขัดแย่งทั้ง 2 ฝ่าย โดยในวันนั้นมีสโมสรสมาชิก 58 จากทั้งหมดที่มี 61 สโมสรเข้าร่วมประชุมด้วย

แม้ระหว่างดำเนินการประชุม พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียนผู้แทนชมรมสนามเทนนิส 71 ที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามมาตลอดออกมาเห็นค้านว่าการเลือกตั้งใหม่นั้นไม่ถูกต้อง เนื่องจากการประชุมไม่มีผู้แทนจากการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) มาสังเกตการณ์ และผู้ตรวจการแผ่นดินได้วิเคราะห์แล้วว่าการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ม.ค.ที่ผ่านมา ไม่ถูกต้อง จึงเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องที่จะจัดประชุมในวันนี้ต่อ

อย่างไรก็ตาม นายไทยทนุ วรรณสุข รักษาการรองเลขาธิการฯ ก็ได้ชี้แจงว่า ก่อนหน้านี้ได้มีการประสานและขอคำปรึกษาจากนายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และฝ่ายนิติกรของ กกท. มาอย่างต่อเนื่อง

ยืนยันว่าสามารถจัดการประชุมได้ เนื่องจากพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558 มาตรา 76 ระบุว่า อาจจะไม่ส่งผู้แทน กกท. มาร่วมสังเกตการณ์หรือไม่ก็ได้ นอกจากนี้นายไทยทนุยังกล่าวด้วยว่า ความวุ่นวายทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันนี้เกิดจากการแบ่งตำแหน่งคณะกรรมการบริหารไม่ลงตัวเท่านั้น

และผลการเลือกตั้งออกมาก็อย่างที่ทราบกันไปแล้วว่า “บิ๊กเอ๋” สมบัติ เอื้อมมงคล ซึ่งเปลี่ยนชื่อเป็น “กิตตน์สมบัติ “ยังคงได้รับความไว้วางใจอีกครั้ง

โดยในที่ประชุมมีการเสนอชื่อนายกิตตน์สมบัติเพียงคนเดียว และสมาชิก 51 สโมสรยกมือรับรองให้ลงชิงตำแหน่งได้ ซึ่งตามข้อบังคับสมาคมระบุว่าถ้ามีผู้ลงชิงตำแหน่งคนเดียว ผู้ที่มีชื่อนั้นจะได้รับเลือกเป็นนายกสมาคมฯทันที

ทำให้นายกิตตน์สมบัติเป็นนายกสมาคมฯ ครั้งที่ 2 ในรอบ 6 เดือน

ต่อมาเมื่อวันที่ 30 ต.ค. “บิ๊กเอ๋” ก็ได้ประกาศรายชื่อ คณะกรรมการอำนวยการสมาคมกีฬาเทนนิสฯ ชุดใหม่ วาระบริหาร ปี 2559-2563 จำนวน 19 คนออกมาอย่างเป็นทางการ

โดยประกอบไปด้วย นายกิตตน์สมบัติ เอื้อมมงคล นายกสมาคมกีฬาเทนนิสฯ ซึ่งรับเป็นประธานฝ่ายพัฒนาเทคนิคด้วย สำหรับอุปนายกสมาคมมี 7 คน ได้แก่ ดร.ทวีศักดิ์ ศิลกุล, พล.อ.สมโภชน์ นนทชัย, นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา, นายไวพจน์ คดบัว, พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล, นายภูมิสรรค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา และนายธนกร ดวงมณี ส่วนตำแหน่งเลขาธิการสมาคมกีฬาเทนนิสฯ คือ นายไทยทนุ วรรณสุข และมีนายวิเชษฐ์ ทีปกากร เป็นรองเลขาธิการสมาคม

นายธานี แสนยาอุโฆษ กรรมการและประธานฝ่ายพัฒนาเยาวชน, นายภุชงค์ เลาหศิริวงศ์ กรรมการและประธานฝ่ายจัดการแข่งขัน,นายกฤตชัย เนยโอชา กรรมการและประธานฝ่ายผู้ตัดสิน, พันเอกวัฒนา จันทร์ไพจิตต์ กรรมการและนายทะเบียน, นายภราดร ศรีชาพันธุ์ หรือ “ซุปเปอร์บอล” อดีตนักเทนนิสชาย มืออันดับ 9 ของโลก กรรมการและปฏิคม, นายธัชพงศ์พัชร์ สีลาวงษ์ กรรมการและเหรัญญิก, นายรัฎ อักษรานุเคราะห์ กรรมการและฝ่ายประชาสัมพันธ์ ขณะที่นายชาญณรงค์ จัดนอก และ ร.ต.ท.ดนัย อุดมโชค หรือ “เจ้าปิ๊ก” อดีตนักเทนนิสมืออันดับ 1 ของไทย ทำหน้าที่กรรมการกลางของสมาคมฯ

