วันพุธที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ยืน 9 ชม.พบแต่สิ่งดีๆ! เปิดประสบการณ์มงคลชีวิตต่อคิวสักการะพระบรมศพ

ยืน 9 ชม.พบแต่สิ่งดีๆ! เปิดประสบการณ์มงคลชีวิตต่อคิวสักการะพระบรมศพ

  • Share:

สิ่งที่อยากทำที่สุดในชีวิตของคนไทยนาทีนี้ คงหนีไม่พ้นการเดินทางมาที่พระบรมมหาราชวัง เพื่อสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ โดยเฉพาะวันแรก ผู้คนหลั่งไหลมามหาศาล เข้าคิวกันตั้งแต่ตีสอง

ไทยรัฐออนไลน์ ถือโอกาสวันแรกของการเปิดให้เข้าสักการะเบื้องหน้าพระบรมโกศ (29 ต.ค. 2559) เดินทางไปร่วมสักการะด้วยเช่นกัน ได้ซึมซับบรรยากาศการรวมตัวเป็นหนึ่งเดียวของคนไทยที่มาจากทั่วทุกสารทิศ การยืนเข้าแถว เดิน นั่งคอย และได้รับน้ำใจดีๆ ที่มีให้กันตลอดทั้งวัน แม้จะเริ่มมีรอยยิ้ม แต่ยังคงเป็นยิ้มเปื้อนคราบน้ำตา แม้จะผ่านวันแห่งการสูญเสียครั้งใหญ่มา 15 วันแล้วก็ตาม

-1-

ไปแบบมีแบบแผน ตระเตรียมการ (อ่านเพิ่ม : สุภาพ ถูกกาลเทศะ! แต่งกายอย่างไรถูกระเบียบเข้าเฝ้าฯ ถวายบังคมพระบรมศพ) เราออกเดินทางจากบ้านตั้งแต่ตีห้าครึ่ง มุ่งหน้าสู่สนามหลวงเช่นเดียวกับคนไทยทั้งประเทศ เพื่อไปสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในใจคิดว่าไปแต่เช้าคงได้คิวเร็ว ต่อแถวไม่น่าจะเกิน 10 โมงเช้า ก็น่าจะได้เข้าไปด้านใน

เพิ่งจะฟ้าสาง แต่คนไทยก็มาถึงสนามหลวงกันแล้ว

แต่...ผิดถนัด เมื่อมาถึงสนามหลวงในเวลาประมาณ 06.15 น. ก็เห็นผู้คนเรียงแถวยาวบนฟุตปาทรอบสนามหลวง ไม่รู้เลยว่าหางแถวอยู่ที่ไหน ขณะที่เดินหาหางแถวอยู่นั้น ก็ได้ยินพี่ป้าน้าอาพูดคุยกัน ว่ากันว่าคนที่อยู่คิวแรกๆ มาต่อแถวตั้งแต่ตีสอง ส่วนคนที่อยู่รอบนอกตอนนี้นั้น มากันตั้งแต่ตีสี่ เรานี่ถือว่ามาช้ามาก

แต่ไหนๆ ก็มาแล้ว ไม่ท้อเด็ดขาด เดินหาหางแถวจนเจอ แถวขยับไปเรื่อยๆ จนมีทางทะลุให้เดินเข้าไปในสนามหลวง คนหลายพันคนกึ่งวิ่งกึ่งเดิน กรูเข้าไปยังจุดตั้งแถวตอนเรียงสี่ แม้ว่าสนามหญ้าจะเปียกแฉะจากฝนตกเมื่อคืน ก็ไม่มีใครบ่น กว่าจะได้ยืนนิ่งๆ ก็เกือบ 7 โมงเช้า

เวลาประมาณ 06.30 น. เริ่มตั้งแถวในสนามหลวง

ระหว่างรอในแถวเริ่มมีอาสาสมัครมาแจกอาหาร มีทั้งขนมปัง แซนด์วิช น้ำเปล่า น้ำมะนาว ลองกอง กล้วยหอม มาแบบไม่ขาดสาย แล้วยังมียาดม พัด ริบบิ้นดำ มาแจกเรื่อยๆ บางระยะก็จะมีอาสาหน่วยเก็บขยะ เดินถือถุงดำมาให้เราทิ้งขยะได้สะดวกจากในแถว คนไทยน่ารักจริงๆ 

อ่านเพิ่ม : รวมความปลื้มใจ ซาบซึ้งใจ เด็กอาสาทำดี เพื่อพ่อหลวง , หัวใจจงรักภักดีนำทาง เก็บภาพพสกนิกรเข้ากราบถวายบังคม เบื้องหน้าพระบรมโกศ 

