ข่าว
100 year

แดงบุกยึดไทยคมปะทะเดือด หมายจับอีก17

10 เม.ย. 2553 09:00 น.
SHARE

สุเทพขีดเส้นได้ตัวใน48ชม.ผบช.ก.สั่ง‘คอมมานโด’ลุย เตรียมชาร์จที่ราชประสงค์ นปช.วัดกำลังตร.-ไม่ให้จับ

ระทึก! ม็อบแดงไม่สน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เดินหน้าลุยบุกยึดสถานีรับสัญญาณดาวเทียมไทยคม  ที่ลาดหลุมแก้ว ปทุมธานี ระหว่างทางเกิดการประจันหน้ากันกับทหาร ม.พัน 1 ที่ยกขบวนเคลื่อนจะไปไทยคม ลาดหลุมแก้ว ผงะค้นรถเจออาวุธสงครามอื้อ "ณัฐวุฒิ" หวั่นถูกตลบหลังเจาะยางล้อรถทหารแบนแต๊ดแต๋ ก่อนเคลื่อนขบวนไปไทยคม   ลาดหลุมแก้ว   แต่ถูกทหารที่ควบคุมสถานีผลักดัน แต่ม็อบฮือบุกตะลุยฝ่าแนวรั้วลวดหนามจนเข้าไปได้และเกิดปะทะกัน ทหารยิงแก๊สน้ำตาใส่ม็อบไม่ดูทิศทางลม แก๊สพุ่งกลับเข้าใส่จนต้องแตกกระเจิงหนี ม็อบยึดได้สำเร็จ   ขีดเส้นตายพีเพิลแชนแนลออกอากาศใน  24  ชั่วโมง  พร้อมยึดอาวุธสงครามจากทหารส่งตำรวจเก็บไว้ ขณะเหตุการณ์ตึงเครียด ศอฉ.ประกาศแจงมาตรการสลายม็อบที่ลาดหลุมแก้ว เตือนใช้ จยย.-รถก่อหวอดผิดกฎหมาย  ออกหมายจับอีก  17  แกนนำแดง  ด้าน  "สุเทพ" ขีดเส้นตายตำรวจจับแกนนำให้ได้ภายใน   48   ชั่วโมง แดงราชประสงค์เครียดข่าวสลายม็อบ เกิดปะทะกับตำรวจที่ส่งกำลังมาประลองหยั่งเชิงหาทางบุกจับแกนนำตามคำสั่ง

สถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วม นปช.ทวีความเข้มข้นขึ้น  เมื่อม็อบแดงไม่สน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เดินหน้าเคลื่อนพลบุกสถานีดาวเทียมไทยคม  อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ทวงคืนสัญญาณการออกอากาศสถานีโทรทัศน์พีเพิลแชนแนลของคนเสื้อแดง  ที่ถูกรัฐบาลสั่งปิดจนจอมืด โดย ที่สถานีดังกล่าวมีทหารเข้าควบคุมไว้ทำให้เกิดการปะทะกันจนมีผู้บาดเจ็บหลายสิบคน  ในขณะที่เมื่อคืนวันที่ 8 เม.ย. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ออกแถลงการณ์พิเศษแจงเหตุปิดสัญญาณพีเพิลแชนแนล พร้อมกับโน้มน้าวประชาชนอย่าออกมาร่วมชุมนุมกับเสื้อแดง เพราะเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย แต่เสมือนคำประกาศของรัฐบาลไร้ผล  เนื่องจากยังมีคนเสื้อแดงเดินทางเข้าร่วมชุมนุมจำนวนมาก ขณะเดียวกัน  เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายจับ 7 แกนนำ นปช. ที่บุกรัฐสภา นอกจากนี้  ในตอนบ่ายวันที่ 9 เม.ย. ยังมีการออกหมายจับแกนนำ นปช.อีก 17 คน ที่กระทำการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

ผ่านฟ้าฯระดมคนเสริมทัพทั้งคืน


โดยก่อนหน้าการเคลื่อนพลไปยังสถานีดาวเทียมไทยคม ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง ที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศตลอดคืนวันที่ 8 เม.ย. ต่อเนื่องถึงเช้าวันที่ 9 เม.ย. "แรมโบ้อีสาน" นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ 1 ในแกนนำ นปช.ที่ถูกออกหมายจับข้อหาบุกรัฐสภา และนายขวัญชัย ไพรพนา สองแกนนำคนเสื้อแดง ได้ปลุกระดมมวลชนคนเสื้อแดงทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ให้เดินทางเข้ามาร่วมชุมนุมใหญ่ที่สะพานผ่านฟ้าฯ และแยกราชประสงค์ เป็นโล่มนุษย์คุ้มครองแกนนำ นปช. ที่อาจจะถูกบุกเข้าจู่โจมจับกุมตัวหากมีการสลายการชุมนุม ตลอดคืนมีคนเสื้อแดงจากหลายจังหวัดทยอยเดินทางเข้ามาสมทบเป็นระยะ และหลังผ่านเที่ยงคืนไปแกนนำเสื้อแดงที่เวทีสะพานผ่านฟ้าฯได้ทำเซอร์ไพรส์ร้องเพลงอวยพรวันเกิดนายสุภรณ์บนเวทีปราศรัย ขอให้รอดคุกรอดตะราง

แดงคึกคักพร้อมเคลื่อนพลสู่เป้าหมาย

กระทั่งเช้า กลุ่มคนเสื้อแดงจากทั่วสารทิศได้ทยอยเดินทางมารวมพลกับทัพใหญ่  โดยนำรถกระบะ  รถเก๋ง รถจักรยานยนต์มาตั้งหัวขบวนอยู่ที่ถนนราชดำริ หันหน้าไปยังแยกประตูน้ำ ทั้งนี้ คนเสื้อแดงส่วนใหญ่อยู่ในสภาพอ่อนเพลียจากการชุมนุมต่อเนื่องมาตลอดทั้งคืน  ตามคำสั่งของแกนนำที่ให้ร่วมกันรักษาฐานที่แยกราชประสงค์ไว้ เพราะเกรงถูกสลายการชุมนุมช่วงเช้ามืดตามที่มีข่าวลือ จากนั้นเวทีปราศรัยของ นปช.คึกคักขึ้น มีการเปิดเพลงจังหวะร้อนแรง  ปลุกเร้ามวลชนที่หลับอยู่ให้ตื่น  ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลซึ่งเกาะติดสถานการณ์การชุมนุม  รายงานว่า เวลา 07.30 น.  มีผู้ชุมนุมมารวมตัวรอคำสั่งเคลื่อนพลราว 13,000 คน

ชะลอแผนเคลื่อนทัพห่วงถูกตลบหลัง


เวลา 09.45 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการนปช. แถลงเลื่อนการเคลื่อนขบวนผู้ชุมนุม และในเวลา 10.40 น. นายณัฐวุฒิได้เริ่มเคลื่อนขบวนออกจากเวทีราชประสงค์  โดยรูปขบวนนำหน้าด้วยรถบรรทุกรูปหล่อสมเด็จ พระนเรศวรมหาราช ตามด้วยฆ้องและกลองศึก มีนายจตุพร  พรหมพันธุ์  นั่งอยู่ในรถ ตามด้วยขบวนรถมอเตอร์ไซค์นับพันคัน รถกระบะนับร้อยคันที่ต่างบีบแตรเสียงลั่นท้องถนน เคลื่อนมาตามถนนราชดำริมุ่งหน้าสี่แยกประตูน้ำผ่านดินแดง สุทธิสาร เข้าสู่ถนนวิภาวดีรังสิต ขณะที่ขบวนจากเวทีผ่านฟ้าฯ นำโดยนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ นายพายัพ ปั้นเกตุ นายนิสิต สินธุไพร ก็ได้เคลื่อน ผ่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ  ใช้เส้นทางพหลโยธินผ่านสะพานควาย  สวนจตุจักร แล้วมาสนธิกำลังกับขบวนของนายณัฐวุฒิที่ห้าแยกลาดพร้าว ขณะที่ขบวนของนายสุภรณ์ เคลื่อนผ่านย่านสะพานควาย ได้มีมือมืดปาขวดน้ำเข้าใส่ ถูกผู้ชุมนุมรายหนึ่งที่นั่งอยู่บนรถจักรยานยนต์บาดเจ็บหัวแตก เมื่อขบวนมอเตอร์ไซค์เห็นเพื่อนคนเสื้อแดงถูกทำร้าย ได้จอดรถรวมตัวกันเพื่อที่จะตอบโต้  นายพายัพที่กำลังปราศรัยอยู่บนรถเห็นเหตุการณ์จึงประกาศห้ามปราม

แดง 2 ขบวนแยกย้ายปฏิบัติภารกิจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นขบวนม็อบเสื้อแดง ทั้งสองขบวนได้เคลื่อนเข้าสู่ถนนวิภาวดีรังสิต โดยใช้ช่องจราจรขาออกเต็มทุกช่องทาง ท่ามกลางการจราจรติดขัดอย่างหนัก แล้วไปแยกกัน โดยขบวนของนายณัฐวุฒิใช้เส้นทางวิภาวดีฯ เลี้ยวซ้ายที่รังสิต เข้าถนนรังสิต-ปทุมฯ มุ่งหน้าไปยังสถานีรับสัญญาณดาวเทียมไทยคมลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ส่วนขบวนของนายสุภรณ์เลี้ยวซ้ายที่แยกบางเขนเข้าสู่ถนนงามวงศ์วาน มุ่งหน้าไปยังสถานีดาวเทียมไทยคม ถนนรัตนาธิเบศร์ อ.เมืองนนทบุรี และถึงในเวลา 12.00 น. ต่อมา พ.ต.อ.สมศักดิ์ ชัยอมรส่งเจริญ ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี นำตำรวจมาเจรจาขอเปิดช่องทางเดินรถ เนื่องจากการจราจรติดขัดอย่างหนักในเส้นทางที่มุ่งหน้าไป อ.บางบัวทอง แต่ถูกคนเสื้อแดงโห่ไล่จนตำรวจต้องล่าถอยกลับไป ขณะเดียวกันมีเฮลิคอปเตอร์ของทหารบินตรวจดูสถานการณ์รอบๆบริเวณผู้ชุมนุม เมื่อคนเสื้อแดงเห็นก็โห่ร้องแสดงความไม่พอใจ ขณะที่แกนนำขึ้นเวทีประกาศห้ามคนเสื้อแดงเข้าไปภายในอาคาร พร้อมประกาศจะปักหลักชุมนุมอยู่ที่นี่จนกว่าสถานีโทรทัศน์พีเพิลแชนแนลจะแพร่ภาพได้

