วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยอดกษัตริย์นักวิทยุ ผู้รอบรู้ด้านการสื่อสาร

ย้อนหลังไปกว่าสี่สิบปีที่แล้ว ยุคสมัยที่ประชาคมโลกยังไม่สามารถเชื่อมการสื่อสารถึงกันได้อย่างเช่นทุกวันนี้ แต่กลับมีพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์หนึ่ง ได้เพียรพยายามคิดค้นและวางระบบวิทยุสื่อสาร ด้วยประสงค์จะเชื่อมต่อสัญญาณวิทยุสื่อสารให้ติดต่อครอบคลุมได้ทั่วประเทศ

มนัส ทรงแสง VR019 อดีตรองอธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลข บอกว่า วิทยุสื่อสารถูกนำเข้ามาใช้ในประเทศไทยเป็นระยะเวลานานมากแล้ว ซึ่งในสมัยนั้น มีหน่วยงานด้านความมั่นคงได้นำมาใช้ และทดลองวางระบบเรื่อยมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนพระราชหฤทัยในเรื่องของวิทยุสื่อสารอยู่แล้ว พระองค์ทรงคิดค้นการติดต่อในระยะไกล ทั้งทรงเป็นช่างปรับแต่งจูนวิทยุ รวมถึงออกแบบสายอากาศด้วยพระองค์เองมาอย่างต่อเนื่อง

เมื่อมาถึงปี พ.ศ.2524 พล.ต.ต.สุชาติ เผือกสกนธ์ VR001 อธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลขสมัยนั้น (เสียชีวิตแล้ว) เริ่มเห็นปัญหาของวิทยุสื่อสาร เพราะเริ่มมีการตรวจสอบพบว่า มีวิทยุสื่อสารถูกนำเข้ามาจากต่างประเทศมากขึ้น มีผู้แอบใช้แบบไม่ถูกกฎหมายมากขึ้นตามไปด้วย

พล.ต.ต.สุชาติได้เป็นผู้ถวายงานใกล้ชิดเกี่ยวกับวิทยุสื่อสารให้กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงได้กราบทูลขอความเห็นว่า ถ้าจะนำประชาชนที่กำลังใช้วิทยุสื่อสารแบบไม่ถูกกฎหมายมาเข้าระบบทำให้ถูกกฎหมายจะสมควรไหม พระองค์ทรงตอบว่า ดีสิ เขาเหล่านั้นจะได้มีความภูมิใจ

กรมไปรษณีย์โทรเลขจึงได้ริเริ่มก่อตั้งชมรมวิทยุอาสาสมัครขึ้น โดยให้เป็นโครงการนำร่องให้ทางราชการได้เห็นประโยชน์ของภาคประชาชนในการใช้วิทยุสื่อสาร จึงเปิดสอบเพื่อรับประกาศนักวิทยุสมัครเล่นขั้นต้นให้กับประชาชนผู้ที่สนใจในเรื่องวิทยุสื่อสารตั้งแต่นั้นมา ในครานั้น กรมไปรษณีย์โทรเลขได้น้อมเกล้าฯถวายสัญญาณเรียกขานให้กับพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว คือ VR 009 ซึ่งพระองค์ทรงรับไว้ด้วยความยินดี และพระองค์ยังทรงออกอากาศมาสนทนาให้ความรู้กับนักวิทยุสมัครเล่นอยู่บ่อยครั้ง

มนัสบอกว่า ค่ำคืนวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2525 เหล่านักวิทยุต่างรวมใจ ถวายพระพรพระองค์ คืนนั้นมีนักวิทยุมาถวายพระพรผ่านความถี่มากมาย เมื่อสถานีสุดท้ายถวายพระพรเสร็จ พล.ต.ต.สุชาติได้กล่าวสรุปปิดท้ายเพื่อที่จะเคลียร์ความถี่...แต่แล้วก็มีเสียงในวิทยุดังขึ้นมาว่า ขอขอบใจ วีอาร์ 001 และทุกๆคนที่มาอวยพรวันเกิดจากวีอาร์ 009

มนัสบอกว่า เสียงนั้นนำมาซึ่งความปลาบปลื้มต่อนักวิทยุทุกคน จนถือเป็นประเพณีปฏิบัติของนักวิทยุ ในการที่จะพร้อมใจกันถวายพระพรต่อพระองค์ท่านผ่านวิทยุสื่อสาร ในคืนวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี เมื่อประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 13 ในการแข่งขันครั้งนั้น มีการจัดการแข่งขันเรือใบที่พัทยา และการแข่งขันจักรยานทางไกลที่ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี

ในขณะนั้น เทคโนโลยีการสื่อสารยังไม่ก้าวหน้าเหมือนเช่นทุกวันนี้ กรมไปรษณีย์โทรเลขต้องวางแผนเข้าไปติดตั้งสถานีทวนสัญญาณวิทยุสื่อสาร ที่เขาฉลาก ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เพื่อให้วิทยุสื่อสารสามารถใช้ประสานงานเรื่องต่างๆ ระหว่างกรุงเทพฯถึงชลบุรีได้

