วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ที่พักอุทยานฯเต็ม แห่สัมผัสลมหนาว ภาคใต้ฝนถล่มหนัก ‘เพชรบุรี’จมบาดาล

ตื่นลมหนาวนักท่องเที่ยวแห่จองบ้านพักอุทยานฯ แน่นเอี้ยดจนทำให้เว็บไซต์ล่ม อธิบดีกรมอุทยานฯลั่นไม่ตัดสิทธิ์คนที่จองไว้แล้ว แถมให้ขยายวันชำระเงิน เตรียมจัดประชุมผู้ประกอบการหาแนวทางจัดการนักท่องเที่ยวที่ล้นหลาม “เขาใหญ่-อินทนนท์ ห้วยน้ำดัง-เอราวัณ-ภูหินร่องกล้า-ภูแลนคา-ผาแต้ม-ดอยผ้าห่มปก” เต็มแล้วจนถึงหลังปี 2560 ขณะที่การจัดเก็บเงินรายได้อุทยานฯประจำปี 2559 ทะลุ 1.9 พันล้านบาท นักท่องเที่ยวแห่โต้ลมหนาวแน่นยอดดอยอินทนนท์และจุดชมวิวกิ่วแม่ปาน ท่ามกลางอุณหภูมิ 8 องศาเซลเซียส

ภายหลังจากกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศพยากรณ์อากาศในช่วงฤดูหนาว ระบุว่า ช่วงตั้งแต่ต้นเดือน พ.ย.จนถึงกลางเดือน ก.พ.2560 จะมีอากาศหนาวเย็นกว่าช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทำให้มีประชาชนที่ต้องการเดินทางไปสัมผัสธรรมชาติ เข้าไปจองบ้านพักในเว็บไซต์ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชเป็นจำนวนมาก จนระบบจองล่ม โดยเมื่อวันที่ 1 พ.ย. นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ เปิดเผยว่า ขณะนี้มีประชาชน เข้ามาจองบ้านพักในเว็บไซต์ระบบจองที่พักและบริการอุทยานแห่งชาติ (nps.dnp.go.th) ของกรมอุทยานฯจำนวนมาก จนระบบดังกล่าวขัดข้อง เป็นเหตุให้ไม่สามารถเข้าไปจองที่พักและบริการ หรือไปชำระเงินผ่านทางธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบแก้ไขให้ใช้การได้โดยเร็ว สำหรับผู้ใช้บริการที่ได้สำรองที่พักไว้แล้ว และมีกำหนดชำระเงินไปแล้วในช่วงปลายเดือน ต.ค.ผ่านมา เจ้าหน้าที่จะขยายวันชำระเงินให้เพื่อไม่ให้ระบบตัดสิทธิ์การจอง ทั้งนี้ เมื่อระบบใช้งานได้ตามปกติ จะจัดส่งใบแจ้งการชำระเงินให้ใหม่ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์หมายเลข 0-2579-6666 ต่อ 1743-1744 และขออภัยในความไม่สะดวกด้วย ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังซ่อมแซมระบบอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ประชาชนสามารถจองที่พักได้ คาดว่าจะสามารถใช้การได้เป็นปกติในวันที่ 2 พ.ย.นี้

