วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยูเอ็นถวายราชสดุดี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช "กษัตริย์นักพัฒนาผู้ยิ่งใหญ่"

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงอุทิศพระวรกาย ทรงงานเพื่อความอยู่ดีกินดีของพสกนิกรชาวไทยมาตลอด 70 ปีแห่งการครองราชย์ ทรงเป็นดวงใจของคนไทยทั้งชาติ และพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่อย่างหาที่สุดมิได้นี้ มิได้เป็นที่ประจักษ์แต่เฉพาะประชาชนชาวไทยเท่านั้น แต่เป็นที่ยอมรับไปทั่ว โลก ดังที่ได้ถวายการยกย่องให้ทรงเป็น “กษัตริย์นักพัฒนาองค์สำคัญของโลก”

นับเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งชาติที่ สหประชาชาติ (ยูเอ็น) ได้จัดประชุมวาระพิเศษ ซึ่งมิได้เกิดขึ้นบ่อยครั้งนัก เพื่อทำการถวายราชสดุดีเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในการประชุมสมัชชาแห่งสหประชาชาติ ครั้งที่ 71 ที่มหานครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยเหล่าประธานภูมิภาคต่างๆทั่วโลก ทั้งยุโรปตะวันออก, ยุโรปตะวันตก, แอฟริกา, รวมทั้งสหรัฐอเมริกา และเลขาธิการสหประชาชาติได้ร่วมกล่าวราชสดุดี พร้อมยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที เพื่อถวายสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งเป็นภาพที่ประทับใจและซาบซึ้งใจยิ่งนัก

การกล่าวราชสดุดีของแต่ละคน เริ่มต้นจากนายปีเตอร์ ทอมสัน ประธานที่ประชุมสมัชชาวาระพิเศษในครั้งนี้ ตามด้วยนายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ, ประธานกลุ่มยุโรปตะวันออก, ประธานกลุ่มแอฟริกา, ประธานกลุ่มยุโรปตะวันตก, ตัวแทนจากประเทศสหรัฐอเมริกา ล้วนกินใจและร่วมเสียใจในการสูญเสียอย่างใหญ่หลวงของประเทศไทยในครั้งนี้ ซึ่งไม่ใช่เป็นการสูญเสียของคนไทยเท่านั้น แต่เป็นความสูญเสียของโลกด้วย

ในโอกาสเดียวกันนี้ “นายวีรชัย พลาศรัย” เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ก็ได้เป็นตัวแทนประชาชนคนไทย ทั้งประเทศ กล่าวขอบคุณในการถวายราชสดุดีจากตัวแทนทุกประเทศและองค์การสหประชาชาติด้วย.

นายบัน คี มูน
เลขาธิการสหประชาชาติ

“พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นที่รักของประชาชนชาวไทย และทรงเป็นที่เคารพของทั่วโลก ตนได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อครั้งที่เดินทางไปยังประเทศไทย เมื่อปี 2550 สร้างความปลาบปลื้มใจต่อตนเป็นอย่างมาก ตนชื่นชมพระองค์มายาวนาน ที่ทรงอุทิศพระองค์เพื่อปรับปรุงประเทศและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ตลอดระยะเวลาการครองราชย์ 7 ทศวรรษ พระองค์ทรงเป็นศูนย์กลางของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาความวุ่นวายทางการเมืองและความขัดแย้งทางการเมือง พระองค์ทรงสามารถคลี่คลายเหตุการณ์ได้ด้วยสันติวิธี และทรงผลักดันให้ประเทศไทยพัฒนาก้าวหน้าไปด้วยโครงการพระราชดำริ เพื่อพัฒนาประเทศชาติและประชาชน ความรู้สึกโศกเศร้าของคนไทยต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นสิ่งยืนยันถึงความเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ ที่ทรงมีต่อประชาชนทั่วทั้งประเทศ และได้รับรู้ว่า พระองค์ทรงงานตลอดพระชนม์ชีพ เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนของพระองค์ สหประชาชาติได้ทูลเกล้าฯถวายรางวัล Lifetime Achievement แด่พระองค์ เพื่อยกย่องพระอัจฉริยภาพในการพัฒนาความเป็นอยู่ของคนไทย และเป็นแนวทางการพัฒนาที่สามารถนำไปใช้ได้ทั่วโลกด้วย”.