มนัสเล่าว่า เขาเป็นผู้ไปร่วมติดตั้งสถานีทวนสัญญาณในวันนั้น แต่การทำงานของสถานีทวนสัญญาณกลับพบปัญหา ไม่สามารถรับส่งได้เลย เพราะเกิดสัญญาณรบกวนกันเอง ในขณะที่มนัสและเจ้าหน้าที่ทุกคนกำลังงุนงงกับปัญหาอยู่นั้น เสียงวิทยุก็ดังขึ้นอีกครั้งว่า ขออนุญาตจากวีอาร์ 009 ซึ่งพระองค์ทรงฟังวิทยุอยู่ก่อนแล้ว และทราบว่าสถานีทวนสัญญาณไม่สามารถทำงานได้ พระองค์ทรงถามต่อว่า สถานีทวนสัญญาณความถี่ภาครับ ความถี่ภาคส่งเท่าไร และใช้สายอากาศกี่ต้น แยกจากกันระยะห่างเท่าไร

เมื่อมนัสตอบวิทยุกลับไปในเรื่องความถี่รับส่ง และสายอากาศที่ใช้ จำนวนสองต้น โดยทั้งภาครับภาคส่งอยู่ในระยะที่เท่ากัน พระองค์ทรงตอบกลับมาว่า ทำอย่างนั้นไม่ได้ ต้องให้สายอากาศภาครับอยู่ด้านบนสุด เพื่อที่จะรับสัญญาณจากสถานีอื่นๆได้ดี และให้สายอากาศส่งอยู่ด้านล่างสุด เพื่อที่จะเป็นการหลีกเลี่ยงการรบกวน มนัสได้ทดลองทำตามที่พระองค์ท่านแนะนำ โดยแยกสายอากาศทั้งสองต้นให้ห่างออกจากกัน ผลปรากฏว่า สัญญาณรบกวนหายไปในทันที

ในระหว่างการแข่งขันซีเกมส์ครั้งนั้น พระองค์ทรงติดต่อผ่านสถานีทวนสัญญาณอยู่บ่อยครั้ง ทุกครั้งพระองค์ทรงเริ่มต้นคำพูดว่า ขออนุญาตจากวีอาร์ 009 ซึ่งพระองค์มักจะเข้ามาสอบถามผลการแข่งขันกีฬาเรือใบ สภาพดินฟ้าอากาศอยู่เป็นระยะ มนัสบอกว่า การที่พระองค์มักเริ่มต้นคำพูดที่ว่า ขออนุญาตจากวีอาร์ 009 นั้น แสดงให้เห็นว่า พระองค์ทรงเป็นแบบอย่าง ในเรื่องมารยาทในการใช้วิทยุสื่อสาร นอกจากนั้น ในบทสนทนา พระองค์ยังทรงสนทนาด้วยภาษาง่ายๆ อธิบายในเรื่องยากๆของวิทยุสื่อสารให้นักวิทยุทั้งหลายได้เข้าใจในสิ่งที่พระองค์สอน พระองค์ท่านยังทรงแนะนำการใช้เครื่องวิทยุติดตั้งประจำที่ YAESU รุ่น FT 726 ให้กับศูนย์วิทยุสายลม กรมไปรษณีย์โทรเลข ซึ่งเครื่องวิทยุติดตั้งประจำที่รุ่นนั้น สนั่น นภาศัพท์ VR241 (เสียชีวิตแล้ว) ได้นำเข้ามาจากต่างประเทศ โดยนำมาถวายพระองค์ 1 เครื่อง และมอบให้ รพ.พระมงกุฎ 1 เครื่อง

ส่วนอีกหนึ่งเครื่องมอบให้ศูนย์วิทยุสายลม ด้วยความที่วิทยุรุ่นนั้น เป็นวิทยุติดตั้งประจำที่รุ่นแรกๆที่เข้ามาในเมืองไทย เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลพระมงกุฎใช้ไม่เป็น จึงนำมามอบคืนให้กรมไปรษณีย์-โทรเลขไว้ทำการศึกษา...เจ้าหน้าที่ของกรมไปรษณีย์โทรเลข ซึ่งแต่เดิมมีเครื่องรุ่นนี้อยู่แล้ว แต่ไม่ได้นำออกมาใช้ จึงได้ตัดสินใจนำเครื่องวิทยุดังกล่าวมาศึกษา ทดสอบออกอากาศ โดยปรับปุ่มต่างๆให้พอออกอากาศได้ และทดสอบกับสมาชิกนักวิทยุในพื้นที่ใกล้เคียงว่ารับสัญญาณได้เป็นเช่นไร