ศอฉ.แจงมาตรการเบาไปหาหนัก 7 ขั้น


ขณะที่ในเวลา 12.00 น.ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์ อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) แถลงถึงประกาศ ศอฉ. ห้ามผู้ชุมนุมเข้าไปในสถานีดาวเทียมไทยคม อ.ลาด–หลุมแก้ว จ.ปทุมธานี หลังคนเสื้อแดงเดินทางไปปิดล้อมสถานที่ดังกล่าว ว่า ขณะนี้มีกลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 3,000 คน มุ่งหน้าไปที่สถานีดาวเทียมไทยคมที่ลาดหลุมแก้ว และมีโอกาสที่จะเพิ่มเติมของกลุ่มผู้ชุมนุมระหว่างทางเข้ามาอีก เพื่อเป็นการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่อย่างเข้มข้นในการดูแลรักษาสถานที่และสถานีบริการไทยคม ทหารและตำรวจมีความจำเป็นต้องควบคุมสถานการณ์ จากเบาไปหาหนัก ตามกฎการใช้กำลัง 7 ข้อ คือ 1.ชี้แจง 2.แสดงกำลัง 3.ผลักดันด้วยโล่และกระบอง 4.น้ำฉีด 5.ใช้เครื่องขยายเสียง 6.แก๊สน้ำตาชนิดขว้าง และ 7.กระสุนยาง แต่ละขั้นตอนจะชี้แจงทำความเข้าใจกับกลุ่มผู้ชุมนุมรับทราบตลอด

ล้อมเจาะยางรถทหารหวั่นโดนตลบหลัง

เวลา 13.10 น. ขบวนม็อบเสื้อแดงของนายณัฐวุฒิหยุดชะงักอยู่ที่หน้าบริษัทเรืองอุทัยอุตสาหกรรมไม้ ถนนปทุมธานี-ลาดหลุมแก้ว เนื่องจากกองทัพจักรยานยนต์ และรถยนต์ที่นำมาเป็นทัพหน้า พบกับรถของทหารสังกัด ม.พัน. 19 ราว 1 กองพัน ซึ่งมีทั้งรถบัส รถยีเอ็มซี รถฮัมวี่และรถหุ้มเกราะนับสิบคัน บรรทุกทหารปราบจลาจลนับร้อยนาย มุ่งหน้าไปยังสถานีดาวเทียมไทยคมลาดหลุมแก้ว เพื่อเสริมกำลังกับทหารที่ประจำการอยู่ก่อนหน้านี้ ขบวนรถจักรยานยนต์ม็อบแดงได้เข้าขวางขบวนรถทั้งหมด ขณะที่ทหารทั้งหมดไม่ได้ตอบโต้ แต่ทำให้ขบวนที่ตามหลังมาไม่สามารถเคลื่อนต่อไปได้ นายณัฐวุฒิ จึงประกาศว่า ทหารทั้งหมดที่จะไปที่ไทยคม หากปล่อยให้เคลื่อนต่อไป อาจตลบหลังคนเสื้อแดงได้ จึงขอยึดกุญแจรถทหารทั้งหมด แต่ผู้บังคับหน่วยทหารไม่ยอม นายณัฐวุฒิจึงให้การ์ด นปช.ยกมือไหว้ทหาร ก่อนทำการเจาะยางล้อหน้ารถทหารทีละคัน โดยมีทหารในรถนั่งดูอยู่ บนรถอย่างนิ่งเฉย ซ้ำบางนายยังยิ้มแล้วส่งภาษาอีสานให้ม็อบแดงด้วย

ผงะค้นรถเจออาวุธสงครามอื้อ

ระหว่างการปิดล้อมนั้น ได้มีขบวนรถทหารอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งมีทั้งรถกระบะ รถตู้ และรถยีเอ็มซี ได้ขับหลบหนีม็อบแดงเข้าไปซอยด้านข้างบริษัทเรืองอุทัยอุตสาหกรรมไม้ ส่งผลให้คนเสื้อแดงจำนวนหนึ่งวิ่งกรูเข้าไปควบคุมเอาไว้ เมื่อคนเสื้อแดงเข้าไปสังเกตการณ์ในรถแล้ว ปรากฏว่าได้พบกับอาวุธหลายชนิดจึงแจ้งให้นายณัฐวุฒิทราบ จากนั้นก็ส่งการ์ด นปช.มาปิดล้อมรถทหารเอาไว้ พร้อมเข้าค้นรถกระบะคันหนึ่งที่คาดว่าจะขนอาวุธสงครามมาด้วย ระหว่างนั้นการ์ดเสื้อแดงกระชากคอทหาร ที่กันนายณัฐวุฒิไม่ให้เข้าใกล้รถจนเกิดเหตุชุลมุนขึ้นเล็กน้อย นายณัฐวุฒิได้ต่อรองกับ พ.อ.วินัย ฉ้งทับ ผู้บังคับหน่วยที่ควบคุมทหารมาว่า จะไม่ยึดอาวุธในรถทหาร แต่จะขอให้นำออกมาแสดงโชว์ให้สื่อมวลชนที่ติดตามมาด้วยบันทึกภาพแทน หลังต่อรองอยู่นานกว่า 15 นาที ท่ามกลางบรรยากาศอันตึงเครียด ในที่สุด ผบ.หน่วยดังกล่าว ก็ยอมแสดงอาวุธสงครามทั้งหมดออกมา ปรากฏว่าบนรถกระบะมีอาวุธปืนเอ็ม 16 บรรจุกระสุนพร้อมใช้หลายกระบอก ส่วนรถตู้อีกคันก็มีปืนลูกซองและปืนยาวยิงระยะไกล หรือสไนเปอร์ อย่างไรก็ตามหลังให้ทหารโชว์อาวุธแล้ว ต่างฝ่ายก็ขอโทษขอโพยกัน แล้วมุ่งหน้าต่อไปยังสถานีลาดหลุมแก้ว

ยื่นคำขาดให้ทหารออกไปโดยเร็ว


ขบวนคนเสื้อแดงของนายณัฐวุฒิ มาถึงสถานีดาวเทียมไทยคมลาดหลุมแก้วเมื่อเวลา 14.10 น. สมทบกับกลุ่มคนเสื้อแดงอีกกลุ่ม ที่มาปิดล้อมสถานีไว้ก่อนแล้วแม้ทหารควบคุมฝูงชน จาก ปตอ.พัน 5 และ ม.พัน 9 จะนำรั้วลวดหนามมากั้นไว้ไม่ให้เข้า ทั้งนี้ ทหารได้พยายามประกาศห้ามกลุ่มคนเสื้อแดงว่า อย่าตัดหรือรื้อรั้วลวดหนาม เข้ามาภายในสถานี ขณะที่นายจตุพรได้ประกาศยื่นคำขาด ให้กำลังทหารทั้งหมดถอนตัวออกจากสถานีแห่งนี้ ภายใน 30 นาที ระหว่างนั้นบรรดาแกนนำเสื้อแดง ต่างสลับสับ เปลี่ยนกันปราศรัยปลุกเร้าให้คนเสื้อแดงฮึกเหิมตลอดเวลา เพื่อให้บุกเข้าไปขับไล่ทหารออกมา ซึ่งผู้ชุมนุมบางคนได้ลงทุนว่ายน้ำเข้าไปยังบริเวณที่ทหารตั้งแถวตรึงกำลังอยู่ เมื่อเห็นว่าไม่สามารถเข้าทางประตูได้

ดันกันไปดันกันมาจนปะทะกัน


จนเวลา 14.40 น. เหตุการณ์เริ่มตึงเครียดขึ้นจนถึงจุดปะทะกัน หลังถึงเส้นตายที่แกนนำ นปช.ประกาศให้ทหารถอนกำลังออกไป เมื่อกลุ่มคนเสื้อแดงพากันกรูเข้ารื้อรั้วลวดหนามและปาก้อนดิน ก้อนอิฐ รวมทั้งท่อนไม้ ขวดน้ำ จำนวนมาก ขับไล่ทหารให้พ้นจากแนวรั้วด้านข้างสถานีและเกิดการเผชิญหน้ากัน จนทหารต้องถอยร่นเข้ามาในบริเวณรั้วชั้นใน ขณะที่ประตูด้านหน้าทางเข้าสถานี กลุ่มคนเสื้อแดงได้ฮือพังแนวรั้วลวดหนามและรั้วทางเข้าสถานีเข้ามา กดดันจนทหารต้องล่าถอยและเกิดปะทะกันเล็กน้อยกับคนเสื้อแดง  ระหว่างนั้นได้มีผู้ชุมนุมใช้ท่อนไม้เข้ารุมทุบตีทหารพลขับ ที่ติดอยู่ในรถบรรทุกทหาร ที่จอดอยู่ในสนามหญ้าหน้าอาคาร ด้วยความโกรธแค้น ก่อนนำตัวทหารพลขับนายดังกล่าวส่งให้แกนนำ นปช. ดำเนินการควบคุมต่อไป ขณะเดียวกัน กลุ่มคนเสื้อแดงที่สถานีดาวเทียมไทยคมนนทบุรี ทราบว่ามีเหตุปะทะกันที่สถานีดาวเทียมไทยคมลาดหลุมแก้ว ก็พากันเคลื่อนพลออก มาสมทบรวมกว่า 3 พันคน

