วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ส่งต่อถึงลูกหลาน! ‘ที่ที่พ่อไป’ ไอเดียถ่ายภาพย้อนรอยพระบาทในหลวง

เปิดใจหนุ่มไอเดียเก๋ ถ่ายภาพ เปรียบเทียบอดีตและปัจจุบัน กับสถานที่ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงเสด็จพระราชดำเนิน เผยต้องการส่งต่อให้ลูกหลานได้ทราบถึงพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ที่พระองค์ทรงทำให้คนไทยทุกคน

เมื่อวันที่ 1 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ ในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์คต่างกำลังชื่นชมไอเดียช่างภาพสมัครเล่นรายหนึ่ง เจ้าของเฟซบุ๊ก James Apisit ที่ถ่ายภาพสถานที่ ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเคยเสด็จพระราชดำเนินในพื้นที่ต่างๆ พร้อมแคปชั่นภาพว่า #ที่ที่พ่อไป โดยนำพระบรมฉายาลักษณ์ ที่เคยทรงฉายภาพไว้เปรียบเทียบกับภาพในปัจจุบัน จนเป็นที่มาของการแชร์และส่งต่อจำนวนมาก

ทั้งนี้ เจ้าของภาพและไอเดียคือ นายอภิสิทธิ์ ศุภกิจเจริญ ช่างภาพสมัครเล่น และ อาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าวกับ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ว่า การถ่ายภาพดังกล่าว นอกจากจะทำให้เห็นสถานที่จริงที่ในหลวงเคยเสด็จพระราชดำเนินในปัจจุบันแล้ว ยังเป็นการสะท้อนพระราชกรณียกิจต่างๆ ที่พระองค์ทรงดำริเพื่อเป็นคุณประโยชน์กับประเทศด้วย

ช่างภาพสมัครเล่น วัย 35 ปี เล่าว่า ความตั้งใจแรกที่อยากทำเพราะต้องการรู้ว่าโครงการที่พระองค์ท่านทำตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันประสบความสำเร็จไปแล้วมากน้อยแค่ไหน มีความเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง จึงค้นหาภาพเก่าที่ท่านเคยเสด็จไปยังสถานที่นั้นๆ มาดูและสังเกตรายละเอียดของภาพว่ามีอะไรอยู่ตรงไหนบ้าง จากนั้นก็นำภาพนั้นไปวางเทียบสถานที่ที่ท่านเคยไปยืนถ่ายภาพออกมาเชื่อมกันระหว่างอดีตกับปัจจุบัน สะท้อนให้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

นายอภิสิทธิ์ เล่าต่อว่า วันที่ 20-22 ตุลาคม 2559 เป็นวันแรกที่ได้เริ่มทำ ได้ค้นพบรูปโครงการแก้มลิง ที่ทุ่งมะขามหย่อง จ.พระนครศรีอยุธยา จากนั้นได้ข้อมูลดูว่าเพราะอะไรท่านถึงเสด็จไปที่นั้น จนได้พบข้อมูลว่าท่านเสด็จครั้งล่าสุดคือเมื่อปี พ.ศ. 2555 โดยเสด็จพร้อมกับสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และ สมเด็จพระเทพฯ ซึ่งเหตุผลที่ท่านเสด็จก็เพราะเมื่อปี 2539 พระองค์ทรงเสด็จมาแล้วและรับสั่งให้ใช้ทุ่งมะขามหย่องเป็นที่ผันน้ำท่วม หลังเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2538 พอไปค้นหารูปก็ได้มาทั้งหมด 2 ภาพคือ

ช่างภาพสมัครเล่นหนุ่ม กล่าวต่อว่า ภาพแรกเป็นภาพที่พระองค์ท่าน ทรงเปิดประตูผันน้ำ และภาพที่สองคือภาพที่พระองค์ทรงเกี่ยวข้าวอยู่ข้างถนน ซึ่งพอสังเกตดูภาพสองภาพนี้จะเชื่อมโยงกัน คือภาพผันน้ำประมาณเดือนมกราคม เพื่อให้ชาวนาได้มีน้ำไว้ใช้ทำนา พฤษภาคมคือช่วงเวลาที่ข้าวออกรวงพร้อมเก็บเกี่ยว ก็หมายถึงเป็นภาพที่ท่านทรงผันน้ำออกและได้มีน้ำไว้ใช้ในการทำนา ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ท่านทรงทำเพื่อประชาชนทุกคน ทั้งนี้ สาเหตุที่เลือกมาถ่ายภาพที่นี่ก่อน เพราะระยะทางไม่ไกลและความสะดวก นอกจากที่ทุ่งมะขามหย่องแล้ว ก็อยากจะไปดูที่โครงการชั่งหัวมัน ด้วย เป็นต้น

“สำหรับตอนนี้ ถ่ายภาพไว้ได้หลายภาพแล้ว นอกจากโครงการในพระราชดำริแล้วก็ยังมี ภาพสถานที่ต่างๆ ที่พระองค์เคยเสด็จไปมาอีกด้วย ทั้งภาพที่ศิริราช ภาพที่ทรงไปปลูกต้นทองที่ธรรมศาสตร์ ซึ่งก็ตั้งใจไว้ว่าจะหาภาพที่ทราบพิกัดแน่ชัด และจะตามไปถ่ายเรื่อยๆ ในทุกที่ ที่พระองค์ทรงเสด็จ”

อาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าวต่อว่า ตอนนี้มีภาพทั้งหมด 8 ภาพ เมื่อสัปดาห์ก่อนถ่ายภาพเพิ่มมาอีก 3 ที่ และตั้งใจไว้ว่าจะไปเดินทางไปถ่ายภาพทุกสัปดาห์ ถ่ายให้ได้สัปดาห์ละ 2 สถานที่ แต่สิงที่เป็นอุปสรรคสำคัญคือ บางภาพเราไม่รู้ว่าจุดตรงที่ท่านเสด็จ อยู่ตรงไหนของสถานที่นั้น บางครั้งก็มีความเปลี่ยนแปลงไปแล้ว จึงถือเป็นความยากในการถ่าย บางภาพต้องใช้เวลาในการค้นหาสถานที่เป็นเวลานาน และกว่าจะได้แต่ละภาพ บางครั้งต้องถ่าย 40-50 ภาพ กว่ามุมและองศาจะตรง

อย่างเช่น ตัวอย่างของทุ่งมะขามหย่อง นอกจากตรงที่ท่านไปประทับเมื่อปี 2555 ที่มีตำหนักอยู่ ก็ยังมีจุดที่เป็นประตูน้ำที่ท่านเปิด ต้องถามจากทหารที่มาเฝ้าอยู่ที่ทุ่งมะขามหย่องถึงจะรู้ว่าตำแหน่งใดเป็นสถานที่เปิดประตูระบายน้ำ เพราะมีการปรับปรุงใหม่หมดแล้ว แต่ก็พยายามเก็บรวบรวมภาพต่างๆ จากหนังสือ เพื่อติดตามไปยังสถานที่ที่ท่านเคยเสด็จ 

“สิ่งที่ทำ เพราะผมก็อยากไปดูสถานที่ที่พระองค์เคยเสด็จพระราชดำเนินด้วยตัวเอง อยากให้คนรุ่นหลังที่เกิดไม่ทันได้รู้ได้เห็นสิ่งที่พระองค์ทรงทำด้วยว่าสิ่งที่พระองค์ท่านทรงงานยังคงอยู่ เคยสร้างสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้กับพสกนิกรของท่าน มากว่า 70 ปีแล้ว ผมรู้สึกว่าต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อไม่ให้เด็กรุ่นใหม่ลืมพระราชกรณียกิจต่างๆ ผมจึงใช้ความรู้ที่ผมมี คือ การถ่ายภาพเพื่อเชื่อมโยง โครงการของพระองค์ท่านกับคนที่ไม่ได้เติบโตมาในยุคที่ได้เห็นพระราชกรณียกิจของท่านแล้ว”

ช่างภาพหนุ่มรายเดิม กล่าวทิ้งท้ายว่า ตอนนี้ผมมีลูกเล็กๆ วัย 3 ขวบ เวลาไปไหน ผมก็จะพาเขาไป พร้อมกับเล่าเรื่องพระราชกรณียกิจต่างๆ ที่พระองค์ทรงทำและสร้างความเปลี่ยนแปลงให้ประเทศชาติมากมาย เพื่อให้เขารู้ถึงพระมหากรุณาธิคุณของพ่อหลวง ความตั้งใจของผมอยากจะเดินทางไปถ่ายรูปโครงการต่างๆ ของพ่อหลวงทั้งกว่า 4 พันโครงการ

“ส่วนตัวก็รู้สึกดีใจที่มีคนแชร์รูปของผมจำนวนมาก ผมอยากให้คนทั่วไปได้เห็นภาพ ได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ที่ท่านทำงานหนักเพื่อคนไทยทุกคนตลอด 70 ปีที่ผ่านมา ผมอยากให้ภาพพระราชกรณียกิจ ไม่ใช่ดูได้แค่ข่าวในพระราชสำนัก แต่สามารถดูในช่องทางออนไลน์ได้ด้วย และอยากให้คนที่ไป ไปเรียนรู้จริงๆ ในพระราชกรณียกิจของท่าน ไม่ใช่ไปเที่ยวอย่างเดียว แม้ในหลายๆ ที่จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว แต่เหนือกว่าการที่ได้ไปเที่ยวนั่นคือการที่ในหลวงได้ทรงตรากตรำพัฒนาเพื่อคนไทยตลอดระยะเวลาที่ท่านครองราชย์”

ขอบคุณภาพทั้งหมดจาก - อภิสิทธิ์ ศุภกิจเจริญ 

เปิดใจหนุ่มไอเดียเก๋ ถ่ายภาพ เปรียบเทียบอดีตและปัจจุบัน กับสถานที่ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงเสด็จพระราชดำเนิน เผยต้องการส่งต่อให้ลูกหลานได้ทราบถึงพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ที่พระองค์ทรงทำให้คนไทยทุกคน... 1 พ.ย. 2559 14:31 1 พ.ย. 2559 18:40 ไทยรัฐ