วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"เมื่อไหร่จะเห็นป่าไม้หมู่บ้านเสียที" พระราชกระแสรับสั่งเป็นนัยสำคัญของในหลวง รัชกาลที่9

มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “การพัฒนาและขยายผลเครือข่ายการจัดการทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า ตามแนวพระราชดำริ” เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559 ที่อาคารสำนักงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มูลนิธิชัยพัฒนา เมื่อวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานกรรมการมูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ กล่าวว่า จากภารกิจที่มูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ ได้พัฒนาเครือข่ายการจัดการน้ำชุมชนตามแนวพระราชดำริ มาตั้งแต่ปี 2554 จนปัจจุบัน พบตัวอย่างความสำเร็จของการจัดการทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า ในระดับชุมชนจำนวนมาก แต่ละชุมชนมีความรู้และประสบการณ์ที่เป็นแบบอย่างความสำเร็จ จากการน้อมนำแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เกี่ยวกับการจัดการทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า มาประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสมตามสภาพภูมิสังคม ซึ่งปัจจุบันมีเครือข่ายที่ประสบผลสำเร็จในการจัดการดิน น้ำ ป่า และพึ่งตนเอง จำนวน 60 ชุมชนแกนนำในพื้นที่ 19 ลุ่มน้ำ และเตรียมขยายผลตามแนวพระราชดำริอีก 603 กว่าชุมชนทั่วประเทศ มูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ จึงร่วมมือกับกรมอุทยานแห่งชาติฯ สนับสนุนและพัฒนาให้ชุมชนมีศักยภาพในการจัดการทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า ที่มั่นคงเพิ่มมากขึ้น บนพื้นฐานของการพึ่งตนเอง ลงมือทำกันอย่างมีส่วนร่วมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันเป็นเครือข่าย พร้อมที่จะพัฒนาขยายผลอย่างต่อเนื่อง การลงนามครั้งนี้ก็จะเป็นความร่วมมือที่ทำกันอย่างต่อเนื่อง แม้จะเปลี่ยนคน งานก็ไม่ชะงัก

ประธานกรรมการมูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ ยังกล่าวต่อว่า ตนอยากให้ชุมชนที่น้อมนำแนวพระราชดำริมาลงมือทำ ต้องเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา และยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง เมื่อ 30 ปีก่อนตอนที่ตนถวายงานใหม่ๆ พระองค์ท่านรับสั่งเป็นนัยสำคัญ เมื่อไหร่จะเห็นป่าไม้หมู่บ้านเสียที มีป่าไม้จังหวัดแล้ว นั่นหมายถึงทรงอยากให้ประชาชนลุกขึ้นมาทำหน้าที่ปกป้องและฟื้นฟูป่าไม้นั่นเอง ส่วนกำลังใจในการทำงานของตนตอนนี้ ต้องมาดูว่า เราทำเพื่ออะไร เราเสียสละหรือ มิใช่หรอก แท้ที่จริงแล้วเราทำเพื่อตัวเราเอง ถ้าดิน น้ำ ลม ไฟ ป่า มีความสมบูรณ์ ไปที่ไหนอากาศไม่มีมลพิษ ไม่มีน้ำเน่า ไปที่ไหนเราก็สบาย อันนี้นอกจากไม่ทำแล้ว ยังทำลายอีก อีกประการหนึ่งคือ เราจะยกแม่น้ำที่แห้งแล้ง ยกป่าที่ไม่มีต้นไม้ให้กับลูกหลานหรือ เราต้องนึกถึงคนข้างหน้า เราจะทำอย่างไรให้คนยุคเรา อยู่ได้ คนยุคต่อไปก็อยู่อย่างสบาย อันนี้คือความยั่งยืน

ดร.สุเมธได้กล่าวในตอนท้ายอีกว่า สิ่งที่เป็นแรงใจในการทำงานของตน คือ เวลามองเห็นพระเสโท (เหงื่อ) ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพระบรมฉายาลักษณ์แล้ว เราจะอยู่เฉยได้อย่างไร พระองค์ท่านทรงงานตั้งแต่ตนอายุ 7 ขวบ การได้ทำงานใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท นับเป็นความภูมิใจที่สุด ส่วนที่สุดของชีวิต คือ การได้บวชถวายพระองค์ท่านตอนอายุ 60 ปี และได้มีโอกาสเทศน์ถวายพระองค์ท่าน นับเป็นที่สุดของชีวิตแล้ว ใครจะได้รับวาสนา ได้สอนธรรมะ ว่าเราบวชทำไม แล้วเราได้อะไร พระองค์ท่านก็ได้สอนธรรมะตนก่อนบวชด้วย ในเรื่อง โยนิโส เวลาทำงานเราก็ลืมตัว ไม่ค่อยใส่ใจตัว ในแง่จิตใจการกระทำ เราอาจจะทำผิดๆ ถูกๆ นานทีต้องออกไปจากงาน ไปนั่งพิจารณาตัวเราเองว่า เราควรปรับตัวเองอะไรบ้าง ตรวจสอบตัวเอง การก้าวเดินในชีวิตที่ผ่านมา เป็นอย่างไร และอนาคตจะทำอย่างไร.

มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “การพัฒนาและขยายผลเครือข่ายการจัดการทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า ตามแนวพระราช 1 พ.ย. 2559 14:09 1 พ.ย. 2559 14:10 ไทยรัฐ