ลมพัดหวนแก๊สน้ำตาพุ่งใส่ทหาร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อฝ่ายทหารเห็นว่าขั้นตอนปฏิบัติในการผลักดันผู้ชุมนุมถอยออกจากสถานีฯไม่ได้ผล จึงเริ่มมีการใช้แก๊สน้ำตาเข้าสลายการชุมนุม แต่ปรากฏว่าเมื่อทหารขว้างแก๊สน้ำตาเข้าใส่ผู้ชุมนุมโดยไม่ดูทิศทางลม ทำให้ควันแก๊สน้ำตาฟุ้งกระจายลอยกลับเข้าหาแนวทหาร จนต้องแตกกระเจิงถอยร่นมายังบริเวณด้านหลังสถานีรับสัญญาณฯ ส่งผลให้กลุ่มผู้ชุมนุมซึ่งมีความโกรธแค้นที่ทหารใช้แก๊สน้ำตา จึงรุกไล่ทหารอย่างหนัก พร้อมส่งเสียงโห่ร้องก่อนเข้ายึดอาวุธของทหาร อาทิ ปืนเอ็ม 16 จำนวน 29 กระบอก ปืนลูกซอง จำนวน 23 กระบอก และแก๊สน้ำตากว่า 100 ลูก ลำเลียงออกไปไว้ ด้านนอกสถานีฯ หลังจากเกิดปะทะกันนานกว่า 20 นาที เหตุการณ์จึงคลี่คลายและสงบลง จากนั้นขบวนรถของนายจตุพรและบรรดาแกนนำ นปช.คนอื่นๆ ได้เคลื่อนตัวเข้ามาในสถานีฯได้สำเร็จ และประกาศให้ผู้ชุมนุมยุติการปะทะกับทหาร พร้อมกับขอให้ผู้มีอำนาจของฝ่ายทหารออกมาเจรจาและให้ทหารถอนกำลังออกไปจากสถานีฯ รวมทั้งให้ยุติการปล่อยสัญญาณรบกวนสัญญาณพีทีวี

ศอฉ.ประกาศหมายจับอีก 17 แดง

ขณะที่สถานการณ์ที่สถานีดาวเทียมไทยคมลาดหลุมแก้วกำลังตึงเครียด ท่ามกลางความระทึกขวัญของคนทั้งประเทศที่หวั่นว่าเหตุการณ์จะรุนแรงขึ้น ในเวลา 15.00 น. พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาท รรท.ผบก.ป. ชี้แจง ผ่านรายการโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ ถึงการประกาศจากศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เกี่ยวกับบัญชีรายชื่อผู้ถูกออกหมายจับตาม พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน  พ.ศ.2548   โดยออกหมาย   ณ วันที่ 8 เม.ย. 2553 ตามข้อกล่าวหาเป็นผู้ต้องสงสัยตาม พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ตามมาตรา 11 (1) จำนวน 17 คน ประกอบด้วย 1. นพ. เหวง โตจิราการ 2. นางดารุณี กฤตบุญญาลัย 3. นายจรัญ ดิษฐาอภิชัย 4. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ 5. นายนิสิต สินธุไพร 6. นายวีระ มุสิกพงศ์ 7. นายก่อแก้ว พิกุลทอง 8. นายขวัญชัย สาราคำ/ไพรพนา 9. นายชินวัฒน์ หาบุญพาด 10. นายวิภูแถลง พัฒนภูไท 11. นายอดิศร เพียงเกษ 12. นายวรพล พรหมิกบุตร 13. พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ 14. นายสำเริง ประจำเรือ 15. นายวิสา คัญทัพ 16. นางไพจิตร อักษรณรงค์ 17. พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล

"สุภรณ์" ปักหลักเฝ้าไทยคมแคราย

ส่วนที่สถานีดาวเทียมไทยคม ถนนรัตนาธิเบศร์ อ.เมืองนนทบุรี นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ แกนนำเสื้อแดง กล่าวว่า ทราบข่าวว่ารัฐบาลสั่งให้ทหารพร้อมอาวุธบุกเข้าไปจี้พนักงานสถานีดาวเทียมไทยคมลาดหลุมแก้ว บังคับให้ ตัดสัญญาณพีทีวี ขณะนี้แกนนำกำลังรอว่ารัฐจะเชื่อมสัญญาณพีทีวีได้ก่อน 4 โมงเย็นหรือไม่ หากไม่ปฏิบัติตาม กลุ่มคนเสื้อแดงจะบุกเข้ายึดศาลากลางจังหวัดนนทบุรี และจะยึดสถานีดาวเทียมไทยคมแห่งนี้ ซึ่งเป็นสถานที่ แพร่สัญญาณของทีวีทุกช่อง และจะปิดสัญญาณไม่ให้ทีวีทุกช่องแพร่ภาพได้ พร้อมกันนี้ นายสุภรณ์ได้เรียกร้องให้คนเสื้อแดงปิดล้อมและตรึงกำลังไว้ที่สถานีแห่งนี้ เพราะ เกรงว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง จะใช้ยุทธวิธีตีข้าศึกตลบหลัง

การ์ด นปช.บุกยึดอาวุธสงครามทหาร

เวลา 15.30 น. หลังสามารถยึดสถานีดาวเทียมไทยคมลาดหลุมแก้วได้เป็นผลสำเร็จ กลุ่มคนเสื้อแดง ได้เข้ามารวมตัวกันอยู่ภายในสถานี โดยกระจัดกระจายกันอยู่รอบอาคารและสนามหญ้า ก่อนไล่ต้อนทหารให้เข้าไปด้านหลังอาคาร จากนั้นการ์ดคนเสื้อแดงเข้ายึดอาวุธปืนลูกซองเดี่ยว จำนวน 30 กระบอก พร้อมกระสุน นอกจากนี้ ยังมีอาวุธสงครามปืนเอ็ม 16 และปืนเอชเคกว่า 30 กระบอก แก๊สน้ำตาชนิดขว้างจำนวน 60 ลูก เครื่องกระสุนปืนเอ็ม 16 กว่า 500 นัด อาวุธทั้งหมดถูกการ์ดลำเลียงนำมากองวางไว้ที่ด้านข้างของอาคารเพื่อจัดทำบัญชี และให้ สื่อมวลชนบันทึกภาพ หลังจากนั้นเวลา 16.00 น. แกนนำเข้าหารือกับ พล.ต.ท.กฤษดา พันธุ์คงชื่น ผบช.ภ.1 และ พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รอง ผบช.ภ.1 ที่ห้องอาหารของสถานีดาวเทียมไทยคม เพื่อยื่นข้อเสนอให้เจ้าหน้าที่ ดำเนินการเชื่อมต่อสัญญาณของโทรทัศน์พีเพิลแชนแนลตามเดิม

ส่งทีมโอบีแดงเชื่อมสัญญาณไทยคม


เวลา 16.45 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ พร้อมนายจตุพร พรหมพันธุ์ ร่วมกันแถลงหลังยึดสถานีดาวเทียมไทยคมได้สำเร็จ โดยนายณัฐวุฒิกล่าวว่า การเจรจากับ ตำรวจและสถานีไทยคมครั้งนี้ นปช.มีข้อเรียกร้อง 2 ข้อ คือ 1. ต้องต่อสัญญาณภาพและเสียงของช่องพีเพิลแชนแนลให้ออกอากาศได้ตามปกติ 2. เมื่อต่อสัญญาณได้ตามปกติแล้ว นปช.จะให้เจ้าหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยของสถานีไทยคม ในการถ่ายทอดสัญญาณร่วมกับตำรวจและเจ้าหน้าที่ไทยคม จากนั้นจะถอนกำลังกลับไปเวทีราชประสงค์ และสะพานผ่านฟ้าฯทันที สำหรับอาวุธสงคราม ระเบิด เครื่องกระสุน ที่ยึดจากทหารได้นั้นจะส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปดำเนินการ พร้อมกันนี้จะแจ้งความเอาผิดกับนายทหารที่ควบคุมกำลังพล และปล่อยปละ ละเลยให้มีการนำอาวุธสงครามมาทำร้ายประชาชน

ขีดเส้นตายพีเพิลออกอากาศใน 24 ชม.

นายณัฐวุฒิกล่าวด้วยว่า การเชื่อมต่อสัญญาณของพีเพิลแชนแนลครั้งนี้จะใช้รถโอบีของกลุ่ม นปช.มาอัพลิงค์สัญญาณ ก่อนที่จะยิงขึ้นสู่ดาวเทียมไทยคม เพื่อออกอากาศตามปกติ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง ส่วนสัญญาณภาพของพีเพิลแชนแนลคาดว่าสามารถถ่ายทอดได้ตามปกติภายใน 24 ชั่วโมง คาดว่าในช่วงเย็นของวันที่ 10 เม.ย. จะแพร่ภาพได้ตามปกติ ทั้งนี้แกนนำ นปช.จะมีการประเมินสถานการณ์ตลอดว่า เมื่อมีการเจรจาและต่อสัญญาณแล้ว แต่หากคนเสื้อแดงกลับไปแล้วมีการตัดสัญญาณอีกครั้ง ก็คงไม่ต้องพูดอะไรกันอีก

ขู่แจ้งจับอภิสิทธิ์สั่งทหารปราบม็อบ

"การที่ทหารนำกำลังพร้อมอาวุธสงครามมาปราบปรามประชาชน นายอภิสิทธิ์ต้องมีส่วนรับผิดชอบ เพราะเป็นผู้บังคับบัญชาของทหาร แต่กลับใช้อำนาจเผด็จการทหารมาทำร้ายประชาชน ทั้งที่กลุ่มคนเสื้อแดงประกาศมาตลอดว่าจะต่อสู้ด้วยสันติอหิงสาปราศจากอาวุธ แกนนำ นปช.จึงเตรียมไปแจ้งความเอาผิดกับนายอภิสิทธิ์ด้วย ระหว่างที่มีการรอสัญญาณพีเพิลแชนแนลออกอากาศได้ ตามปกติ ถ้ารัฐบาลนำทหารเข้ามาล้อมปราบคนเสื้อแดงอีก กลุ่มคนเสื้อแดงก็จะไม่มีการเจรจาและพร้อมที่จะสู้ ยิบตาอยู่ที่นี่ ไม่หนีไปไหนทั้งสิ้น สาธารณชนจะได้รับรู้ว่ารัฐบาลไม่มีความจริงใจดูแลความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ส่วนกรณีที่ศาลออกหมายศาลจับกุมแกนนำทั้ง 17 คน คงต้องหารืออีกครั้ง แต่ยืนยันไม่หนีไปไหนแน่นอน