นางซาแมนต้า เพาเวอร์
ผู้แทนถาวรสหรัฐอเมริกาประจำสหประชาชาติ

“พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ทรงอุทิศพระองค์โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เห็นได้จากการเสด็จฯไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ และทรงจัดทำโครงการพัฒนาหลากหลายโครงการ เพื่อช่วยเหลือพสกนิกรของพระองค์ ระหว่างที่เสด็จฯไปยังถิ่นทุรกันดารนั้น ทรงพบปะกับประชาชนหลากหลายอาชีพ ทั้งเกษตรกร ชาวประมง เพื่อทรงรับทราบและแก้ไขปัญหาที่เกิดกับราษฎรของพระองค์ ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่มีแนวพระ ราชดำริที่สร้างสรรค์ และทรงพระปรีชาสามารถ ทรงจดทะเบียนสิ่งประดิษฐ์ที่เป็นทรัพย์สินทางปัญญาหลากหลายรายการ ทรงริเริ่มโครงการต่างๆ โดยใช้แนวคิดวิทยาศาสตร์ ที่ล้วนแต่ทรงทำขึ้นเพื่อแก้ปัญหาให้ราษฎร อย่างโครงการแก้มลิง ซึ่งเป็นแนวคิดในพระ ราชดำริเพื่อแก้ปัญหาอุทกภัย ซึ่งประเทศไทยยังคงดำเนินตามแนวพระ ราชดำริดังกล่าวจนถึงปัจจุบัน และเป็นที่ชัดเจนว่าแนวพระราชดำริของพระองค์นั้น เหมาะสมที่จะนำมาใช้ในประเทศ ไทย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงอุทิศพระองค์โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เพราะพระองค์ทรงถือว่าพสกนิกรชาวไทย คือ ครอบครัวของพระองค์ นับเป็นความโชคดีของคนไทย และคนทั่วโลกที่ได้เรียนรู้แนวทางการดำเนินชีวิตจากพระองค์”.

“ปีเตอร์ ทอมสัน”
ประธานที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ครั้งที่ 71

“พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ทรงครองราชย์มายาวนานถึง 70 ปี ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ครองราชย์ยาวนานที่สุด ของมนุษยชาติ ทรงเป็นที่เทิดทูนของประชาชน และเป็นที่ยอมรับนับถือจากทั่วโลก ถึงความอุทิศพระองค์เพื่อประเทศชาติและประชาชน จากพระ ปฐมบรมราชโองการ “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” เป็นคำมั่นที่ทำให้พระองค์ทรงงานอย่างมิรู้เหน็ดเหนื่อยมาตลอดพระชนม์ชีพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นที่รักในฐานะ “พระมหากษัตริย์ของประชาชน” โครงการในพระราชดำริหลายพันโครงการ ล้วนนำไปสู่การอยู่ดีกินดี ทั้งเชิงเศรษฐกิจและสังคม ยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนคนไทยให้ดีขึ้น พระองค์ทรงสร้างความสงบสุข และความเป็นหนึ่งเดียว ของคนในประเทศ ความสำเร็จในการทรงงานของพระองค์ดูได้จากรางวัลต่างๆ ที่สหประชาชาติ และที่ต่างๆทูลเกล้าฯถวาย รวมทั้งรางวัล Lifetime Achievement ที่สหประชาชาติทูลเกล้าฯ ถวายในปี 2549 จากผลงานการพัฒนาดิน แหล่งน้ำ พร้อมกันนี้ ในปี 2556 ที่ประชุมสมัชชายังได้เลือกให้ “วันดินโลก” (World Soil Day) ตรงกับวันที่ 5 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระองค์อีกด้วย ในนามของที่ประชุม ตนขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งมายังประชาชนชาวไทย ต่อการสูญเสียพระมหา–กษัตริย์ ผู้ทรงเป็นศูนย์กลางด้านเสถียรภาพ และทรงเป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของโลก การสวรรคตครั้งนี้ไม่ใช่เป็นการสูญเสียของคนไทยเท่านั้น แต่เป็นความสูญเสียของโลกด้วย”.

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงอุทิศพระวรกาย ทรงงานเพื่อความอยู่ดีกินดีของพสกนิกรชาวไทยมาตลอด 70 ปีแห่งการครองราชย์ ทรงเป็นดวงใจของคนไทยทั้งชาติ 31 ต.ค. 2559 13:24 31 ต.ค. 2559 13:37 ไทยรัฐ