วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เพลงของพ่อ

ผมเพิ่งรู้เพลงพระราชนิพนธ์ มีถึง 48 เพลง วิทยุคลื่น 106.5 เอฟเอ็ม ของเอไทม์ เวลาสายถึงเที่ยงวันอาทิตย์ เปิดแต่เพลงพระราชนิพนธ์ ยามเย็น ใกล้รุ่ง สายฝน ฯลฯ

สมัยวัยรุ่น ผมเคยร้องเพลง “แสงเทียน” ได้ แต่ทั้งทำนอง เนื้อร้อง กระท่อนกระแท่นเต็มที จึงอยากฟังรำลึกความอีกสักครั้งหนึ่ง

ศาสตราจารย์ ดร.รื่นฤทัย สัจจพันธุ์ เขียนไว้ในหนังสือ อัครศิลปิน แห่งแผ่นดินสยาม (สถาพรบุ๊ค ธ.ค.2554) ว่า ทรงพระราชนิพนธ์ แสงเทียน เป็นเพลงแรก ที่สวิตฯต้นปี 2489

สมัยยังทรงเป็นพระอนุชาธิราช

“แต่ยังเป็นท่อน เป็นตอน ยังไม่ครบเพลง” แล้วโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ทรงนิพนธ์เนื้อร้อง แม้จะทรงตั้งพระราชหฤทัย แสงเทียนเป็นเพลงแรก แต่ทรงต้องการแก้ไขบางส่วน จึงยังไม่เผยแพร่

เพลงแรกที่เผยแพร่ คือ ยามเย็น

ผู้ใช้นามปากกา “องคต” เคยเข้าเฝ้าที่พระตำหนักเมืองโลซานน์ กราบบังคมทูลถาม เขียนเรื่องส่งมาลงตีพิมพ์ใน “วงวรรณคดี” ฉบับกุมภาพันธ์ 2491

“เมื่อเสด็จนิวัตมหานครครั้งที่แล้ว ท่านจักรพันธ์ฯกราบบังคมทูลถาม ทรงเล่นดนตรีเช่นนี้ ไม่อยากจะทรงนิพนธ์เพลงบ้างหรือ? ล้นเกล้าฯก็มิได้ตรัสว่ากระไร”

ต่อมาภายหลังจึงได้ลองดู ทรงนิพนธ์เป็นเพลงบลูส์ก็ยังไม่พอพระราชหฤทัยจริงๆ ทั้งทำนอง และเนื้อร้อง

เนื้อเพลง ที่ท่านจักรพันธ์ทรงนิพนธ์ ขึ้นต้นว่า “จุดเทียนบวงสรวงปวงเทพเจ้า...”

เนื้อหาพรรณนาความทุกข์ กรรม ความตาย และความเป็นอนิจจังตามคติพุทธ เปรียบชีวิตที่สิ้นสุด กับแสงเทียนที่ดับสิ้น

เนื้อร้องท่อนที่ 2 นิจจังสังขารนั้นไม่เที่ยงเสี่ยงบุญกรรม ทุกคนเคยทำกรรมไว้ก่อน เชิญปวงเทวดาข้าไหว้วอน ขอพรคุ้มไปชีวิตหน้า

ทนทรมานมามากแล้วจะกราบลา หนีปวงโรคาที่เบียดเบียน แสงแววชีวาเปรียบแสงเทียน

อาจารย์รื่นฤทัย บอกว่า เมื่อเพลงแสงเทียนเผยแพร่สู่ประชาชน ได้รับความนิยมอย่างสูง อีก 7 ปีต่อมา พ.ศ.2496 โปรดเกล้าฯให้ สดใส พันธุมโกมล ประพันธ์คำร้องภาษาอังกฤษ ชื่อ Candlelight Blues

เนื้อเพลงสื่อถึงความอาวรณ์ ถึงคนรักที่จากมา โดยมีแสงเทียนเป็นสิ่งเดียวที่เตือนความจำ

ผมรอฟังแสงเทียน จากวิทยุไม่ไหว หาเนื้อเพลงมาได้ พยายามร้องเพลงแสงเทียน เองอีกครั้ง ครั้งนี้เลือกเนื้อร้องท่อนจบ ท่อนที่ 4

“ทำบุญทำทานกันไว้เถิดเกิดเป็นคน ไว้เตรียมผจญชีวิตใหม่ เคยทำบุญทำคุณปางก่อนใด ขอบุญคุ้มไปชีวิตหน้า ทนทรมานมามากแล้วจะกราบลา แสงเทียนบูชาจะดับพลัน

แสงเทียนบูชาดับลับไป”

ท่อน “ทนทรมานมามากแล้ว จะกราบลา...” ใช้เสียงสูง เสียงผมไปไม่ถึง น้ำตาผมเริ่มปริ่มไล่เสียงลดต่ำ “แสงเทียนบูชาจะดับพลัน” ยังไม่ถึง วรรคสุดท้าย “แสงเทียนบูชาดับลับพลัน ”ผมก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

เพลงของในหลวง...เพลงของพ่อ เพลงนี้ บอกนัยแห่งการร่ำลา...เอาไว้เนิ่นนานนัก

เมื่อเวลามาถึงจริงๆ ผมไม่เชื่อว่า แสงเทียน ในเพลงบทนี้ จะดับลับไป ผมเชื่อว่า แสงเทียนดวงนี้ ยังสว่างไสว ในหัวใจคนไทยต่อไปอีกนานแสนนาน.

กิเลน ประลองเชิง

2 พ.ย. 2559 09:43 2 พ.ย. 2559 09:43 ไทยรัฐ