วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แก้ผ้าเอาหน้ารอด

การเคลื่อนไหว ปฏิรูปตัวเองของชาวนาไทย ที่ทนถูกเอารัด เอาเปรียบจากบรรดานายทุนไม่ไหว ทำให้เกิด ความตื่นตัวของเศรษฐกิจทุนนิยม ในระดับหนึ่ง ที่ต้องยอมรับความจริงว่า ชาวไร่ ชาวนา เกษตรกร ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันไม่ได้เป็น ผู้กำหนดอนาคตของตัวเอง แต่มีพ่อค้าคนกลางที่เป็นคนเข้ามากำหนดอนาคตทั้งสิ้น

ชาวนาขายข้าวให้โรงสีในราคาตันละประมาณ 6,000 บาท โรงสีขายให้ผู้ส่งออกที่ราคาตันละ 8,000 บาท ผู้ส่งออกไปบวกกำไรในการส่งออกไปขายต่างประเทศอีกไม่รู้เท่าไหร่ ในขณะที่ต้นทุนการผลิตข้าวอยู่ที่ตันละประมาณ 7,000 บาท เพราะฉะนั้น ชาวนาจึงเป็นผู้รับภาระการขาดทุนแต่เพียงผู้เดียว

ฟังคำตอบจากรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังไม่มีมาตรการที่จะเข้ามาช่วยชาวนาอย่างเต็มไม้เต็มมือ การแจกเงินให้ครอบครัวเกษตรกร ครัวเรือนละ 1,000 บาท ไม่มีเป้าหมายอะไรนอกเหนือไปจาก ประชานิยม ไม่ว่าจะเป็นประชารัฐหรือประชานิยม เกษตรกรชาวไร่ชาวนาต้องแบกภาระเอาไว้ตามเดิม

การที่ ผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ออกมาเรียกร้องให้ประชาชนช่วยกันซื้อข้าวสารเก็บไว้เพื่อจะได้ช่วยทำให้ราคาข้าวดีขึ้น หรือการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พูดผ่าน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกรัฐบาลว่า การที่ชาวนาออกมาสีข้าวเพื่อบรรจุถุงขายเองทางออนไลน์ไม่ผิด ก็ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ราคาข้าวตกต่ำที่สุดในรอบ 10 ปีดีขึ้นแต่อย่างใด

หรือการที่ กระทรวงการคลัง เสนอมาตรการ รักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือกหอมมะลิ และข้าวเปลือกเหนียวในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ โครงการชะลอการขายข้าวเปลือก เพื่อไม่ให้ชาวนาต้องรีบขายข้าว ก็เป็นแค่วิธีการ ขายผ้าเอาหน้ารอด ไม่ได้เป็นการช่วยเหลือให้ชาวไร่ชาวนาพ้นจากภาระหนี้สินอย่างถาวร

วิธีเดียวที่รัฐบาลมีความชัดเจนคือ สั่งการให้ กระทรวงมหาดไทย คอยสอดส่องความเคลื่อนไหวของชาวนา เพื่อไม่ให้ออกมาประท้วงอันเนื่องมาจากราคาข้าวเปลือกตกต่ำ เท่านั้นเอง

จะให้ชาวนาที่ต้องเช่านาทำนา ไปกู้หนี้ยืมสินเพื่อมาลงทุนปลูกข้าว ไปติดหนี้ค่าปุ๋ย ค่ายาฆ่าแมลง เก็บข้าวเอาไว้เพื่อรอให้ข้าวราคาดีขึ้น นอกจากจะเป็นการแก้ปัญหาแบบกำปั้นทุบดินแล้ว

เป็นแค่ความหวังลมๆแล้งๆ หวังน้ำบ่อหน้าไปเรื่อยๆ

การที่รัฐบาลไปคาดคั้นเอากับ มาตรการพยุงราคาสินค้าการเกษตร โครงการรับจำนำข้าว ว่าเป็นโครงการประชานิยม เป็น โครงการที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศ

ชูนโยบาย ประชารัฐ ที่เอาภาคเอกชนมาเป็นจุดศูนย์กลางเข้ามาเป็นคณะทำงานกำหนดนโยบาย กำลังจะกลายเป็น ดาบที่กลับมาเชือดคอตัวเอง จะรักษาเสถียรภาพราคาข้าวหรือโครงการชะลอการขายข้าวเปลือก ก็ต้องใช้งบประมาณของประเทศอยู่ดี ก็หนีไม่พ้นโครงการประชานิยมอยู่ดี

ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเองจนได้.

หมัดเหล็ก
mudlek@hotmail.com 

1 พ.ย. 2559 10:02 1 พ.ย. 2559 10:04 ไทยรัฐ