วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ราคาน้ำมันขยับ-บาทแข็ง ฉุดเงินเฟ้อ ต.ค.โต 0.34% ต่อเนื่องเดือนที่ 7

พณ. เผยเงินเฟ้อ ต.ค. โต 0.34% เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเดือนที่ 7 หนุนขยายตัวเศรษฐกิจในภาพรวม ผลจากราคาน้ำมันอาหารสดขึ้น และบาทแข็งค่า แต่ทั้งปียังอยู่ในกรอบ 0-1%...

เมื่อวันที่ 1 พ.ย. น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) และรักษาการผู้อำนวยการ สนค. กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (อัตราเงินเฟ้อ) ทั่วไปของประเทศ เดือน ต.ค. 2559 อยู่ที่ 106.85 เพิ่มขึ้น 0.34% เมื่อเทียบเดือน ต.ค. 2558 เป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเทียบเดือน ก.ย. 2559 เพิ่มขึ้น 0.16% เป็นการขยายตัวต่อเนื่องเดือนที่ 2 ส่งผลให้ดัชนีราคาผู้บริโภค (อัตราเงินเฟ้อ) ทั่วไป ช่วง 10 เดือนปี 59 (ม.ค.-ต.ค.59) ขยายตัว 0.06%

สำหรับดัชนีราคาสินค้าหมวดอาหารและเครื่องดื่ม เดือน ต.ค.59 อยู่ที่ 116.19 เพิ่มขึ้น 0.89% เทียบกับเดือน ต.ค.58 แต่หดตัว 0.12% เทียบกับเดือนก่อนหน้า ส่วนดัชนีราคาสินค้าหมวดที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มอยู่ที่ 101.88 เพิ่มขึ้น 0.02% เมื่อเทียบกับเดือน ต.ค.58 และขยายตัว 0.32% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า

ทั้งนี้ พบว่าสินค้า 450 รายการที่ใช้ในการสำรวจดัชนีราคาผู้บริโภคนั้น มีสินค้า 142 รายการที่ราคาปรับตัวสูงขึ้น เช่น ข้าวสารเหนียว, กาแฟผงสำเร็จรูป, ผักสด, เสื้อเชิ้ต, ผงซักฟอก, สบู่, ค่าเช่าบ้าน และน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นต้น ส่วนสินค้า 96 รายการ ราคาปรับลดลง เช่น ข้าวสารเจ้า, เนื้อสุกร, ไก่สด, ไข่ไก่, น้ำมันพืช, นมสด และผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เป็นต้น ขณะที่สินค้า 212 รายการ ราคาไม่เปลี่ยนแปลง

น.ส.พิมพ์ชนก ระบุ การขยายตัวของดัชนีราคาผู้บริโภค (อัตราเงินเฟ้อ) ทั่วไป ในเดือน ต.ค.59 จัดว่าเป็นขยายตัวของเงินเฟ้ออย่างอ่อน ช่วยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจในภาพรวม โดยระดับราคาสินค้ายังมีเสถียรภาพดี จากการดำเนินนโยบายประชารัฐที่ช่วยสนับสนุนกำลังซื้อฐานราก ทำให้ครัวเรือนมีรายได้และมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น และเป็นผลมาจากการสูงขึ้นของราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศตั้งแต่ช่วงต้นปี 59 ทำให้ราคาขายปลีกเฉลี่ยสูงกว่าฐานในปี 58 รวมถึงราคาอาหารสด เช่น ผลไม้สด ไข่ไก่ และเนื้อสุกรที่ระดับราคาสูงขึ้นจากภาวะภัยแล้งตั้งแต่ปลายปี 58 แม้ว่าราคามีแนวโน้มลดลงในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี การปรับลดอัตราค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ (Ft) ในเดือน พ.ค.-ส.ค.59 ยังคงเป็นปัจจัยกดดันอัตราเงินเฟ้อ เนื่องจากราคาค่ากระแสไฟฟ้ายังอยู่ในระดับต่ำกว่าปีก่อน รวมถึงราคาผักสดที่ยังคงลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยกระทรวงพาณิชย์ยังคงคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั้งปีไว้ตามกรอบเดิมที่วางไว้ คือ 0-1% โดยสมมติฐานในส่วนของอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ยังคงเดิมที่ 3.3% ในขณะที่สมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบปรับเพิ่มขึ้นเป็น 40 ดอลลาร์/บาร์เรล จากเดิม 35 ดอลลาร์/บาร์เรล และปรับสมมติฐานอัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่าขึ้นเป็น 36 บาท/ดอลลาร์ จากเดิมที่ 37 บาท/ดอลลาร์

ส่วนสถานการณ์ราคาข้าวเปลือกที่ปรับตัวลดลงนั้น ยังไม่มีผลกับการคำนวณอัตราเงินเฟ้อในส่วนของราคาข้าวสารในเดือน ต.ค. เนื่องจากราคาข้าวที่นำมาใช้คำนวณยังเป็นสินค้าในสต็อกเดิมและยังเป็นต้นทุนของเดิม ดังนั้น ในทางการตลาดราคาจึงยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงในทันที คงต้องรอผลผลิตรอบใหม่ที่จะออกสู่ตลาดจึงจะมีผลทำให้ราคาข้าวสารอ่อนตัวลงได้

ขณะที่ราคาเสื้อดำ ผ้าผืน ตลอดจนเครื่องกายไว้ทุกข์นั้น แม้จะมีความต้องการสินค้าจากประชาชนเป็นอย่างมาก แต่ยังไม่มีผลต่อการคำนวณอัตราเงินเฟ้อในเดือน ต.ค.เช่นกัน ซึ่งกระทรวงพาณิชย์อยู่ในระหว่างการรวบรวมข้อมูล เพื่อติดตามผลกระทบที่จะมีต่อการคำนวณอัตราเงินเฟ้อในเดือนต่อไป.

พณ. เผยเงินเฟ้อ ต.ค. โต 0.34% เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเดือนที่ 7 หนุนขยายตัวเศรษฐกิจในภาพรวม ผลจากราคาน้ำมันอาหารสดขึ้น และบาทแข็งค่า แต่ทั้งปียังอยู่ในกรอบ 0-1%... 1 พ.ย. 2559 13:14 1 พ.ย. 2559 14:39 ไทยรัฐ