วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
จัดทางคู่เพิ่ม 3 เส้นครบ 995 กม.

จัดทางคู่เพิ่ม 3 เส้นครบ 995 กม.

  • Share:
“อาคม” ปลื้มทำได้ตามเป้าชูไทยหนึ่งในอาเซียน

เสร็จสิ้นโครงการรถไฟทางคู่ ล่าสุด ครม.อนุมัติเพิ่มอีก 3 เส้นทางวงเงิน 55,000 ล้านบาท เมื่อรวมกับที่อนุมัติเดิม ครบเป้าหมายปีนี้ 995 กม.ทั่วประเทศ จ่อรองรับไฟฟ้าเพิ่ม ครม.อนุมัติ กว่า 62,000 ล้านบาท กฟภ.ขยายไฟฟ้าทั่วประเทศ

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่าที่ ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติให้ดำเนินโครงการรถไฟทางคู่เพิ่มเติมในระยะที่ 2 อีก 3 เส้นทาง คือ 1.ช่วงลพบุรี-ปากน้ำโพ ระยะทาง 148 กิโลเมตร (กม.) วงเงิน 24,722.28 ล้านบาท 2.ช่วงนครปฐม-หัวหิน ระยะทาง 165 กม. วงเงิน 20,046.41 ล้านบาท และ 3.ช่วงหัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ ระยะทาง 90 กม. วงเงิน 10,239.58 ล้านบาท รวมวงเงินทั้งสิ้น 55,000 ล้านบาท รวมระยะทาง 403 กิโลเมตร กำหนดระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี (ปีงบประมาณ 2559-2563) โดยเปิดให้ประกวดราคาจ้างก่อสร้างด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ หากดำเนินการเสร็จทั้งโครงการคือ ในระยะที่ 2 นี้ และที่อนุมัติก่อนหน้าไทยจะเป็นหนึ่งในอาเซียนที่มีโครงข่ายครบ โดยการก่อสร้างจะทยอยแล้วเสร็จและเปิดให้บริการได้ตั้งแต่ปี 2562-2564

ด้านนายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ครม.ได้อนุมัติให้ดำเนินการไปแล้ว 4 เส้นทาง โดย 1.ช่วงฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย ระยะทาง 106 กม. และ 2.ช่วงชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น ระยะทาง 187 กม. ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง 3.ช่วงประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร ระยะทาง 167 กม. วงเงิน 17,290.63 ล้านบาท และ 4.ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ ระยะทาง 132 กม. วงเงิน 29,449.31 ล้านบาท ซึ่งการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) อยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อเตรียมประกาศประกวดราคา เมื่อรวมกับอีก 3 เส้นทางที่ ครม.อนุมัติในครั้งนี้ ในปี 2559 ก็ถือได้ว่าดำเนินการครบตามเป้าหมายรวม 7 เส้นทาง ระยะทางรวม 995 กม.แล้ว

นายออมสินกล่าวต่อว่า เส้นทางที่ผ่าน ครม.และยังไม่ได้ก่อสร้างทั้ง 5 เส้นทาง คาดว่าจะสามารถเปิดประกวดราคาได้ครบทั้งหมดในปีนี้ โดยเส้นทางแรกที่จะดำเนินการได้ก่อน คือ ช่วงประจวบฯ-ชุมพร ที่คณะกรรมการ (บอร์ด) ร.ฟ.ท.ได้อนุมัติเงื่อนไขการประกวดราคา (ทีโออาร์) ไปแล้วเมื่อวันที่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยเป็นการเปิดกว้างให้ผู้รับเหมาเข้าร่วมประกวดราคาได้ถึง 20 ราย ซึ่งภายหลังประกวดราคาช่วงดังกล่าวแล้ว ในช่วงอื่นๆจะดำเนินการได้เร็วขึ้น เพราะจะใช้ทีโออาร์ดังกล่าวในการประกวดราคาในช่วงที่เหลือด้วย

สำหรับปี 2560 จะดำเนินการเพิ่มเติมอีก 9 เส้นทาง คือ 1.ช่วงปากน้ำโพ-เด่นชัย ระยะทาง 285 กม. 2.ช่วงชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี 309 กม. 3.ช่วงขอนแก่น-หนองคาย ระยะทาง 174 กม. 4.ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 167 กม. 5.ช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่-สงขลา ระยะทาง 324 กม. 6.ช่วงเด่นชัย-เชียงใหม่ ระยะทาง 189 กม. 7.ช่วงชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 45 กม. 8.ช่วงเด่นชัย-เชียงของ ระยะทาง 326 กม. และ 9.ช่วงบ้านไผ่-นครพนม ระยะทาง 355 กม. รวมระยะทางที่จะดำเนินการในปี 2560 ประมาณ 2,174 กม.

นอกจากนั้น นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ที่ประชุม ครม.ยังอนุมัติให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ดำเนินโครงการพัฒนาระบบส่งและจำหน่ายระยะที่ 1 ระยะเวลาดำเนินการ 6 ปี ตั้งแต่ปี 2559-2564 วงเงินลงทุน 62,678.71 ล้านบาท เพื่อพัฒนาระบบไฟฟ้าและก่อสร้างสถานีไฟฟ้าให้สามารถรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นได้อย่างเพียงพอ เพิ่มประสิทธิภาพความมั่นคงและความเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้า โดยมีพื้นที่เป้าหมายอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของ กฟภ. 12 เขต มีระยะเวลาดำเนินการ 6 ปี ระหว่างปี 2559-2564 มีอัตราผลตอบแทนทางการเงินอยู่ที่ 11.30% และผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์อยู่ที่ 14.40% สำหรับแหล่งทุนสำหรับการลงทุนนั้น ประกอบด้วยเงินกู้ในประเทศ 47,009 ล้านบาท รายได้ของ กฟภ. 15,669.71 ล้านบาท รวม 62,678.71 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังแสดงความเห็นว่าเนื่องจากเป็นโครงการลงทุนขนาดใหญ่และวงเงินสูง จึงขอให้กระทรวงมหาดไทยขออนุมัติโครงการตามขั้นตอนกฎหมายและเสนอสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและให้ความเห็นชอบรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ก่อนเสนอ ครม. เป็นรายโครงการ ขณะที่กระทรวงพลังงานเห็นว่าหากต้องการไฟฟ้าเพิ่มแต่ละจุด กฟภ.ควรหารือกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยพบว่าโครงการยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนในประเด็นการพัฒนาเพื่อรองรับการเชื่อมโยงกับระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก จึงเห็นควรให้ กฟภ.ทำแผนการบริหารจัดการรายฟีดเดอร์ และดำเนินการวิเคราะห์การรองรับการเชื่อมโยงในส่วนนี้ด้วย.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้