อธิบดีกรมอุทยานฯกล่าวอีกว่า สำหรับอุทยานแห่งชาติที่ประชาชนเข้าไปจองมากที่สุด 10 อันดับแรกและเต็มหมดแล้ว ประกอบด้วย 1.อุทยานฯ เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา 2.อุทยานฯดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ 3.อุทยานฯห้วยน้ำดัง จ.เชียงใหม่ 4.อุทยานฯน้ำตกเอราวัณ จ.กาญจนบุรี 5.อุทยานฯ ภูหินร่องกล้า จ.เพชรบูรณ์ 6.อุทยานฯหมู่เกาะช้าง จ.ตราด 7.อุทยานฯภูแลนคา จ.ชัยภูมิ 8.อุทยานฯ ผาแต้ม จ.อุบลราชธานี 9.อุทยานฯถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ จ.แม่ฮ่องสอน และ 10.อุทยานฯดอยผ้าห่มปก จ.เชียงใหม่ เช่นเดียวกับอุทยานฯดอยสุเทพ-ปุย จ.เชียงใหม่ อุทยานฯภูเรือ จ.เลย อุทยานฯภูกระดึง จ.เลย อุทยานฯดอยภูคา จ.น่าน อุทยานฯเขาพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ เป็นต้น อุทยานฯเหล่านี้ถูกจองเต็มยาวไปจนถึง ก.พ.2560 จะมีเหลือเพียงลานกางเต็นท์ ดังนั้น นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบการจองบ้านพักและลานกางเต็นท์ก่อนออกเดินทางว่าถูกจองเต็มแล้วหรือไม่ หากเต็มแล้วนักท่องเที่ยวสามารถท่องเที่ยวในอุทยานฯใกล้เคียง ซึ่งมีความสวยงามไม่แพ้อุทยานฯชื่อดังและยอดนิยม อาทิ อุทยานฯเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน จ.ราชบุรี อุทยานฯ ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี อุทยานฯขุนน่าน จ.น่าน อุทยานฯคลองวังเจ้า จ.กำแพงเพชร อุทยานฯไทรทอง จ.ชัยภูมิ อุทยานฯแจ้ซ้อน จ.ลำปาง อุทยานฯศรีลานนา จ.เชียงใหม่ อุทยานฯแม่ยม จ.แพร่ อุทยานฯน้ำตกแม่สุรินทร์ จ.แม่ฮ่องสอน อุทยานฯ
ภูสอยดาว จ.อุตรดิตถ์ เป็นต้น

นายธัญญากล่าวต่อไปอีกว่า กรมอุทยานฯจะจัดประชุมหารือกับผู้ประกอบการเพื่อหาแนวทางจัดการนักท่องเที่ยวที่ล้นหลามในแหล่งท่องเที่ยวบางแห่ง ให้มีความเหมาะสม และมีการจัดการ หมุนเวียน นักท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะนี้กำลังเก็บข้อมูลเตรียมการประกาศขีดความสามารถในการรองรับได้ของแต่ละอุทยานฯแต่ละช่วงเวลา เพื่อป้องกันการท่องเที่ยวที่เกินขอบเขตและนำไปสู่ความเสียหายของทรัพยากรธรรมชาติ สำหรับห้องน้ำห้องสุขาทางกรมอุทยานฯ ได้สั่งการให้อุทยานฯทุกแห่งดำเนินการปรับปรุงห้องน้ำห้องสุขาให้ได้มาตรฐานด้วย สำหรับการจัดเก็บเงินรายได้อุทยานฯทั่วประเทศ ประจำปี 2559 ตั้งแต่เดือน ต.ค.2558-ต.ค.2559 ปรากฏว่าได้เงินถึง 1,913,019,741.18 บาท หรือ 1.9 พันล้านบาทเศษ ถือว่ามากที่สุดในประวัติศาสตร์ อุทยานฯที่ทำรายได้มากที่สุดคือ 1.อุทยานฯหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ 527,051,347 บาท 2.อุทยานฯอ่าวพังงา จ.พังงา 367,844,110 บาท 3.อุทยานฯหมู่เกาะสิมิลัน จ.พังงา 187,203,716.81 บาท 4.อุทยานฯเอราวัณ จ.กาญจนบุรี 104,061,485.21 บาท 5.อุทยานฯ เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา 93,451,394.87 บาท 6.อุทยานฯดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ 69,553,050 บาท 7.อุทยานฯเขาสก จ.สุราษฎร์ธานี 49,381,559.46 บาท 8.อุทยานฯหมู่เกาะอ่างทอง จ.สุราษฎร์ธานี 32,290,679.86 บาท 9.อุทยานฯหมู่เกาะช้าง จ.ตราด 30,073,463 บาท และ 10.อุทยานฯหมู่เกาะลันตา จ.กระบี่ 29,393,920 บาท