ประกาศชัยดึงมวลชนถอนทัพกลับ


เวลา 17.11 น. นายจตุพร และนายณัฐวุฒิ ได้ส่งมอบอาวุธสงคราม ระเบิด และเครื่องกระสุนทั้งหมด ให้ พล.ต.ท. กฤษดา พันธุ์คงชื่น ผบช.ภ.1 เป็นผู้รับไว้ จากนั้นได้ประกาศ ต่อผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงที่ยังอยู่ภายในบริเวณสถานีดาวเทียมไทยคมว่า ภารกิจวันนี้ของเราสิ้นสุดแล้ว ให้ถอนกำลังทั้งหมดกลับไปที่ราชประสงค์ทันที ทั้งนี้หลังม็อบแดงถอนกำลังกลับแล้ว ทหารที่แอบไปหลบอยู่หลังสถานีดาวเทียมก็เริ่มทยอยเดินออกมาขึ้นรถกลับกรมกอง บางรายยังแอบโบกไม้โบกมือให้ผู้ชุมนุมด้วย

"สุเทพ" ส่งกำลังคุมไทยคม

ขณะที่ในเวลา 13.15 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะ ผอ.ศอฉ. พร้อมด้วยนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) ถึงความคืบหน้าการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงที่เคลื่อนขบวนไปกดดันให้เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ออกนอกพื้นที่สถานีดาวเทียมไทยคม โดยนายสุเทพกล่าวว่า เนื่องจากว่าสถานีดาวเทียมไทยคมเป็นผู้เชื่อมต่อสัญญาณส่งดาวเทียม ทำให้สถานีพีทีวีสามารถแพร่ภาพเสียง ยุยง ปลุกปั่น ประชาชนเกินข้อเท็จจริง เป็นเหตุให้ เกิดอันตรายต่อความมั่นคงของบ้านเมือง ศอฉ.จึงมีคำสั่งให้กำลังของเจ้าหน้าที่เข้าไปควบคุมสถานีและระงับยับยั้งไม่ให้มีการส่งสัญญาณของสถานีของพีทีวี การดำเนินการเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดไว้ทั้งสิ้น ตนโทร.ไปหา ผอ. สถานีดาวเทียมไทยคม ว่าให้เห็นแก่ประเทศชาติและบ้านเมือง จึงให้ดำเนินการระงับการส่งสัญญาณของสถานีพีทีวี ซึ่ง ผอ. สถานีดาวเทียมไทยคมก็ดำเนินการตาม

อ้างปิดพีทีวีม็อบแดงปลุกไม่ขึ้น


"ผมได้สั่งการผ่านไปทางกระทรวงไอซีที ให้ไปบอกและสั่งการให้ดูเรื่องข้อสัญญากับสถานีพีทีวีที่ได้ทำไว้กับกระทรวงไอซีที บริษัทดังกล่าวกระทำผิดในข้อ 43 ในกรณีที่ปล่อยให้มีการส่งสัญญาณ และเป็นผลเสียหายกระทบกระเทือนต่อความมั่นคง  เป็นการผิดสัญญาที่ให้ไว้ ขอให้กระทรวงไอซีทีไปดำเนินการ กระทรวงไอซีทีไม่ สามารถตอบมาได้ในเวลาที่ ศอฉ. ต้องการ แต่ก็ได้ดำเนินการตามขั้นตอน แต่สถานีดาวเทียมไทยคมยังให้ส่งสัญญาณของสถานีพีทีวีอยู่ ศอฉ.จึงจำเป็นจะต้องส่งกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปควบคุมระงับยับยั้งการส่งสัญญาณของสถานีพีทีวี ตาม  พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่ได้อนุญาตเอาไว้ เราสามารถหยุดการแพร่ภาพและเสียงของสถานีแห่งนี้ไว้ได้ ทำให้สถานการณ์วันนี้เย็นลงตามลำดับ  สิ่งที่กลุ่มคนเสื้อแดงทำให้คนทั้งประเทศลุกฮือ  ไม่เป็นจริงต่อไป แต่อาจทำให้กลุ่มคนเสื้อแดงตัดสินใจยกกำลังไปกดดันเป็นจำนวนมากที่จะไปยึดสถานีไทยคมคืนจากกำลังเจ้าหน้าที่ของรัฐ ผมอยากกราบเรียนประชาชนและสื่อมวลชนให้สบายใจได้ว่า เจ้าหน้าที่รัฐไม่ยอมให้เหตุการณ์ แบบนี้เกิดขึ้นได้ เพราะสถานีพีทีวี เป็นสถานีอันตรายต่อความมั่นคง" นายสุเทพกล่าว

ส่งทหาร-ตร. 4 พันรับทัพแดง

นายสุเทพกล่าวอีกว่า นายกรัฐมนตรีพยายามหลีกเลี่ยงการปะทะ แต่ถ้ากลุ่มคนเสื้อแดงที่นิยมความรุนแรงและเข้าไปบุกโจมตีฝ่ายเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่จะต้องป้องกันตัวและสถานที่ ทั้งนี้ กำลังที่มีอยู่ประมาณ 4,000 นาย เชื่อว่าจะสามารถดูแลรับมือกับกลุ่มผู้ชุมนุมประมาณ 10,000-12,000 คน แกนนำที่นำกลุ่มผู้ชุมนุมไปที่ลาดหลุมแก้ว ไม่ว่าจะเป็นนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ถ้าเป็นบุคคลที่มีชื่ออยู่ในหมายจับ ถ้าเจ้าหน้าที่จับได้ก็จะจับเลย ส่วนกรณีนายจตุพรนั้น หากมีความผิดซึ่งหน้าก็สามารถจับได้ แต่จะไปขอหมาย ไม่ได้ เนื่องจากได้เอกสิทธิ์คุ้มครองของสภา

ยัน ตร.-ทหารร่วมมือ ศอฉ.


เมื่อถามว่า สถานีดาวเทียมไทยคมเป็นจุดที่อ่อนไหวเนื่องจากมีดาวเทียม หากเกิดเหตุร้ายจะส่งผลกระทบอีกมากมาย นายสุเทพตอบว่า เราถึงจะต้องรักษาอย่างเข้มข้น ไม่ให้เข้าไปเด็ดขาด ทั้งนี้ ไม่ทราบว่ากลุ่มคนเสื้อแดงจะเคลื่อนไหวเข้าไปทำอะไรอย่างไรบ้าง แต่ทั้งหมดถือว่าผิดกฎหมายทั้งนั้น และกลุ่มคนเสื้อแดงมีวัตถุประสงค์ แอบแฝงอยู่ในใจ พยายามยั่วยุเพื่อให้เกิดความรุนแรง เจ้าหน้าที่พยายามหลีกเลี่ยงมากที่สุด เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีได้ขอให้ยึดคืนพื้นที่บริเวณราชประสงค์ เพราะเกรงว่าในช่วงสุดสัปดาห์จะมีคนเดินทางเข้ามาร่วมอีกเป็นไปได้หรือไม่ นายสุเทพตอบว่า  นายกรัฐมนตรีมีบัญชามาที่ตนแล้ว  ให้พยายามเอาพื้นที่คืนมา เพื่อให้ ประชาชนคน กทม.ใช้พื้นที่ได้สะดวกมากยิ่งขึ้น  ตนจะพยายามทำตามสถานการณ์ที่จะเอื้ออำนวย เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีสั่งการให้เอาคืนพื้นที่ราชประสงค์และสะพานผ่านฟ้าฯโดยเร็ว แต่ไม่มีการปฏิบัติ เป็นเพราะตำรวจและทหารไม่ทำตามหรือไม่ นายสุเทพตอบว่า เป็นเรื่องที่เข้าใจผิดมาก เพียงแต่ตนทำตามความจำเป็นของสถานการณ์ ยืนยันว่าการทำงานของตำรวจและทหาร ขณะนี้ให้ความร่วมมือกับ ศอฉ.ล้านเปอร์เซ็นต์

อ้าง "ฮุน เซน" ไม่ให้ใช้ดาวเทียมเขมร

ต่อข้อถามว่า สถานีพีทีวียังคงไปขอความร่วมมือ จากดาวเทียมต่างประเทศ ในการส่งสัญญาณเข้ามาจะสามารถดูแลได้หรือไม่ นายสุเทพตอบว่า ต้องดูแลได้ ทั้งหมด รวมทั้งกรณีที่มีข่าวว่าสถานีทีวีเคของกัมพูชาก็ไม่มีปัญหา สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้บอกกับนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ แล้วว่า สมเด็จฮุน เซน ไม่อนุญาตเด็ดขาด และขณะนี้ก็ไม่ได้มีการแพร่ภาพ หรือหากจะใช้สถานีอื่นๆ เช่น วอยซ์ทีวี ก็คงดำเนินการไม่ได้ สำหรับเคเบิลทีวีท้องถิ่นที่มีการเกี่ยวสัญญาณแพร่ภาพจากสถานีพีทีวีนั้น ได้ทำหนังสือขอความร่วมมือไปแล้วว่าไม่ให้ดำเนินการ

ไม่ตอบฟ้อง "ตู่" ปูดสัมพันธ์ลับ

ผู้สื่อข่าวถามถึงการปราศรัยของนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง กล่าวพาดพิงถึงเรื่องส่วนตัวที่มีความสัมพันธ์กับบุคคลที่ใช้ชื่อว่า "นางดารา" จะมีการฟ้องร้องดำเนินคดีหรือไม่ นายสุเทพตอบว่า ไม่อยาก ไปยุ่งกับมัน พวกนี้มันไม่สบาย เรื่องไร้สาระ ตนยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย เอาเรื่องใหญ่ๆก่อน เรื่องนี้มันจิ๊บจ๊อย พร้อมกับหัวเราะ เมื่อถามย้ำว่า เรื่องนี้มีมูลที่จะต้องตอบโต้กลับไปหรือไม่ นายสุเทพตอบว่า ไม่มี ไม่ได้รู้จักเขาเลย ข่าวที่ออกมาไม่ได้ทำให้เกิดปัญหากระทบกระเทือนความรู้สึกของคนที่บ้าน ไม่ต้องเคลียร์อะไร เมื่อถามอีกว่า คนที่บ้าน มีความหนักแน่นและมั่นใจในตัวท่านใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวพร้อมกับหัวเราะว่า "เขารู้จักผมมากที่สุด ตอนนี้เอาเรื่องบ้านเมืองก่อน ก่อนจะเอาเรื่องบ้าๆบอๆแบบนี้"