คนต่อคิวแน่นตั้งแต่ 6 โมงเช้า
คนไทยมีน้ำใจ
สายๆ แดดเริ่มออก ยังคงต่อคิวยืนแถวกลางสนามหลวง

-2-

ถือว่าโชคดีมากที่วันแรกของการเปิดให้สักการะพระบรมศพนั้น อากาศเย็นสบาย มีแดดน้อย และฝนก็ไม่ตก ทำให้ยืนเข้าแถวกันได้ชิลๆ ไม่ต้องกลัวร้อนและกลัวเปียก

ส่วนใครที่พาผู้สูงอายุมาด้วย ขอแนะนำว่าควรเตรียมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมาให้พร้อม เช่น กระดาษปูรองนั่ง เก้าอี้พับขนาดเล็ก ร่ม หรือพัดลมมือถือ สิ่งเหล่านี้ช่วยได้มาก เพราะการยืนรอหลายชั่วโมงแบบนี้ คุณตาคุณยายจะปวดเมื่อยได้ง่ายๆ ต้องหาที่นั่งพักเป็นระยะ

ถ้าจะให้ดี แนะนำให้พกเก้าอี้พับมาด้วย
ทหารหนุ่มจิตอาสา มาช่วยเก็บขยะ
ระหว่างยืน เก็บภาพนี้มา แถวยาวเหยียดมากๆ
น้องๆ อาสายุวกาชาดมาช่วยเหลือปฐมพยาบาลคนเป็นลม

พอขยับแถวมาจนถึงริมด้านนอกสนาม บริเวณฟุตปาท ซึ่งเราต้องเดินวนสนามหลวงจากฝั่งทิศเหนือ ไปยังฝั่งทิศใต้ ก่อนที่จะไปเข้าวังที่ประตูวิเศษไชยศรี ขณะที่ยืนอยู่ในแถวจะมีเจ้าหน้าที่มาฉีดพ่นละอองยาฆ่าเชื้อโรค ได้ยินว่าช่วงนี้โรคไข้หวัดใหญ่ระบาด การที่ผู้คนมารวมตัวกันหนาแน่นแบบนี้ อาจจะติดหวัดกันได้ง่าย จึงมีการป้องกันไว้ก่อน เป็นไอเดียที่แจ๋วไปเลย

ขณะที่เดินขยับไปทีละนิดทีละหน่อย ตลอดทางจะมีซุ้มอาหาร เครื่องดื่ม ยาดม โรงพยาบาลสนาม กระจายอยู่หลายจุด รับรองว่าไม่มีอด และไม่ต้องออกจากแถวไปรอรับอาหารเองนะ เพราะจะมีพี่ๆ น้องๆ ใจดี ถือมาบริการให้ถึงในแถวเลย วันแรกที่เราไป เราได้รับแจกเป็นข้าวเหนียวไก่ทอดในมื้อเช้า ข้าวผัดปูมื้อกลางวัน และผัดหมี่ในช่วงบ่ายสอง มีลูกอม น้ำเปล่า และน้ำหวาน มาแจกฟรีตลอดทาง

มีซุ้มแจกน้ำดื่ม อาหาร ฟรีหลายจุด
เจ้านี้เขาก็แจกฟรีจ้า
พี่ฝรั่งคนนี้มาช่วยแจกผ้าเย็น
ผัดหมี่แจกฟรี จากคนไทยใจดี

อย่างเดียวที่จำเป็นต้องออกจากแถวคือ 'เป็นลม' ในกรณีที่อยากเข้าห้องน้ำ ก็สามารถออกจากแถวไปเข้าสุขาเคลื่อนที่ได้ แต่ควรจดจำและสังเกตจุดที่ตัวเองยืนให้ดีว่าเดินมาถึงจุดไหนของสนามหลวง ออกจากแถวเพียงแป๊บเดียว กลับมาอาจจะหากันไม่เจอแล้วก็ได้ มีทริกคืออย่าดื่มน้ำเยอะ ค่อยๆ จิบไประหว่างยืนในแถว จะได้ไม่ปวดท้องเข้าห้องน้ำบ่อยๆ