นี่เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นที่คณะกรรมการชุดใหม่ของสมาคมกีฬาเทนนิสฯ ภายใต้การนำทัพของ “บิ๊กเอ๋” กิตตน์สมบัติ เอื้อม-มงคล จะได้เริ่มทำงานกันอย่างจริงๆจังๆซักที

นายกิตตน์สมบัติเปิดเผยว่า ตอนนี้ได้คณะกรรมการอำนวยการสมาคมกีฬาเทนนิสฯ ชุดใหม่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งมาจากการเลือกตั้ง 9 คน และการแต่งตั้งอีก 9 คน รวมตนด้วยเป็น 19 คน หลังจากนี้จะไปยื่นจดทะเบียนกับการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ให้เรียบร้อย

“ในฐานะที่เป็นนายกสมาคมกีฬาเทนนิส มีความยินดีที่น้องๆซึ่งเป็นอดีตทีมชาติและอดีตนักกีฬามาร่วมกันทำงาน นี่คือนิมิตหมายที่ดีในการร่วมมือกัน เดินหน้าพัฒนาวงการกีฬาเทนนิสให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง การทำงานของคณะกรรมการอำนวยการสมาคมชุดใหม่จะเริ่มอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 1 ธ.ค. หลังจากเอกสารทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว”

นายกิตตน์สมบัติกล่าวต่อไปว่า ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาถือว่าทำงานลำบากมาก เพราะมีเรื่องฟ้องร้องในศาลโดยตลอด คณะกรรมการบริหารหลายคนต้องไปขึ้นศาลเกือบทุกสัปดาห์ ดังนั้น ศาลจังหวัดนนทบุรีได้แนะแนวทางให้ทุกฝ่ายหารือกันแบบปรองดองเพื่อจะได้ยุติปัญหา หลังจากนั้นได้ปรึกษากับ กกท. จนได้ข้อยุติว่าจะมีการเลือกตั้งใหม่ มั่นใจว่าทาง กกท.จะมีการรับรองคณะกรรมการชุดนี้อย่างแน่นอน เพราะได้ปรึกษากันไว้ตลอด หลังจากนี้จะได้เดินหน้าทำงานกันเต็มที่

ที่ผ่านมาตนขอยืนยันว่าคณะกรรมการในชุดที่ตนเป็นนายกสมาคมฯก่อนหน้านี้ไม่ได้มีปัญหาการขัดแย้ง หรือแบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันแต่อย่างใด ซึ่งที่ทำให้มีการเลือกตั้งขึ้นในวันนี้ก็เพื่อความชัดเจน ให้ทุกอย่างได้คลี่คลาย และทำทุกอย่างให้โปร่งใส
ครั้งนี้นับเป็นการเลือกตั้งที่โปร่งใสมากที่สุดแล้ว

จากนี้เราพร้อมจะเดินหน้าทำงานกันอย่างเต็มที่ และไม่กังวลที่จะมีใครตามมาฟ้องร้องอีก เนื่องจากการเลือกตั้งในครั้งนี้ก็เป็นคำที่ศาลท่านแนะนำมา เพื่อให้เกิดความปรองดอง จากนี้ตนและคณะกรรมการของสมาคมฯทั้งหมดจะเดินหน้า และตั้งใจทำงานกันอย่างเต็มที่ให้ดีที่สุด

นโยบายแรกที่จะเกิดเป็นรูปธรรมให้เร็วที่สุดจากนี้คือการจัดตั้งศูนย์ฝึกเทนนิสในระบบอะคาเดมี่ซึ่งจะมีอยู่ 4 ศูนย์ใหญ่ๆใน
ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ โดยในวันที่ 1 ธ.ค.นี้น่าจะเริ่มเปิดศูนย์ประจำภาคกลางซึ่งตั้งอยู่ในที่ทำการของสมาคมฯได้เป็นที่แรก ส่วนภาคต่อไปจะไปเปิดที่ จ.นครราชสีมา โดยจะเน้นการปั้นเยาวชนเป็นหลัก
นโยบายการจัดตั้ง “อะคาเดมี่ 4 ภาค” เป็นเรื่องเร่งด่วนที่สุด