"สาทิตย์" เมินคู่สัญญาไทยคมฟ้อง

ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีที่มีข่าวว่าบริษัทต่างประเทศที่เช่าช่องสัญญาณ ดาวเทียมไทยคมช่องเดียวกับพีทีวี ซึ่งได้รับผลกระทบในการที่รัฐบาลปิดพีทีวี จะดำเนินการฟ้องเรียกค่าเสียหายว่า เรื่องการฟ้องร้องนั้นเป็นหน้าที่ของไทยคมที่จะทำหน้าที่ชี้แจงต่อบริษัทที่เช่าสัญญา ที่ผ่านมาสถานีดาวเทียมไทยคมคุยไม่ง่ายเลย เพราะต้องรักษาผลประโยชน์ของตัวเอง แต่ในที่สุดได้มีการพูดคุยชี้แจงว่าเป็นเรื่องความมั่นคง และทำหนังสือไปจาก ศอฉ.ถึงชินคอร์ป เมื่อถามว่า เขาแค่รักษาผลประโยชน์ของตัวเอง หรือพยายามช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ นายสาทิตย์ ตอบว่า เป็นหน้าที่ที่ไทยคมต้องตอบคนไทย ดาวเทียมดวงนี้เป็นของประเทศไทย เป็นของคนไทย ต้องรักษาความมั่นคงของประเทศไทย ตอนนี้ยังไม่ไปถึงเรื่องการยกเลิกสัญญา ที่มันมีขั้นตอนตามข้อสัญญา เป้าประสงค์ ตอนนี้ ไทยคมควรคำนึงถึงผลประโยชน์ประเทศชาติในฐานะคู่สัญญาและเป็นคนไทย

สั่งเคเบิลทีวีห้ามเกี่ยวสัญญาณพีทีวี

นายสาทิตย์กล่าวด้วยว่า เมื่อวันที่ 9 เม.ย. ได้ส่งหนังสือไปยังนายกสมาคมผู้ประกอบการเคเบิลทีวีและกิจการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก ขอให้ระงับการแพร่ภาพกระจายเสียงแล้ว โดยอาศัยอำนาจจากการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง รวมถึงผู้ประกอบการระบบอินเตอร์เน็ตด้วย โดยขอให้ดำเนินการอย่างเคร่งครัด เหตุเพราะพีทีวีมีการบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร ยั่วยุ ปลุกปั่น อันก่อให้เกิดการกระทำที่นำไปสู่เหตุการณ์ร้ายแรง โดยระบบสัญญาณผ่านดาวเทียม ระบบอินเตอร์เน็ต และระบบอื่นๆ ผ่านกิจการเคเบิลทีวีและโทรทัศน์แบบบอกรับสัญญา ส่วนกรณีที่พีทีวีสามารถเผยแพร่ภาพได้ในช่วงก่อนเที่ยงวันที่ 9 เม.ย.นั้น เบื้องต้นทราบว่าใช้สัญญาณดาวเทียมเทวสตาร์ 10 เอฟสตาร์ 2 จากฮ่องกง

ศอฉ.ตามผลหลังใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

ในส่วน ศอฉ.นั้น ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์ม็อบแดงบุกสถานีดาวเทียมไทยคมลาดหลุมแก้ว และที่รัตนาธิเบศร์นั้น เวลา 08.00 น. วันเดียวกัน ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) โดยมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะ ผอ.ศอฉ. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ภายหลังการประชุม พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ.แถลงว่า ความคืบหน้าการดำเนินการตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินใน 4 ประการ คือ 1. การหยุดข้อมูลการบิดเบือนข้อเท็จจริง เรื่องนี้ได้พยายามดำเนินการกับสถานีพีเพิลแชนแนล วิทยุในเครือข่าย แต่ปรากฏว่าพีเพิลแชนแนลบางส่วน พยายามที่จะออกอากาศ 2. การก่อวินาศกรรม เมื่อเช้าที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ชุดตรวจทหาร ตำรวจ ที่ประจำหลังห้างเซ็นเตอร์วัน จับกุมนายนัฐกรณ์ คดขวาน้อย ภูมิลำเนา กทม. และนายพิทยา แขนอุดร ภูมิลำเนา จ.เพชรบูรณ์ การ์ด นปช. ขณะขี่รถ จยย.ไม่ติดแผ่นป้าย ทะเบียน ติดตามชุดลาดตระเวนของทหาร ทั้งสองคนพกมีด 4 เล่ม วิทยุสื่อสาร 3 เครื่อง กล้องบันทึกภาพ สนับมือ กระบองพลาสติก ระเบิดขวด 6 ลูก เครื่องช็อตไฟฟ้า เสื้อเกราะ ส่งตัวให้ตำรวจ สน.พญาไท ดำเนินคดี

โวยอดผู้ชุมนุมลดเหลือ 1.5 หมื่น

พ.อ.สรรเสริญ กล่าวต่อไปว่า 3. การคืนพื้นที่สาธารณะ ให้ประชาชน เราพยายามดำเนินการโดยใช้วิธีกดดัน ส่วนอีก 2 พื้นที่จะป้องกันไม่ไห้มีการชุมนุมคือสวนลุมพินี แต่ยังมีผู้ชุมนุมเข้าไปพักบริเวณดังกล่าว 4. การจับกุมแกนนำที่มีหมายจับ 7 คน เป็นหน้าที่ของตำรวจ ทหาร ในฐานะเจ้าพนักงาน ถ้าเจอที่ไหนก็ต้องจับกุม ส่วนการเคลื่อนขบวนของ นปช.วันนี้ ยอมรับว่าการตั้งจุดสกัดได้ผลน้อย แต่ยังสามารถทำให้จำนวนผู้ชุมนุมในพื้นที่แยกราชประสงค์และผ่านฟ้าลดลงกว่าทุกคืน โดยเมื่อคืนที่ผ่านมามีเพียง 1.2 หมื่นคน ที่ผ่านฟ้ามี 5 พันคน จากการตรวจสอบเมื่อเช้านี้พบว่ามีผู้ชุมนุมทั้ง 2 พื้นที่ 1.5 หมื่นคน อยู่ในแยกราชประสงค์ 9 พันคน และผ่านฟ้า 6 พันคน มาตรการของ ศอฉ. คือ เพิ่มกำลังตำรวจทหารในจุดตรวจ ป้องกันไม่ให้มีการนำรถจักรยานยนต์ หรือพาหนะใดไปป่วนเมือง หากจับได้ในพื้นที่ก็จะดำเนินการ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งตำรวจ ทหาร มั่นใจว่าเมื่อเพิ่มเติมกำลังจะสามารถทำงานได้ประสิทธิภาพ

เตือนใช้ จยย.–รถก่อหวอดผิด ก.ม.

พ.อ.สรรเสริญกล่าวว่า เมื่อเวลา 02.00 น. ศอฉ.ได้ออกประกาศเพิ่มเติม เรื่องห้ามใช้รถจักรยานยนต์ ยานพาหนะใดๆมาก่อให้เกิดความไม่สงบ หรือยุยงสร้างความปั่นป่วน ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ หรือการดำเนินชีวิตตามปกติของประชาชน หากฝ่าฝืนมีโทษตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทั้งนี้ ในวันที่ 9 เม.ย. ศอฉ.จะเชิญผู้ประกอบการ รถแท็กซี่ หัวหน้าวินมอเตอร์ไซค์ มาชี้แจงทำความเข้าใจว่า กฎหมายและข้อประกาศของ ศอฉ. มีผลผูกพันต่อผู้ประกอบการด้วย ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถ มีส่วนรับผิดชอบเช่นกัน ทั้งนี้หากกลุ่มคนเสื้อแดงผ่านตรงไหน ต้องพบกับจุดตรวจจุดสกัด ส่วนบทลงโทษที่ผู้ประกอบการปล่อยให้รถแท็กซี่และวินมอเตอร์ไซค์มาร่วมการเคลื่อนไหวตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คือ จำคุก 2 ปี ปรับ 4 หมื่นบาท ทั้งนี้ กำลังจากเดิมของทหารและตำรวจมี 203 กองร้อย แต่เมื่อวันที่ 8 เม.ย. มีการเพิ่มเติมกำลังจากกองทัพภาคที่ 1-3 อีก 26 กองร้อย มั่นใจว่ากำลังที่เพิ่มเติมเข้ามาสามารถดูแลรักษาความปลอดภัยได้ กำลังทั้งหมดทั้งทหาร ตำรวจ พลเรือน รวมกันแล้ว 234 กองร้อย

"ไถง" รับหน้าจับแกนนำ นปช.

