วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เสมอกันในกฎหมาย

มีข้อเสนอใหม่ๆออกมาอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กำลังจัดทำร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ เพื่อเตรียมการเลือกตั้ง บางฝ่ายเสนอให้เปิดเผยชื่อผู้บริจาคเงินให้พรรคเกิน 1 แสนบาทขึ้นไป แต่ไม่ได้บอกว่าจะห้ามบุคคลบริจาคเงินให้พรรคมากเกินไป เช่น ทุ่มเงินเป็นพันล้านหมื่นล้าน เพื่อเป็นเจ้าของพรรคด้วยหรือไม่?

ปัญหาการเมืองที่สำคัญอย่างหนึ่งของไทยคือ ระบบพรรคการเมืองที่ยังไม่ใช่พรรคของสมาชิก ไม่ใช่พรรคของประชาชน แต่เป็นพรรคของนายทุนใหญ่บางกลุ่มและบางคน กฎหมายพรรคการเมืองน่าจะมีบท บัญญัติเพื่อลงโทษพรรค และผู้ที่ทุ่มเงินเพื่อยึดอำนาจบงการพรรค ทั้งในการกำหนดนโยบายการบริหารประเทศ และการบริหารพรรค

ข้อเสนอใหม่ล่าสุด ได้แก่การให้ กกต. มีอำนาจสั่งอายัดเงินของกลุ่มนายทุนผู้ซื้อเสียงเลือกตั้ง และเสนอให้ตัดสิทธินัก-การเมืองผู้อยู่เบื้องหลังม็อบ ห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองตลอดชีวิต มีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย และอาจเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพในการชุมนุม เพื่อเรียกร้องต่างๆ รวมทั้งเสรีภาพในการพูด และแสดงความเห็น

หากจะออกกฎหมายห้ามนัก- การเมืองที่อยู่เบื้องหลังม็อบ หรือผู้บงการการชุมนุมทางการเมือง จะต้องแบ่งแยก “ม็อบ” ให้ชัดเจน ถ้าเป็นม็อบที่ชุมนุมเรียกร้องในเรื่องต่างๆ ต้องถือว่าเป็นสิทธิเสรีภาพที่พึงกระทำได้ แต่ควรตัดสิทธิทางการเมืองเฉพาะผู้ที่อยู่เบื้องหลังม็อบ ที่พยายามล้มล้างระบอบประชาธิปไตย หรือทำนอกวิถีทางรัฐธรรมนูญ

ร่างรัฐธรรมนูญฉบับมีชัย ซึ่งจะถูกประกาศใช้เป็นรัฐธรรมนูญใหม่ มีบทบัญญัติห้ามบุคคลหลายประเภท ไม่ให้สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. และห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองตลอดชีวิต เช่น ผู้ล้มละลายเพราะทุจริต ผู้ที่ถูกสั่งให้พ้นจากราชการ เพราะทุจริตต่อหน้าที่ ผู้ที่ถูกยึดทรัพย์ฐานร่ำรวยผิดปกติ ผู้ต้องคำพิพากษาทุจริตในการเลือกตั้ง เป็นต้น

เพื่อความเป็นธรรมและไม่เป็นการเลือกปฏิบัติ ถ้ากฎหมายจะห้ามนัก-การเมืองผู้อยู่เบื้องหลังม็อบไม่ให้สมัคร ส.ส. และดำรงตำแหน่งทางการเมือง ก็ควรจะต้องห้ามบุคคลที่ล้มล้างหรือเคยล้มล้าง การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือผู้ที่เคยกระทำการเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจ โดยวิธีทางนอกรัฐธรรมนูญด้วย

ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญทุกฉบับ (รวมทั้งร่างใหม่) ที่บัญญัติไว้ตรงกันว่า “บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมาย มีสิทธิและเสรีภาพ และได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน” การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล ไม่ว่าด้วยเหตุแห่งความแตกต่างในสถานะบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจและสังคม จะกระทำมิได้ ทุกคนต้องเสมอกันในกฎหมาย.

1 พ.ย. 2559 09:07 1 พ.ย. 2559 09:07 ไทยรัฐ