การเป็นสมาคมกีฬา การพัฒนา ส่งเสริม การจัดการแข่งขัน ฯลฯ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่สมาคมกีฬาต้องทำตามหน้าที่อยู่แล้วทั้งหมด แต่สิ่งที่ตนจะเข้ามาเติมคือการเฟ้นหาและเพิ่มทรัพยากรนักกีฬาที่มีคุณภาพ และต้องทำให้เร็วที่สุดด้วย แนวคิดการจัดตั้ง “อะคาเดมี่ 4 ภาค” จึงได้กำเนิดขึ้น

เหนือ อีสาน กลาง และใต้ ทั้ง 4 ภาคจะมีอะคาเดมี่ใหญ่ของลอนเทนนิสฯตั้งอยู่ โดยจะจ้างโค้ชจากต่างประเทศที่มีความสามารถและประสบการณ์เป็นหัวหน้าดูแล และให้โค้ชไทยเข้าไปร่วมสอน ซึ่งก็ถือเป็นการยกระดับของโค้ชคนไทยไปด้วยส่วนหนึ่ง

ในส่วนของนักกีฬาจะรับสมัครผู้ที่มีความสนใจในกีฬาเทนนิสและอยากเข้ามาฝึก โดยลอนเทนนิสฯจะไม่เกี่ยงเรื่องของจำนวน เราจะทำให้เขาเป็นนักกีฬาให้ได้ แม้ว่าตอนเดินเข้ามาจะเพิ่งเริ่มเล่นก็ตาม

จากนั้นจะให้อะคาเดมี่ของแต่ละภาคส่งนักกีฬาที่ดีที่สุดเข้ามาร่วมแข่งขันในส่วนกลาง เพื่อหาคนที่ดีที่สุดไปฝึกซ้อมและแข่งขันที่อะคาเดมี่ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา หรือในยุโรป ซึ่งมองเอาไว้ที่สเปน หรืออาจจะเป็นที่ฝรั่งเศส

ที่ผ่านมานักกีฬาเทนนิสเมื่อถึงอายุที่เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ ต้องเลือกระหว่างเรียนหรือเล่นเทนนิสต่อไป

แต่จากนี้ลอนเทนนิสฯจะเข้ามาการันตีว่า หากเขาเลือกที่จะเล่นเทนนิสต่อไป

ทุกอย่างลอนเทนนิสฯจะเป็นผู้ที่เข้ามาซัพพอร์ตอย่างเต็มที่

แต่ขออย่างเดียว เมื่อเก่งแล้ว ต้องไม่ปฏิเสธการรับใช้ชาติด้วย

หากจะถามถึงเป้าหมายที่วางไว้ในการเข้ามาทำหน้าที่นายกลอนเทนนิสฯนั้น “บิ๊กเอ๋” ตอบว่า ในช่วงวาระ 4 ปีของผม นักเทนนิสของเราต้องไปเล่นในโอลิมปิกเกมส์ และต้องเข้าไปอยู่ในท็อป 100 ของโลกให้ได้

ตนขันอาสาเข้ามาทำงานเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของตัวเอง ดังนั้นสิ่งใดที่เห็นว่าดีก็สานต่อ สิ่งไหนที่เห็นว่าจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งที่ดีกว่าก็ต้องปรับปรุง

ทั้งหมดทั้งมวลเพื่อต้องการยกระดับอัพเกรดกีฬาเทนนิสของเรา

ให้ดีขึ้นกว่าตอนนี้ที่เป็นอยู่.

หลังจากหมดยุคซุปเปอร์สตาร์อย่างภราดร ศรีชาพันธุ์, ดนัย อุดมโชค และ “แทมมี่” แทมมารีน ธนสุกาญจน์ ดูเหมือนวงการกีฬาเทนนิสของเราจะเงียบเหงาซบเซาลงไปเป็นอย่างมาก 2 พ.ย. 2559 13:49 2 พ.ย. 2559 13:54 ไทยรัฐ