อีกด้านที่ บช.ก.วันเดียวกันนั้น พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผบช.ก. กล่าวว่า พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการ ผบ.ตร. ได้ประชุมแบ่งมอบงานในการติดตามจับกุมบุคคลตามที่ศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับกุม โดยผู้ที่ถูกออกหมายจับ ถ้ามีที่พักอาศัยอยู่ต่างจังหวัด เป็นหน้าที่ของ บก.ป. แบ่งตามพื้นที่รับผิดชอบ ถ้าพบเห็นบุคคลเหล่านั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมได้ทันที ตามสถานการณ์และความเป็นไปได้ โดยดูเวลา สถานที่ และความเหมาะสมในการจับกุม เท่าที่ทราบ เบื้องต้นมีบุคคลที่ถูกออกหมายจับติดต่อขอมอบตัวแล้วหลายคน ถ้าสามารถจับกุมบุคคลเหล่านั้นได้ จะนำตัวไปควบคุมตัวที่ บก.ตชด.ภาค 1 ทั้งนี้ มีรายงานว่า พล.ต.อ.ปทีป ได้มีคำสั่งให้ พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นผู้รับผิดชอบในการจับกุมแกนนำ นปช.โดยใช้กำลังของ บช.น. และ บช.ก.เข้าดำเนินการ

เตรียมจ่อหิ้วแกนนำราชประสงค์

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผบช.ก. ได้มีคำสั่งให้ พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รักษาการ ผบก.ป. พ.ต.อ.ชัยทัศน์ บุญขำ ผกก.ปพ.บก.ป. และ พล.ต.ต.คัคคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบก.อคฝ. เตรียมนำกำลังตำรวจคอมมอนโดกองปราบปราม 150 นาย และชุดปราบจลาจลของ บก.อคฝ. 150 นาย เตรียมกำลังไว้ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อจัดชุดเข้าจับกุมกลุ่มแกนนำ นปช.บริเวณสี่แยกราชประสงค์ เนื่องจากฝ่ายทหารไม่ยอมใช้กำลังเข้าจับกุมตามคำสั่งของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี จึงจำเป็นต้องใช้ พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผบช.ก.เป็นผู้รับผิดชอบในการจับกุมแกนนำ

คุมเข้มบ้าน "เทพเทือก" หวั่นแดงบุก

ส่วนความเคลื่อนไหวบริเวณบ้านพักของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในซอยโรงเรียนคลองต้นไทร ถนนพุทธมณฑล สาย 2 ซอย 27 แยก 2 แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา ฝั่งธนบุรี พบว่าบริเวณรั้วด้านนอกบ้านมีการล้อมด้วยลวดหนามถึง 3 ชั้น ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัย มีเจ้าหน้าที่ทหารสังกัด ร.9 พัน. 1, ร.9 พัน. 3 และ ส.1 พัน. 101 รวม 3 กองร้อย สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจลของ บก.น.7 อีก 1 กองร้อย คุ้มกันอย่างแน่นหนา เจ้าหน้าที่มีเพียงโล่และกระบอง แบ่งกันตั้งจุดสกัดตั้งแต่ ปากซอยทางเข้าจนถึงบ้านพักของรองนายกรัฐมนตรี รวม 4 ด่าน ห่างกันด่านละประมาณ 150 เมตร แต่ละด่านจะมีเต็นท์อำนวยการและรั้วลวดหนาม เตรียมไว้วางแนวกั้นขวางถนนหากมีกลุ่มผู้ชุมนุมมาบุกรุก นอกจากนี้ยังมีการประสานขอรถสุขาและรถบรรทุกน้ำจากสำนักงานเขตทวีวัฒนา มาจอดเตรียมไว้ชนิดละ 2 คัน อีกด้วย

บ้าน "บิ๊กป๊อก" ก็คุ้มกันแน่นหนา

ในขณะที่บริเวณบ้านพักของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ภายในหมู่บ้านทิพย์เรืองเวช ในซอยบรมราชชนนี 68 แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตวัฒนา ฝั่งธนฯ พบว่ามีเจ้าหน้าที่ทหารสังกัด มทบ.11 ถืออาวุธปืน เอ็ม 16 และวิทยุสื่อสาร วางกำลังคุ้มกันอย่างแน่นหนา ตั้งแต่ปากซอยยันท้ายซอย โดยเฉพาะทางเข้าซอยแยกย่อยที่เชื่อมทะลุไปถึงบ้านพักของ ผบ.ทบ.ได้นั้น จะมีการแบ่งกำลังประจำจุดกันอย่างเข้มงวด อย่างไรก็ตามกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ประจำอยู่ตรงจุดนี้ไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวบันทึกภาพหรือให้สัมภาษณ์ใดๆ ส่วนบนท้องถนนช่วงปากซอยบรมราชชนนี 70/1 ซึ่งอยู่ก่อนถึงทางเข้าซอยบ้านพักของ ผบ.ทบ.ประมาณ 50 เมตร มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ธรรมศาลา ประมาณ 10 นาย คอยตั้งด่านตรวจค้นยานพาหนะและบุคคลต้องสงสัยอย่างเข้มงวดอีกด้วย

"ปทีป" แบ่งงานจับแกนนำ นปช.


ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการ ผบ.ตร. พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผบช.ก. พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. พล.ต.ต.ปัญญา มาเม่น รอง ผบช.ก. ได้ร่วม ประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับ ผบช.-ผกก. เกี่ยวกับสถานการณ์การชุมนุมหลังจากมีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มีรายงานด้วยว่า ในที่ประชุมมีการนำรายชื่อแกนนำทั้ง 24 คน ที่ถูกออกหมายจับตามความผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มาตรา  11  (1)  ด้วยความจำเป็น ป้องกันมิให้กระทำการหรือร่วมกระทำการอันจะทำให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรง หรือเพื่อให้เกิดความร่วมมือในการระงับเหตุการณ์ร้ายแรง ในที่ประชุมมีการแบ่งงานระหว่างกองปราบปรามสังกัด  บช.ก.และ  กก.สส.บก.น.ต่างๆ สังกัด  บช.ก. ให้ติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับอย่างเร่งด่วน ผู้ต้องหาที่อยู่ใน พื้นที่ต่างจังหวัด ให้กองปราบปรามดำเนินการติดตามจับกุม ส่วนพื้นที่  กทม. ให้  บช.น.ดำเนินการจับกุม

สั่ง ตร.นอกเครื่องแบบประกบผู้ต้องหา

มีรายงานด้วยว่า ในที่ประชุมได้มีการแจกแจงหมายจับผู้ต้องหา ตำหนิรูปพรรณ ที่อยู่ตามทะเบียนราษฎร โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง  บช.น.และกองปราบปราม จัดชุดเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะจับกุมผู้ต้องหา โดยแบ่งกันรับผิดชอบผู้ต้องหาแต่ละคนที่จะไปดำเนินการจับกุม ตรวจ สอบที่อยู่อาศัยและสถานที่ที่ผู้ต้องหาอยู่ ทั้งใน กทม. และต่างจังหวัด โดย  ศอฉ.ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจัดการหาวิธีการจับกุม และเริ่มจับกุมตัวหลังมีการประชุม เสร็จ โดยมีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนและกองปราบปราม ให้ตำรวจนอกเครื่องแบบแทรกซึมเข้าไปประกบตัวแกนนำแต่ละคนที่ถูกออกหมายจับอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมรอคำสั่งจับกุมจากผู้บังคับบัญชาที่จะมีการพิจารณาว่าให้จับกุมหรือไม่ เพราะบางจุดเกรงว่าอาจจะเกิดสถานการณ์ รุนแรงตามมา

เร่งทำความเข้าใจข้อกฎหมาย


หลังประชุมนาน 2 ชั่วโมง จึงเสร็จสิ้น พล.ต.อ.ปทีปกล่าวว่า  ร่วมประชุมกับนครบาล  เนื่องจากการออก พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้นมีรายละเอียดขั้นตอนของกฎหมาย แตกต่างจากกฎหมายปกติเล็กน้อย ต้องทำความเข้าใจในเรื่องข้อกฎหมาย และทำความเข้าใจกับผู้ปฏิบัติจะต้อง เอาข้อเท็จจริงมาปรับกับข้อกฎหมาย คิดว่าหลังประชุมก็เข้าใจกันระดับหนึ่งแล้ว บช.น.สามารถเอากฎหมายหรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไปปฏิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรมขึ้นมาได้ ผู้สื่อข่าว ถาม ศอฉ.ให้จับกุมผู้กระทำผิด และมีการออกหมายแล้วดำเนินการอย่างไร  พล.ต.อ.ปทีปกล่าวว่า  หมายจับที่ออกตาม  พ.ร.ก.ฉุกเฉิน  ถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย  พ.ร.ก. แล้ว ก็เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายตาม  พ.ร.ก.ต้องดำเนินการจับกุมต่อไป ถามต่อว่า เป็นหน้าที่ของตำรวจโดยตรง รักษาการ ผบ.ตร.กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ทุกคนในความหมายของ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน  ถามว่า หารือกันหรือไม่ว่าจะใช้วิธีและขั้นตอนอย่างไร พล.ต.อ.ปทีปกล่าวว่า กำลังคุยกันอยู่ ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน แต่ก็ต้องดำเนินการจับกุม ตามที่กลุ่ม  นปช.เดินทางไปไทยคม อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี นั้น พล.ต.อ.ปทีปกล่าวด้วยว่า ส่งกำลังตำรวจและกำลังทหารที่ดูแลอยู่

กำหนดสถานที่ขังแกนนำหากจับได้

พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก บช.น. กล่าวว่า การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจตามคำสั่งของ ศอฉ. หลังประกาศ พ.ร.บ.ฉุกเฉิน ตามมาตรา 11 ได้แก่ ห้ามใช้รถ จยย.หรือยานพาหนะใดกระทำการอันก่อให้เกิดความสงบหรือความวุ่นวาย รวมทั้งไม่ให้นำพาบุคคล หรือกลุ่มบุคคลเข้ามาร่วมในการชุมนุม โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหาร ที่ร่วมกันปฏิบัตินั้นจะต้องดำเนินการดังกล่าว นอกจากนี้ได้กำหนดสถานที่ควบคุมส่วนตำรวจ 3 แห่ง คือ 1. บก.ตชด ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 2. กก.ตชด.13 บก.ตชด. ต.หนองโรง อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี และ 3. กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ บก.ตชด. อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ส่วนทหารกำหนดไว้ 3 แห่งเช่นกัน 1. กรมการทหารช่าง ต.โคกหม้อ อ.เมืองราชบุรี 2. ศูนย์การทหารม้า ต.ปากเพรียว อ.เมืองสระบุรี และ 3. กองบัญชาการช่วยรบที่ 1 ต.เกาะจันทร์ อ.เกาะจันทร์ จ.ชลบุรี

