วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผลักอยู่ฝั่งตรงข้ามหมด

ถนนทุกสายยังมุ่งสู่พระบรมมหาราชวัง

คลื่นพสกนิกรจากทั่วสารทิศยังหลั่งไหลเข้าถวายสักการะพระบรมศพ “ในหลวงรัชกาลที่ 9” ไม่ขาดสาย ผู้คนยังเต็มท้องสนามหลวงทุกวัน

ในบรรยากาศที่ผ่อนคลายลงตามสถานการณ์

ล่าสุดสำนักพระราชวังได้เปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าชมความงดงามของวัดพระศรีรัตนศาสดารามหรือวัดพระแก้ว เป็นวันแรก

แต่เน้นให้แต่งกายสุภาพในโทนสีดำ ขาว และสำรวมกิริยา

ในขณะที่มีสัญญาณจากรัฐบาล คสช. เตรียมอนุญาตให้รายการโทรทัศน์ วิทยุ สามารถดำเนินการตามผังรายการปกติ รวมถึงการจัดกิจกรรมมหรสพ การแสดงดนตรี ตั้งแต่หลังวันที่ 14 พฤศจิกายน ซึ่งครบกำหนด 30 วันที่รัฐบาล คสช.ได้ขอความร่วมมือให้งดกิจกรรมความบันเทิง

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ต้องคำนึงถึงความเหมาะสม

เป็นเรื่องของกาลเทศะที่ทุกฝ่ายย่อมเข้าใจในวิถีปฏิบัติโดยธรรมชาติของห้วงเวลาพิเศษ ภายใต้สถานการณ์ความจำเป็นที่ประเทศต้องเดินหน้าต่อไป

โดยเฉพาะมุมของเศรษฐกิจที่ต้องหมุนต่อเนื่อง

และที่ดูจะเหมือนจะซาๆลงไป แต่โดยบรรยากาศทางการเมืองก็ยังเต็มไปด้วยเงื่อนไขที่ลามมาจากเชื้อความขัดแย้ง กระตุกแรงเสียดทานรัฐบาล

สถานการณ์เดิมพันโยงไปถึงร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่อยู่ในขั้นรอประกาศใช้

ตามปรากฏการณ์แบบที่ “ไม่พูดไม่ได้” ในอารมณ์ตั้งใจของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เปิดหน้าโซ้ยกลับอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่พูดบิดเบือนประเด็นในร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติไปแล้ว มีบทบัญญัติให้ผลผลิตทางการเกษตรเป็นไปตามกลไกตลาด ใครจะไปช่วยเกษตรกรไม่ได้

จำนำข้าวก็ไม่ได้ ประกันราคาข้าวก็ไม่ได้

นายมีชัยด่าเลยว่า เป็นการตั้งใจหลอกให้ชาวบ้านเข้าใจผิดในสาระสำคัญ

“ซือแป๋” ออกโรงการันตีร่างรัฐธรรมนูญด้วยตัวเอง ไม่ได้ห้ามรัฐบาลช่วยชาวนา ในจังหวะราคาข้าวตกต่ำทำชาวนาระทม มันก็ชัดว่า “ปมข้าว” เป็นสถานการณ์ที่อ่อนไหวจริงๆ

แบบที่ฝ่ายคุมเกมอำนาจต้องช่วยกันประคองอารมณ์ชาวนา

ถึงแม้จะตะขิดตะขวงใจไม่น้อย แต่การประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. นั่งหัวโต๊ะเป็นประธาน

ก็ต้องรีบเคาะโต๊ะมาตรการกู้สถานการณ์ราคาข้าวดิ่งเหวในรอบ 10 ปี

เจียดงบประมาณ 8.6 พันล้านบาท เดินโครงการสินเชื่อเพื่อชะลอการขายข้าวเปลือกหอมมะลิและข้าวเหนียวปี 2559/60 ในราคา 11,000 บาทต่อตันข้าวเปลือก เริ่มดำเนินการทันทีตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 ถึงวันที่ 30 เมษายน 2560

โดยใช้คำว่า “จำนำยุ้งฉาง” แทนคำว่า “จำนำข้าว”

เพื่อไม่ให้ไปล้อกับผลงานฉาวๆของอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่กำลังโดนเช็กบิลให้ร่วมชดใช้ค่าเสียหายกว่า 3.5 หมื่นล้านบาท

แต่แน่นอน ไม่ว่าจะ“จำนำยุ้งฉาง” หรือ “จำนำข้าว” โดยกระบวน การมันก็คือการแทรกแซงกลไกการตลาด ทำให้ราคาไม่เป็นไปตามธรรมชาติ

หนีไม่พ้นเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายยกเป็นข้อต่อสู้คดีในศาลและปั่นกระแสนอกศาล

ซึ่งนั่นยังไม่น่าจับตาเท่ากับสถานการณ์เปิดแนวรบ ตามธงของรัฐบาลมุ่งกล่าวหาผู้ประกอบการโรงสีจับมือกับนักการเมืองขั้วอำนาจเก่า ป่วนสถานการณ์ข้าวกดดันรัฐบาลทหาร คสช.

ส่งทหารไล่บี้กดดัน ขู่ไม่ให้กดราคารับซื้อข้าวจากชาวนา

ขณะที่ฟังเสียงสะท้อนอีกมุมหนึ่งของผู้ประกอบการที่บอกซื้อข้าวราคาสูงจากชาวนาได้

แต่ไม่รู้จะเอาไปขายใคร เพราะรัฐบาล คสช.ก็ไม่ได้การันตีตรงจุดนี้

ที่สำคัญ มันเป็นกลไกตลาดที่ถูกบิดเบือนมานับ 10 ปี เพราะที่ผ่านมาโรงสีก็เป็นแค่รับจ้างเก็บรักษาข้าวในโครงการรับจำนำให้ รัฐบาล โดยที่รัฐบาลบริหารจัดการเรื่องการขายทอดตลาด กำหนดราคาในการระบายเอง

แล้วอยู่ๆจะให้โรงสีมาทำธุรกิจรับซื้อข้าวจากชาวนา แล้วทำการจำหน่ายข้าวสารเอง

ใครจะเสี่ยงลงทุน ทั้งๆที่รู้ว่าขาดทุนแน่ๆ

เรื่องของเรื่อง ถ้าพูดกันตรงๆว่าเป็นไปตามกลไกตลาดโลก และที่สถานการณ์ยากเข้าไปอีกก็เพราะเรื่องมันโยงกับคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวที่ยังคาราคาซัง

ฟังแล้วยังเข้าใจมากกว่า โบ้ยให้โรงสีจับมือกับนักการเมืองฝั่งตรงข้าม โทษชาวนาไม่ยอมเปลี่ยนไปปลูกพืชอย่างอื่นทำให้ข้าวล้นตลาด แม้แต่สื่อมวลชนก็เสนอข่าวมีวาระแฝงทิ่มแทงรัฐบาล

นักการเมือง พ่อค้า ชาวนา สื่อ ถูกผลักไปอยู่ฝั่งตรงข้ามหมด

สุดท้ายใครจะอยู่ฝ่ายเดียวกับรัฐบาล.


ทีมข่าวการเมือง

2 พ.ย. 2559 00:00 2 พ.ย. 2559 00:00 ไทยรัฐ