ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    เรื่องจริงที่ปวดร้าว!

    ทีมข่าวการเมือง1 พ.ย. 2559 05:01 น.
    SHARE

    วาระร้อนๆด่วนจี๋เลย

    ตามรูปการณ์ล่าสุดที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ต้องเรียกประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ที่ทำเนียบรัฐบาล

    เพื่อเคลียร์สถานการณ์ข้าวราคาตกต่ำแบบทะรูดทะราด

    แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น จับทางจากถ้อยแถลงของผู้นำก่อนเข้าวาระประชุมที่ฟันธงเลยว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจาก 2 ประเด็นคือ การปรับโครงสร้างการเกษตรที่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ครบวงจร ยังมีปัญหาอยู่ยังทำไม่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์

    และการเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งมีการร่วมมือกันระหว่างนักการเมืองในพื้นที่ ร่วมกับโรงสีบางโรงสี ในการกำหนดราคาข้าวให้ต่ำลง โดยหวังให้เกิดประเด็นต่อประชาชนให้เกิดการต่อต้านหรือขัดแย้งกับรัฐบาล

    ผู้นำคาใจ ปมร้อนราคาข้าวแฝงเหลี่ยมการเมือง

    สอดรับในทิศทางเดียวกับที่ประชุมสำนักงานเลขาธิการ คสช.ที่ พล.อ. เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการ คสช.เป็นประธาน

    โดย พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช. แถลงว่า กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยได้ติดตามตรวจสอบความเดือดร้อนของชาวนาจากปัญหาราคาข้าว จากสภาพการณ์ในขณะนี้ อาจมองได้ว่า ปัญหาราคาข้าวในปัจจุบันมีความไม่ปกติ

    อาจมีกระบวนการสร้างกลไกราคาเทียมซ้ำเติมเกษตรกร เพื่อหวังผลทางการเมือง

    ซึ่ง คสช.โดยกองกำลังรักษาความสงบ จะเข้าช่วยตรวจสอบการรับซื้อข้าวของโรงสีในพื้นที่ต่างๆและรับฟังข้อมูลจากเกษตรกรในทุกพื้นที่ รวมทั้งร่วมกับส่วนราชการที่รับผิดชอบโดยตรง เพื่อเสนอเป็นข้อมูลให้รัฐบาลนำไปพิจารณาบริหารจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นโดยด่วน

    ท็อปบูตรับมุกผู้นำ ไล่บี้โรงสีที่รับงานป่วนการเมือง

    ขณะที่สถานการณ์อีกด้าน นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ทำหนังสือด่วนที่สุดถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ยกเว้น 14 จังหวัดภาคใต้ ย้ำให้ใช้ศาสตร์และศิลป์ในการบริหารจัดการแนวทางแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน รวมทั้งป้องกันการร้องเรียนและการเคลื่อนไหวต่างๆ

    มหาดไทยรีบสกัดม็อบชาวนาประท้วงตั้งแต่ต้นลม

    รัฐบาลทหาร คสช.เบรกแรงเสียดทาน โดยเน้นไปที่แก้เหลี่ยมทางการเมือง

    ตามท้องเรื่อง ปมข้าวร้อนๆไหลเข้าเหลี่ยมฝ่ายกองหนุนอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก จากการถูกคำสั่งทางปกครอง “เช็กบิล” ค่าเสียหายในคดีปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวจำนวน 3.5 หมื่นล้านบาท

    ได้โอกาสเบิ้ลกลับรัฐบาล คสช. เป็นตัวการก่อความเดือดร้อนให้ชาวนา

    เขี่ย “หัวเชื้อ” กระพือไฟต้านรัฐบาลทหาร

    และโดยสถานการณ์เหมือนจะเติมเชื้อไฟเข้าไปอีก ในอารมณ์แบบที่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม หงุดหงิดคำถามนักข่าวว่าด้วยสถานการณ์ราคาข้าวที่ถูกกว่าราคาปุ๋ย

    โบ้ยส่งเลยว่า ถ้าข้าวถูกกว่าปุ๋ย ก็ไปขายปุ๋ยแทน

    มันยิ่งเสี่ยงไปกระตุกอาการแค้นใจของชาวนาที่กำลังลำบากแสนสาหัส

    ท่ามกลางเสียงครหาในโลกโซเชียลฯ รัฐบาลทหาร คสช.มัวแต่อุ้มกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ เริ่มมีเครื่องหมายคำถามถึงโครงการ “ประชารัฐ” ที่รัฐบาลดึงบริษัทเอกชนเข้ามาช่วยบริหารจัดการ เพื่อเสริมความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ

    แต่เกษตรกรชาวนาชาวไร่ไม่ได้อะไร ในเมื่อเอกชนล็อกไว้หมดแล้ว ตั้งแต่ต้นน้ำไปยันปลายน้ำ จัดการหมดทั้งเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย ไปยันการวางตลาดขาย

    บวกลบคูณหาร สุดท้ายกำไรก็ไหลไปกองอยู่กับนายทุน

    ตรงกันข้ามกับสภาพ “ใกล้สูญพันธุ์” ของเกษตรกร อย่างที่เห็นภาพข่าวชาวนาในจังหวัดพิจิตรกอดขาปลัดกระทรวงพาณิชย์ น้ำตานองขอร้องให้ช่วยเหลือสถานการณ์ข้าวราคาตกต่ำ

    ตอกย้ำด้วยข่าวชาวนาในจังหวัดชัยนาท และอีกหลายจังหวัด ขึ้นป้ายขายที่นาราคาถูกเพื่อนำเงินไปใช้หนี้จากที่กู้ยืมมาลงทุนปลูกข้าว เพราะถึงจะไม่ขาย ปล่อยไปแบบนี้ที่นาก็ต้องถูกยึดอยู่ดี

    ชาวนากำลังทิ้งแผ่นดินปลูกข้าว

    ความจริงที่ปวดร้าว สวนกับกระแสพระราชดำรัสของ “พ่อ”

    “ข้าวต้องปลูก เพราะอีก 20 ปีประชากรอาจจะ 80 ล้านคน ข้าวจะไม่พอ ถ้าลดการปลูกข้าวไปเรื่อยๆ ข้าวจะไม่พอ เราจะต้องซื้อข้าวจากต่างประเทศ เรื่องอะไร ประชาชนคนไทยไม่ยอม คนไทยนี้ต้องมีข้าว แม้ข้าวที่ปลูกในเมืองไทยจะสู้ข้าวที่ปลูกในต่างประเทศไม่ได้ เราก็ต้องปลูก”.

    ทีมข่าวการเมือง

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม 2563 เวลา 22:23 น.