มีเจ้าหน้าที่มาช่วยบริการประชาชน
จุดคัดกรองเครื่องแต่งกาย

-3-

ในที่สุด เวลาประมาณบ่ายสามโมง เราก็เดินมาจนถึงสนามหลวงฝั่งทิศใต้ เดินแถวออกจากฟุตปาท มาที่ริมถนนบริเวณเต็นท์สีขาว จุดนี้จะมีเจ้าหน้าที่เข้ามาจัดระเบียบแถวอีกครั้ง มีเก้าอี้วางเรียงไว้ให้นั่งรอ พอมาถึงจุดนี้ใช้เวลาไม่นานเลย แถวขยับเร็วมาก เดินตรงมาจนผ่านจุดคัดกรอง ใครที่แต่งกายไม่เหมาะสม จะไม่ได้ผ่านเข้าไป 

สักพักเราก็เดินแถวเข้าสู่ประตูวิเศษไชยศรี เข้าไปด้านในพระบรมมหาราชวัง โซนที่เป็นสนามหญ้า ตรงนี้ยืนตั้งแถวรออีกครั้ง โดยเจ้าหน้าที่วังบอกว่าบริเวณนี้ยังสามารถถ่ายรูปได้ แต่เมื่อผ่านประตูพิมานไชยศรี (ประตูชั้นในอีกหนึ่งชั้น) เข้าไปแล้ว ไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพหรือหยิบมือถือขึ้นมาเล่น

มีการจัดแถวอีกครั้งก่อนเข้าประตูวัง

จวบจนเวลา 15.30 น. แม้จะรอนานถึง 9 ชม. แต่ก็อดตื่นเต้นไม่ได้เมื่อเราได้เดินผ่านประตูชั้นใน จาก 4 แถว ยุบแถวตั้งใหม่เป็น 2 แถว แล้วเดินเข้าไปในศาลาที่มีเก้าอี้เรียงไว้ให้นั่ง นั่งรอไม่นานนัก ก็มีเจ้าหน้าที่มาเรียกให้ลุกไปถอดรองเท้า แล้วมาตั้งแถวอีกครั้งเพื่อเดินไปยังบันไดทางขึ้นพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท โดยบันไดทางขึ้นมี 2 ฝั่งซ้ายขวา

ทันทีที่ได้เข้าไปด้านในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท จะมีเจ้าหน้าที่จัดแถวเรียงหน้ากระดาน ให้เดินไปเบื้องหน้าพระบรมโกศ นั่งพับเพียบเอาปลายเท้าไว้ทางขวา เก็บปลายเท้า ประนมมือ แล้วกราบลง 1 ครั้ง ไม่แบมือ ระหว่างการประนมมือขึ้นและกราบ รอบๆ ก็มีเสียงสะอื้นไห้ดังออกมาจากรอบๆ ตัว แม้แต่เราเองที่พยายามกลั้นอารมณ์ไว้ก็ยังแอบน้ำตาซึม เป็นบุญยิ่งนักที่ครั้งหนึ่งในชีวิตได้มีโอกาศมากราบพระบรมศพพ่อหลวง

(อ่านเพิ่ม : ต้องรู้! วิธีกราบพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ)

บริเวณนี้ยังสามารถถ่ายรูปได้ ระหว่างรอเข้าประตูชั้นใน

หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ให้หันหน้าไปทางซ้าย เพื่อกราบพระบรมวงศานุวงศ์ ซึ่งในรอบที่เราได้เข้าไปนั้นได้มีโอกาศเข้าเฝ้าและกราบเบื้องหน้าทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ เป็นครั้งแรกในชีวิตอีกเช่นกัน ที่ได้เข้าเฝ้าพระบรมวงศานุวงศ์อย่างใกล้ชิดขนาดนี้

ออกมาด้านนอก มีตู้ไม้ติดกระจกตู้ใหญ่ให้ประชาชนใส่ปัจจัยร่วมทำบุญได้ตามกำลัง จากนั้นเดินออกจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท จะมีเจ้าหน้าที่มาแจกของชำร่วย ได้แก่ ยาดม พัด รูปภาพพระบรมโกศ และน้ำดื่ม ระหว่างนั้นพี่ป้าน้าอายังคงร้องไห้สะอื้นไม่หยุด ทำเอาเราร้องไห้ตาม ยิ่งได้รับถุงข้าวเปลือกเขียนคำว่า “พอเพียง” ไว้ข้างถุง ยิ่งทำให้สะกดกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ตอกย้ำให้คิดถึงพระองค์มากขึ้นอีก

ดีใจมาก ได้รับถุงข้าวพอเพียง

นาทีนั้น...เราได้แต่ประนมมือยกถุงข้าวขึ้นเหนือหัว รำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่หาที่สุดมิได้ และบอกกับตัวเองว่าดีใจเหลือเกินที่ได้เกิดมาในแผ่นดินของรัชกาลที่ 9

อ่านเพิ่ม :  INFO : ปรับเส้นทาง กราบพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้