พวกส่งเสบียงบำรุงกำลังมีสิทธิ์โดนด้วย


ด้าน พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. กล่าวว่า พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. และ พล.ต.ท.ไถง ผบช.ก. เป็นหัวหน้าชุดพนักงานสอบสวน ได้ร่วมกันขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ศาลออกหมายจับแล้ว 21 คน 7 คนแรกเป็นแกนนำที่บุกเข้าไปในรัฐสภา ส่วน 14 คนที่เหลือ เป็นแกนนำที่ขึ้นปราศรัย และผู้นำที่จัดการชุมนุม ในการจับกุมตาม พ.ร.ก.แม้จะไม่มีความผิดทางอาญา แต่ถ้าบุคคลดังกล่าวมีพฤติการณ์ต้องสงสัยว่า จะก่อสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้นมา แค่นี้ก็สามารถขออนุมัติหมายจับได้ หลังจับกุมผู้ต้องหาดำเนินคดีความผิดตาม พ.ร.ก.จะนำตัวไปควบคุมสถานที่อื่นๆที่ไม่ใช่เรือนจำหรือ สน. โดยกำหนดสถานที่ควบคุมพิเศษ มีความเป็นอยู่ที่ดีกว่า แต่มีการสอบปากคำเป็นระยะ และสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาครั้งแรกได้ 7 วัน ถ้ามีความจำเป็นจะต้องนำตัวไว้อีก ก็ต้องมายื่นคำร้องต่อศาลคราวละไม่เกิน 7 วัน ได้มากที่สุดแค่ 30 วัน ถ้าไม่มีความผิดอาญาอื่นก็ต้องปล่อยตัว แต่ถ้าผู้ต้องหามีความผิดอาญาอื่นๆ เช่น นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง บุกเข้าไปในรัฐสภานั้นความผิดอาญา 2-3 ข้อหา ก็ต้องดำเนินคดีอาญาเพิ่มเติม และฝากขังศาลตามประมวลกฎหมายอาญา ฉะนั้นแกนนำผู้ที่ขึ้นปราศรัย คนจัดการชุมนุม คนที่ส่งเสบียงสนับสนุน กฎหมายกำหนดไว้ ผู้ใช้หรือผู้สนับสนุน แม้กระทั่งผู้ที่รู้ข้อมูลแล้วไม่ให้ข้อมูล บุคคลเหล่านี้สามารถขอออกหมายจับตาม พ.ร.ก.ได้ ขณะนี้กองปราบปราม บช.น. และ บช.ก. กำลังรวบรวมหลักฐาน คาดว่าจะมีการขอออกหมายจับเพิ่ม

ค้นรถคนสีแดงเจอปืน-กระสุน

ทางด้านการตั้งจุดสกัดเพื่อป้องกันเหตุป่วนเมืองของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 9 เม.ย. ขณะที่ พล.ต.ต.กรีรินทร์ อินทร์แก้ว ผบก.น.9 พร้อมด้วย พ.ต.อ.อนุชา อ่วมเจริญ ผกก.สน.เพชรเกษม นำกำลังตั้งด่านตรวจค้นบริเวณแยกพัฒนาการ ถนนสุขาภิบาล 1 แขวงและเขตบางแค ฝั่งธนฯ พบรถเก๋งนิสสันเซฟิโร่ สีดำ ทะเบียน พว 2833 กรุงเทพมหานคร ขับผ่านมาด้วยท่าทีมีพิรุธจึงเรียกให้หยุดขอตรวจสอบ พบนายพินิจ มิ่งคำเลิศ อายุ 39 ปี เป็นผู้ขับขี่ มี น.ส.สุทธิดา ยวงกลาง อายุ 32 ปี ภรรยานั่งคู่กันมาที่เบาะด้านหน้า ส่วนเบาะด้านหลังมีนายณัฐวุฒิ ยวงกลาง อายุ 23 ปี และน.ส.จิรนันท์ จันทร์ศรี อายุ 18 ปี ซึ่งเป็นญาตินั่งมาด้วย ทั้งหมดใส่เสื้อแดงและโพกผ้าแดง จากการตรวจค้นกระเป๋าสะพายของ น.ส.สุทธิดา พบปืนขนาด 9 มม. ไม่มีทะเบียน 1 กระบอก พร้อมกระสุน 1 นัด จึงควบคุมตัวทั้งหมดไปสอบสวนที่ สน.เพชรเกษม นายพินิจอ้างว่าพกไว้ป้องกันตัว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหานายพินิจและ น.ส.สุทธิดาว่าร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง โดยมิได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน และร่วมกันพกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยมิได้รับอนุญาต ส่วนนายณัฐวุฒิและ น.ส.จิรนันท์ ซึ่งโดยสารรถมาด้วย ทำประวัติไว้แล้วปล่อยตัวไป

จับ 2 การ์ด นปช.ไล่ถ่ายรูปทหาร-ตร.


ส่วนที่ สน.พญาไท เวลา 10.00 น. พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 แถลงข่าวเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.พญาไท จับกุมนายณัทกร ชยธรดำรงสุข อายุ 31 ปี และนายพิทยา แน่นอุดร อายุ 36 ปี พร้อมของกลางระเบิดขวด 6 ลูก ระเบิดประทัด 1 ลูก เครื่องช็อตไฟฟ้า 1 อัน สนับมือ 1 อัน มีดสั้นและยาวรวม 4 เล่ม เสื้อเกราะ 1 ตัว วิทยุสื่อสาร 3 เครื่อง สนับเข่า 1 คู่ เสื้อคลุมสีดำ 1 ตัว กระเป๋าสะพายสีดำ 1 ใบ รถ จยย.ฮอนด้า โซนิค สีน้ำเงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 1 คัน บัตรประจำตัวทหารสังกัดกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ระบุชื่อพลทหารสุขปัญญา คดขวาน้อย และเงินสด 7,500 บาท โดยจับกุมตัวได้ในซอยราชวิถี 7 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม.

พล.ต.ต.สุเมธกล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ทหารได้ออกตรวจร่วมกับสายตรวจ สน.พญาไท พบผู้ต้องหาทั้ง 2 คนขี่รถ จยย.มาถ่ายรูปทหารและตำรวจท่าทางมีพิรุธ เจ้าหน้าที่ขอตรวจค้นพบของกลางดังกล่าว อยู่ในตัวผู้ต้องหาทั้งสองคน จึงนำตัวมาสอบสวนที่ สน.พญาไท นายณัทกรให้การว่า ตนและนายพิทยาเป็นการ์ดคนเสื้อแดง ส่วนบัตรทหารระบุชื่อพลทหารสุขปัญญาเป็นของตนเอง ซึ่งเป็นบัตรตอนเกณฑ์ ทหารและใช้ชื่อเดิม ต่อมาบวชพระแล้วเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นณัทกร หลังสึกออกมาก็เข้าร่วมชุมนุมเป็นการ์ดอาสาของ นปช.

ปิดถนนเส้นทางเข้าบ้านนายกฯ

ด้านการเคลื่อนไหวคนเสื้อแดงที่มีข่าวว่าจะบุกไปปิดล้อมบ้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในซอยสุขุมวิท 31 เมื่อเช้าวันเดียวกันนี้ ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ได้วางกำลังตำรวจหลายร้อยนาย และใช้รถ 6 ล้อ ควบคุมผู้ต้องหาปิดเส้นทางเข้าออกบ้านนายกฯ ที่สามารถเข้าออกได้หลายเส้นทาง ได้แก่บริเวณปากซอยสุขุมวิท 33, 31, 29, 27 ฝั่งถนนเพชรบุรี ซอย 39 และซอยมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร ใกล้แยกอโศก เพื่อไม่ให้กลุ่มคนเสื้อแดงเข้าใกล้ พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง ผบก.น.5 กล่าวว่า หลังมีข่าวว่าคนเสื้อแดงจะบุกมาที่บ้านนายกฯ มีการใช้กำลังทั้งหมด 4 กองร้อย ประมาณ 600 นาย ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลัง ปจ.บก.น.5 ตำรวจอารักขาและควบคุมฝูงชนหรือ อคฝ.และตำรวจภูธร จ.ขอนแก่น ดูแลรักษาความเรียบร้อย เหตุการณ์ยังปกติ มีเพียงกลุ่มคนเสื้อแดงจาก จ.สมุทรปราการ ที่เคลื่อนขบวนมาตามถนนสุขุมวิท วิ่งผ่านปากซอยสุขุมวิท 31 ก็มีการโห่ร้องและวิ่งผ่านไปสมทบกับกลุ่มคนเสื้อแดง บริเวณแยกราชประสงค์ หลังจากทราบว่าคนเสื้อแดงไม่บุกมาบ้านนายกฯแน่จึงเปิดให้ใช้เส้นทางการจราจรตามปกติ

นศ.ธรรมศาสตร์ขึ้นเวทีเรียกร้องยุบสภา

สำหรับบรรยากาศที่สี่แยกราชประสงค์ ในช่วงบ่ายจนถึงเย็น หลังม็อบแดงบุกยึดสถานีดาวเทียมไทยคมที่ ลาดหลุมแก้วแล้ว ผู้ชุมนุมที่เหลือได้นั่งฟังการปราศรัยของบรรดาแกนนำ นปช. อาทิ นายวีระ มุสิกพงศ์ นายก่อแก้ว พิกุลทอง ซึ่งบนเวทีได้มีกลุ่มแนวร่วมนิสิต นักศึกษาเพื่อประชาชนจำนวนหนึ่ง  นำโดยนายศฐวุฒิ ศรีสารานุกรม นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขึ้นประกาศว่า ในวันที่ 10 เม.ย. ขอเรียกร้องให้นิสิตนักศึกษา ที่มีแนวคิดเดียวกันออกมารวมตัวที่เวทีคนเสื้อแดง เพื่อร่วมประกาศเจตนารมณ์ของเยาวชนที่ต้องการยุบสภาและจะมีการแถลงในเวลา 15.00 น. วันที่ 10 เม.ย.