ระหว่างการทดสอบ พระองค์ทรงเรียกวิทยุเข้ามา พร้อมทั้งบอกว่า วิทยุรุ่นที่ศูนย์สายลมกำลังออกอากาศอยู่นั้น เป็นรุ่นเดียวกับที่พระองค์มี เป็นเสมือนเครื่องพี่เครื่องน้อง พระองค์ทรงแนะนำวิธีการใช้เพิ่มเติม เช่น ตำแหน่งของการปรับของแต่ละปุ่มนั้น ควรอยู่ตำแหน่งใด โดยการสอนของพระองค์นั้น สอนด้วยภาษาง่ายๆ เช่น ปุ่มที่สองควรตั้งอยู่ประมาณบ่ายโมง เพื่อให้รับสัญญาณทางไกลให้ดีขึ้น ส่วนปุ่มอื่นๆนั้น มีหน้าที่อย่างไร

นอกจากนั้น เข็มมิเตอร์ที่อยู่หน้าเครื่องรุ่นนั้น ซึ่งไม่มีใครรู้เลยว่า จะมาใช้วัดอะไร พระองค์ทรงอธิบายง่ายๆว่า ค่าของเข็มที่หน้าจอวิทยุนั้นคือ ค่าในการวัดการเบี่ยงเบนความถี่ของคู่สถานีที่เราติดต่อด้วย เพื่อเปรียบเทียบค่าความถี่ที่ถูกส่งมาว่า มีความถี่ที่ตรงกับเครื่องรับของเราหรือไม่

นอกจากนั้น ถ้าศูนย์สายลมสามารถจำค่าของเข็มได้ว่า เครื่องวิทยุเครื่องไหนที่ส่งมา มีเข็มเบี่ยงเบนอยู่ตำแหน่งไหน ก็จะง่ายต่อการค้นหาว่า เครื่องวิทยุเครื่องไหนส่งสัญญาณวิทยุมารบกวน เป็นต้น

ทั้งหมดนี้ย่อมแสดงให้เห็นว่า พระองค์ทรงศึกษาคู่มือ ศึกษาวิทยุสื่อสาร ศึกษาลูกเล่นต่างๆอย่างแตกฉาน ธิดา เด่นพฤกษ์ธรรม บก.อาวุโสนิตยสาร 100 วัตต์ และหนึ่งในคณะทำงานของพล.ต.ต.สุชาติ เผือกสกนธ์ บอกว่า ในปี พ.ศ.2526 น้ำท่วมใหญ่กรุงเทพฯ นักวิทยุออกไปช่วยชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นรถเสีย ขนย้ายผู้ป่วย ค่ำคืนนั้นประมาณตีสอง พงษ์ภัตติ์ สุขวนิช VR969 (เสียชีวิตแล้ว) นักวิทยุสมัครเล่นอีกคนหนึ่ง ได้ออกช่วยเหลือเพื่อนสมาชิก ที่รถดับเพราะน้ำเข้ารถที่ถนนวิภาวดีรังสิต

พอทำการช่วยเหลือจนสำเร็จ พงษ์ภัตติ์ได้กดคีย์ออกอากาศแล้วพูดเล่นๆว่า แล้วจะกลับบ้านอย่างไร ความถี่วิทยุที่กำลังเงียบอยู่ กลับดังขึ้นมาอีกครั้ง ขออนุญาตจากวีอาร์ 009 พระองค์ทรงสอบถามว่า บ้านอยู่ที่ไหน และพระองค์ทรงบอกให้พงษ์ภัตติ์ขับรถไปตามเส้นทางที่พระองค์แนะนำ เลี้ยวตรงนั้น เบี่ยงตรงนี้ ซึ่งเป็นที่น่าแปลกใจมาก ถนนที่พระองค์นำทางให้พงษ์ภัตติ์กลับบ้านนั้น ไม่มีน้ำท่วมขังเลย

ธิดา บอกว่า คงไม่มีประชาชนประเทศไหน โชคดีอย่างประชาชนไทยที่มีพระมหากษัตริย์คอยดูแล พระองค์ประทับอยู่ในวังแท้ๆ แต่พระองค์กลับรู้ว่า ตรงไหนน้ำท่วมหรือไม่ท่วม ถึงแม้ว่าช่วงหลังพระองค์ท่านจะไม่ค่อยขึ้นมาติดต่อในความถี่เหมือนเคย แต่คำแนะนำทั้งเรื่องทางเทคนิค มารยาทในการขอติดต่อทางวิทยุสื่อสาร ได้ถูกเล่าขาน ถูกถ่ายทอดรุ่นต่อรุ่น ให้นักวิทยุทั้งหลายในประเทศไทยได้ถือปฏิบัติ ค้นคว้า ต่อยอด

“วงการวิทยุสมัครเล่น และวิทยุสื่อสารทางราชการในประเทศไทย มีการพัฒนามาโดยลำดับ โดยพระราชปณิธานและพระปรีชาสามารถของพระองค์ จึงสมควรแล้วที่พวกเราชาวไทยได้ยกย่องให้พระองค์เป็นพระบิดาแห่งการสื่อสารโทรคมนาคมของประเทศไทย...”.

2 พ.ย. 2559 10:28 2 พ.ย. 2559 10:29 ไทยรัฐ