ด้านนายพรเทพ เจริญสืบสกุล หน.อุทยาน แห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ เผยว่า วันเดียวกันนี้สภาพอากาศบนดอยอินทนนท์ มีหมอกลงปกคลุมวิสัยทัศน์ในการมองเห็นลดลง อีกทั้งยังมีอากาศหนาว โดยเมื่อช่วงเช้าอุณหภูมิต่ำสุดวัดได้ 8 องศาเซลเซียสที่ยอดดอยอินทนนท์ ส่วนจุดชมวิวกิ่วแม่ปานมีหมอกลงหนาแน่น อากาศปิดไม่สามารถมองเห็นทะเลหมอกในช่วงเช้าได้ อุณหภูมิวัดได้ 13 องศา มีนักท่องเที่ยวแห่ขึ้นไปสัมผัสอากาศหนาวบริเวณจุดชมวิวกิ่วแม่ปานและยอดดอยอินทนนท์จำนวนมาก ทำให้บรรยากาศคึกคักเป็นพิเศษ ขอฝากเตือนผู้ที่เดินทางไปเที่ยวในช่วงนี้ให้ระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนน ให้เปิดไฟหน้าและขับช้าๆ เพื่อความปลอดภัย อีกทั้งต้องเปิดไฟตัดหมอกเนื่องจากมีหมอกลงหนาจัด

ในขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดหมายสภาพอากาศว่า ในช่วงนี้ถึงวันที่ 4 พ.ย. บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ของประเทศไทย มีฝนลดลงกับมีอากาศเย็นในตอนเช้าโดยอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศา ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกดูแลรักษาสุขภาพ เนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงในระยะนี้ สำหรับบริเวณภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องตลอดช่วง และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 5-7 พ.ย. บริเวณภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออกจะมีฝนเพิ่มขึ้น ส่วนภาคใต้ฝั่งตะวันออกยังมีฝนตกต่อเนื่อง โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ดังนั้นขอให้ประชาชนบริเวณภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วยตลอดช่วง ส่วนชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังในขณะที่มีพายุฝน ฟ้าคะนอง

ขณะเดียวกันหลายพื้นที่ก็ยังคงประสบภาวะฝนตกหนักและน้ำท่วม โดยที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี หลังเกิดฝนตกหนักและมีคลื่นลมแรงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บรรยากาศบริเวณริมชายหาดเฉวง อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ เป็นไปด้วยความเงียบเหงา ทางผู้ประกอบการโรงแรมริมชายหาดได้นำธงสีแดง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เตือนภัยนักท่องเที่ยวห้ามลงเล่นน้ำทะเลในช่วงนี้ มาปักเตือนเป็นแนวยาวตลอดแนวชายหาดกว่า 3 กม. เนื่องจากทะเลมีคลื่นลมแรง อาจจะทำให้เกิดอันตรายกับนักท่องเที่ยวที่ลงเล่นน้ำได้ ทำให้นักท่องเที่ยวใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ภายในที่พัก แต่ก็ยังมีนักท่องเที่ยวบางส่วนพากันลงเล่นน้ำทะเล โดยไม่สนใจคำเตือนของผู้ประกอบการโรงแรม

เช่นเดียวกับที่ จ.เพชรบุรี ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องกันหลายวัน ส่งผลให้น้ำในแม่น้ำเพชรบุรีเอ่อล้นเข้าท่วมตัวเมืองเพชรบุรี บ้านเรือนราษฎรถูกน้ำท่วมเสียหายจำนวนมาก ถนนหลายสายอาทิ ถนนราชดำเนิน ถนนบริพัตร ถนนบันไดอิฐ ถูกน้ำท่วมขัง บางจุดสูงถึง 40 เซนติเมตร เจ้าหน้าที่ทหารจาก มทบ.15 ต้องนำกระสอบทรายมาทำเป็นแนวกั้นน้ำเพื่อชะลอความรุนแรงของน้ำที่ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรและสถานที่ราชการ โรงเรียนในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรีต้องประกาศหยุดการเรียนการสอน นายสันต์ จรเจริญ ผอ.ชลประทานเพชรบุรี เผยว่า ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ทางโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี (เขื่อนเพชร) ได้ระบายน้ำออกจากเขื่อน 197 ลบ.ม./วินาที ประกอบกับมีน้ำทะเลหนุน ทำให้มีน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ของจังหวัดเพชรบุรี ทางชลประทานเพชรบุรีมีเครื่องสูบน้ำอยู่ 30 เครื่อง ได้ติดตั้งเพื่อเร่งระบายน้ำแล้ว 9 เครื่อง และทยอยติดตั้งเพิ่มตามจุดที่เหมาะสม เพื่อลดความเดือดร้อน

