วันอังคารที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
นโยบายเศรษฐกิจว่าที่ผู้นำใหม่สหรัฐฯ

นโยบายเศรษฐกิจว่าที่ผู้นำใหม่สหรัฐฯ

  • Share:

เข้าสู่โค้งสุดท้ายการเลือกตั้ง ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แล้ว อีก 5 วัน ก็จะรู้ว่าใครคือ ผู้นำสหรัฐฯคนใหม่ ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก โดยเฉพาะ เศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่มีขนาดใหญ่อันดับ 1 ของโลก มีส่วนแบ่ง 24.7% หรือ 1 ใน 4 ของเศรษฐกิจโลก นโยบายเศรษฐกิจของว่าที่ผู้นำสหรัฐฯคนใหม่จึงสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ว่าบวกหรือลบก็ล้วนมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกทั้งสิ้น รวมทั้ง เศรษฐกิจของมดตัวเล็กๆ อย่างเราๆท่านๆ ด้วย

วันนี้ ผมจะพาไปดู นโยบายเศรษฐกิจสำคัญ ของ 2 ว่าที่ผู้นำสหรัฐฯ ทั้งของ นางฮิลลาลี คลินตัน และ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่ามีแนวโน้มจะเกิดอะไรขึ้น

ผลโพลล่าสุดวันเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา เอบีซีนิวส์/วอชิงตันโพสต์ ให้คลินตันชนะทรัมป์ 47% ต่อ 45% โพลของ รอยเตอร์/ไอพีเอสโอเอส ให้คลินตันชนะทรัมป์ทิ้งห่างถึง 15% และในเว็บไซต์ Five ThirtyEight ได้มีการสร้างซีมูเลเตอร์ประมวลผล ให้ ฮิลลาลี คลินตัน มีโอกาสชนะถึง 81.1% และ โดนัลด์ ทรัมป์ มีโอกาสชนะเพียง 18.9% โดย คลินตัน จะได้คะแนน อิเล็กโทรัล โหวต 324.3 คะแนน ทรัมป์ จะได้เพียง 212.6 คะแนน ส่วนคะแนนป๊อปปูลาร์โหวต คลินตัน จะได้ 49.5% และ ทรัมป์ ได้ 44.0%

โพลจะแม่นหรือไม่แม่น วันอังคารที่ 8 พฤศจิกายน ก็รู้กันครับ

ทีนี้ไปดู นโยบายเศรษฐกิจสำคัญ ของ 2 ว่าที่ผู้นำสหรัฐฯ กันครับ วันก่อนผมเปิดเว็บไซต์ ไทยพัลบลิก้า พบข้อเขียน “สรุปนโยบายเศรษฐกิจของคลินตันและทรัมป์” ของ คุณณภัทร จาตุศรีพิทักษ์ สรุปไว้ได้อย่างชัดเจน จึงขออนุญาตนำมาเล่าต่อนะครับ คุณณภัทร คัดเฉพาะ 3 นโยบายเศรษฐกิจสำคัญ ที่มีผลกระทบต่อชาวโลกใน 10 ปีข้างหน้าดังนี้

คลินตัน 1.ภาษีใหม่แบบโรบินฮูด คลินตันจะ ขึ้นภาษีบุคคลที่มีรายได้สูง หลายช่องทาง เช่น ภาษีบุฟเฟ่ต์ ใครมีรายได้เกิน 1 ล้านดอลลาร์ต่อปี ต้องเสียภาษีอย่างต่ำ 30% และ ภาษีคนรวย จะเก็บแบบเฉพาะเพิ่มขึ้นอีก 4% กับผู้มีรายได้เกิน 5 ล้านดอลลาร์ต่อปี และจะมีการปิดช่องโหว่ภาษีมากมาย เพื่อแก้ลำบริษัทอเมริกันเลี่ยงภาษี ให้กลับมาเสียภาษีในสหรัฐฯ ถ้าทำได้จริง มูดีส์ อนาไลติคส์ คำนวณว่า รัฐบาลสหรัฐฯจะได้ภาษีเพิ่มอีกราว 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายใน 10 ปี

2.ใช้จ่ายเพื่อส่วนรวมและปั้นเศรษฐกิจอนาคต คลินตันจะนำภาษี กว่า 7 แสนล้านดอลลาร์ ไป ลงทุนพัฒนาการศึกษาขั้นปฐมวัยและก่อนวัยเรียน สำหรับเด็กอายุ 4 ขวบทั่วสหรัฐฯ และกองทุนแบ่งเบาภาระการเงินให้กับนักศึกษาระดับอุดมศึกษา จะลงทุนราว 3 แสนล้านดอลลาร์ ปรับปรุงและสร้าง อินฟราสตรัคเจอร์ เพราะถนนหนทางในสหรัฐฯเก่าหมดแล้ว สู้คุณภาพเมืองใหม่ในเอเชียไม่ได้ และเอาเงินอีก 3 แสนล้านดอลลาร์ ไปสนับสนุน ให้ชาวอเมริกันลาเลี้ยงลูก โดยยังได้รับผลตอบแทน 2 ใน 3 ของเงินเดือนปกติ

3.อ้าแขนรับแรงงานต่างแดน โดยจะมีการ ปฏิรูปกฎหมายเข้าเมือง เพื่อ ดึงดูดแรงงานที่มีทักษะสูงและเป็นที่ต้องการ ให้เข้ามาทำงานในสหรัฐฯมากขึ้น เช่น จบปริญญาโทวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม ปริญญาเอกสาขาใดก็ได้ โดยให้กรีนการ์ด รวมทั้งแรงงานไร้ทักษะ เพื่อทำให้สหรัฐฯมีประชากรมากขึ้นในระยะสั้นและระยะยาว

ไปดูนโยบายของ ทรัมป์ บ้าง 1.ปฏิรูปภาษีเพื่อคนรวย ด้วยการ ลดภาษีเงินได้บุคคลชนชั้น และ ลดภาษีนิติบุคคล ซึ่งจะทำให้ชาวอเมริกัน 80% ที่ยากจนที่สุด มีรายได้เพิ่มขึ้นราว 0.8-1.9% แต่มหาเศรษฐี 1% จะมีรายได้เพิ่มขึ้นราว 10–16% สหรัฐฯจะขาดดุลการคลังสูงถึง 4 ล้านล้านดอลลาร์

2.ปิดรับแรงงานต่างถิ่น คาดว่าจะทำให้สหรัฐฯสูญเสียแรงงานไป 11 ล้านคน ใน 20 ปี และจีดีพีจะลดลงไปถึง 5.7%

3.เปิดสงครามการค้าสั่งสอนจีนและเม็กซิโก ข้อนี้น่ากลัวมาก ทรัมป์ต่อต้านทั้ง NAFTA และ TPP จะขึ้นภาษีนำเข้าจากจีนเป็น 45% จะเพิ่มกำลังทหารในทะเลจีนใต้ ถ้าทรัมป์เปิดสงครามการค้า จะถูกจีนโต้กลับด้วยการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐฯเช่นกัน และจะส่งผลให้สหรัฐฯว่างงานพุ่งขึ้นไปเกือบ 9% และเศรษฐกิจสหรัฐฯจะเข้าสู่ภาวะถดถอย –0.1% ภายใน 3 ปีหลังการเลือกตั้ง น่ากลัวไหม

อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด อีก 5 วันก็รู้แล้วครับ.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้