จ.กาญจนบุรี ฝนที่ตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมพื้นที่ อ.ห้วยกระเจา เป็นรอบที่ 2 ราษฎรพื้นที่ ต.ดอนแสลบ ได้รับผลกระทบ 3 หมู่บ้าน 82 ครัวเรือน แต่กลับส่งผลดีให้กับนาขาวที่กำลังขาดน้ำและยืนต้นตาย ต่อมาว่าที่ร้อยตรีศุภมงคล บูชาถ่ายเทศ นายอำเภอห้วยกระเจา นำกำลังลงไปสำรวจเพื่อให้การช่วยเหลือ ส่วน อ.ด่านมะขามเตี้ย ฝนที่ตกหนักทำให้น้ำป่าจากเทือกเขาตะนาวศรี ไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่ 4 ตำบล ประกอบด้วย ต.หนองไผ่ ต.กลอนโด ต.จรเข้เผือก และ ต.ด่านมะขามเตี้ย บ้านเรือนราษฎรเสียหาย 720 ครัวเรือน พื้นที่ทางการเกษตรเสียหายเป็นบริเวณกว้าง เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสำรวจเพื่อให้ความช่วยเหลือ

นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงปลายฝนต้นหนาว ในหลายพื้นที่สภาพอากาศเริ่มเย็นลงและบางพื้นที่ยังมีฝนตกอยู่ ซึ่งอากาศที่เปลี่ยนแปลง รวมถึงความชื้นและความหนาวเย็นจะทำให้เชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดี จึงขอเตือนประชาชนในการดูแลสุขภาพเพื่อป้องกันการเจ็บป่วยจากโรคที่พบบ่อยในช่วงนี้ สำนักระบาดวิทยากรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขได้เก็บข้อมูลการเจ็บป่วยและเสียชีวิตใน 6 โรค ได้แก่ โรคปอดบวม (Pneumonia) ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-25 ต.ค. พบผู้ป่วย 196,848 ราย เสียชีวิต 296 ราย ส่วนโรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza) พบผู้ป่วย 130,332 ราย เสียชีวิต 30 ราย โรคอุจจาระร่วง (Diarrhoea) พบผู้ป่วย 964,501 ราย เสียชีวิต 4 ราย สำหรับโรคสุกใส (Chickenpox) ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-24 ต.ค. พบผู้ป่วย 39,837 ราย ไม่พบผู้เสียชีวิต ส่วนโรคมือ เท้า ปาก (hand foot and mouth disease) ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-23 ต.ค. พบผู้ป่วย 71,610 ราย เสียชีวิต 3 ราย และโรคหัด (Measles) ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-20 ต.ค. พบผู้ป่วย 1,057 ราย ไม่พบผู้เสียชีวิต

ตื่นลมหนาวนักท่องเที่ยวแห่จองบ้านพักอุทยานฯ แน่นเอี้ยดจนทำให้เว็บไซต์ล่ม อธิบดีกรมอุทยานฯลั่นไม่ตัดสิทธิ์คนที่จองไว้แล้ว แถมให้ขยายวันชำระเงิน เตรียมจัดประชุมผู้ประกอบการหาแนวทางจัดการนักท่องเที่ยวที่ล้นหลาม 2 พ.ย. 2559 04:12 2 พ.ย. 2559 04:12 ไทยรัฐ