ม็อบตกใจตำรวจสับเปลี่ยนกำลัง

นอกจากนี้ เมื่อมีเฮลิคอปเตอร์บินผ่านมา ผู้ชุมนุมต่างโห่ร้องพร้อมใช้มือตบ ตีนตบเขย่าเป็นระยะ ขณะที่ หลังเวทีผู้ชุมนุมได้แจ้งกับ นพ.เหวง โตจิราการ ว่า เห็นกำลังตำรวจ ทหาร มาประจำการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จำนวนมาก เพื่อเตรียมสลายการชุมนุมและยึดเวทีปราศรัย ขณะเดียวกัน เกิดข่าวสะพัดด้านหลังเวทีว่าการ์ด นปช. ได้ปะทะกับตำรวจและทหารบริเวณ แยกเฉลิมเผ่า ถนนอังรีดูนังต์ ตัดถนนพระราม 1 ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่พบว่ามีรถ 6 ล้อ ประมาณ 10 คัน บรรทุกเจ้าหน้าตำรวจเข้าไปใน สตช. ด้านถนนอังรีดูนังต์ เพื่อสับเปลี่ยนกำลังเท่านั้น ไม่มีการปะทะระหว่างการ์ดนปช. กับเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด

แดงเครียดข่าวสลายผู้ชุมนุม


จากนั้นเวลา 16.00 น. บรรยากาศที่เวทีสี่แยกราชประสงค์เริ่มตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง เมื่อมีข่าวการสลายการชุมนุมที่สี่แยกราชประสงค์หนาหูขึ้น ทำให้ผู้สื่อข่าวบางส่วนต้องถอนออกจากด้านหลังเวที ส่วนแกนนำที่ประจำอยู่หลังเวที ประกอบด้วยนายวีระ มุสิกพงศ์ นพ.เหวง โตจิราการ นายก่อแก้ว พิกุลทอง ต่างขึ้นปราศรัยปลุกใจรายงานความคืบหน้าการชุมนุมที่สถานีดาวเทียมไทยคม ลาดหลุมแก้วเป็นระยะ นพ.เหวงกล่าวบนเวทีว่า ขออาสาสมัครเสื้อแดงไปประจำการตามจุดทางเข้าออกโดยรอบรพ.ตำรวจและ สตช. จุดละ 500 คน เพื่อป้องกันการสลายการชุมนุม ขณะที่ผู้ชุมนุมต่างทยอยมาสมทบมากขึ้น รวมทั้งการรักษาความปลอดภัย ก็มีการตรวจตราอย่างเข้มงวดของการ์ด นปช. ทั้งยังมีการนำรถกระบะ รถตุ๊กตุ๊ก รถแท็กซี่มาขวางกั้น สลับ 2-3 ชั้น ในแต่ละด่านถนน

ระแวงหนักเสื้อแดงล้อม รพ.ตำรวจ

ต่อมาเวลา 16.30 น. จากข่าวสลายการชุมนุม ทำให้สถานการณ์เริ่มตึงเครียดขึ้น เมื่อกลุ่มคนเสื้อแดงฮือเข้าไปยืนปิดประตูทางเข้าโรงพยาบาลตำรวจทุกด้าน รวมทั้งประตูทางเข้า สตช. เพื่อมาดูเจ้าหน้าที่สับเปลี่ยนกำลังรวม 7 กองร้อย จากเดิมที่มีเพียง 2 กองร้อย สร้างความแตกตื่นให้กับแพทย์และพยาบาลในโรงพยาบาลที่ต่างออกมายืนดู ซึ่งแพทย์และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าเจรจากับผู้ชุมนุมขอให้เปิดเส้นทางให้ผู้ป่วยเข้าออก รพ.ได้ โดย พล.ต.ท.นพ.จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ นายแพทย์ ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ ได้เจรจากับตำรวจขอให้นำกำลังบางส่วนถอนออกจากโรงพยาบาล เพราะสถานการณ์มีความตึงเครียด เนื่องจากผู้ชุมนุมอาจเข้าใจผิด ทำให้เจ้าหน้าที่ ตำรวจยอมถอนกำลังบางส่วนออกไป จากเดิมตั้งเป็นแถวหน้ากระดาน 2 แถว แถวละ 10 นาย คงเหลือแถวเดียว ทำให้สถานการณ์คลายความตึงเครียดลง

ระดม ตร. 7 กองร้อยป้องกัน สตช.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจที่รักษาการบริเวณ สตช. และโรงพยาบาลตำรวจมีทั้งสิ้น 7 กองร้อย แบ่งเป็น บก.น.9 จำนวน 1 กองร้อย จากตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว 2 กองร้อย ตชด.จังหวัดอุดรธานี 1 กองร้อย ตชด. ค่ายพระมงกุฎ จ.ประจวบฯ 1 กองร้อย ตชด.พลร่ม ค่ายนเรศวร 1 กองร้อย และตำรวจกองปราบปราบ 1 กองร้อย นอกจากนี้ยังมีหน่วยปราบจลาจลที่เป็นตำรวจหญิงจำนวน 1 กองร้อย ทั้งหมดอยู่ในชุดเกราะพร้อมโล่และกระบอง

ขีดเส้นกองปราบจับแกนนำแดงใน 48 ชม.


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะ ผอ.ศอฉ. มีคำสั่งให้ พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผบช.ก.ให้สั่งการชุดปฏิบัติการพิเศษของกองปราบปราม จัดทีมสืบสวน สนธิกำลังหน่วยคอมมานโดกองปราบปราม เตรียมเข้าจับกุมแกนนำกลุ่ม นปช.ที่มีหมายจับตาม พ.ร.ก.สถานการณ์ ฉุกเฉิน  โดยขีดเส้นกำหนดเงื่อนไขเวลาให้จับกุมให้ ได้ภายใน 2 วัน ทำให้มีการจัดชุดสืบสวนของกองปราบปรามเข้าปะปนกับกลุ่มผู้ชุมนุม นปช. เพื่อหาข่าวการ เคลื่อนไหวของกลุ่มแกนนำ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบฯได้วางแผนสืบสวน เกาะรอยการเคลื่อนไหวของกลุ่มแกนนำ นปช.ขณะที่เดินทางออกจากบริเวณสถานที่ชุมนุมบริเวณสี่แยกราชประสงค์และแยกสะพานผ่านฟ้าฯ เนื่องจากไม่สามารถเข้าไปจับกุมแกนนำ นปช.ได้ภายในบริเวณที่ชุมนุม   เพราะกลัวว่าจะมีการต่อสู้ขัดขวางของกลุ่มมวลชนเสื้อแดง ล่าสุดในช่วงบ่ายวันศุกร์ พล.ต.ท.ไถงมีคำสั่งให้เตรียมกำลังชุดคอมมานโด กองปราบปราม เตรียมเคลื่อนกำลังเข้าจับกุมแกนนำ นปช. อาศัยช่วงที่มีการเคลื่อนกำลังชุดปราบจลาจลของ บก.อคฝ. และชุดปราบจลาจล ตชด. เข้าผลักดันกลุ่มผู้ชุมนุม แต่ชุดสืบสวนกองปราบปรามไม่สามารถเล็ดลอดกลุ่มการ์ด นปช.เข้าไป ได้ ทำให้ต้องยกเลิกภารกิจการจับกุมแกนนำ และมีคำสั่งให้เฝ้าติดตามจับกุมกลุ่มแกนนำ นปช.ให้ได้ภายใน 2 วัน

ตำรวจประลองกำลังม็อบ

ต่อมาเวลา 17.00 น. ท่ามกลางความตึงเครียดของผู้ชุมนุม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบจลาจล นำโดย พล.ต.ต. วรศักดิ์ นพสิทธิพร รอง ผบช.น. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 พล.ต.ต.คัคคพงษ์ พงษ์เภตรา ผบก.อคฝ.และ พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูตร ผบก.ศสส.บช.น. นำกำลังชุดปราบจลาจลของ บก.อคฝ. และ บช.ตชด. จำนวน 10 กองร้อย เดินแถวพร้อมถือโล่และกระบองเข้าไปผลักดัน กลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลตำรวจ ด้านถนนพระราม 1 หลังได้รับคำสั่งให้เข้าจับกุมแกนนำนปช.ที่ถูกออกหมายจับ โดยกลุ่ม นปช.มีนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ นำชุดการ์ด นปช.คล้องแขนเป็นแนวยาวสกัดกั้นเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามจลาจล มีการผลักดันของชุดปราบจลาจลกับกลุ่มผู้ชุมนุม ท่ามกลางเสียงโห่ฮาด่าทอของกลุ่มผู้ชุมนุมที่ดาหน้าเข้ามาตั้งแถวสกัดกั้นชุดปราบจลาจล หลังจากผลักดันกันไปประมาณ 10 นาที พล.ต.ต.วรศักดิ์ได้มีคำสั่งให้ชุดปราบจลาจลขยับถอยมาด้านใน รพ.ตร. ขณะที่นายสุภรณ์นำแผงเหล็กไปวางกั้น จากนั้นนิมนต์พระหลายสิบรูปไปยืนขวางเป็นแนวกันชน เจ้าหน้าที่จึงเสริมชุดปราบจลาจล ตชด.หญิงเข้าขัดขวางกลุ่มผู้ชุมนุม ต่อมานายวีระ มุสิกพงศ์ ได้ส่งตัวแทนเข้าไปเจรจา พล.ต.ต.วิชัยได้ประกาศว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้มาสลายการชุมนุม แต่มีข่าวกลุ่มคนไม่หวังดีเข้ามาก่อกวนโรงพยาบาลตำรวจ และจะมีการถอนกำลังชุดปราบจลาจลออกไปทันที

ตชด.หญิงไม่กล้าดันหวั่นโดนตัวพระ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในขณะที่เหตุการณ์กำลังตึงเครียด ก็ยังมีมุมขำขันเกิดขึ้นระหว่างการเผชิญหน้ากันของม็อบกับตำรวจ โดยหลังจากที่แกนนำ นปช.ใช้ยุทธวิธี นำพระสงฆ์มายืนขวางเป็นแนวกันชนที่หน้าโรงพยาบาลตำรวจ ด้านถนนพระราม 1 เพื่อไม่ให้ตำรวจหน่วยปราบจลาจลบุกเข้ามาผลักดันกลุ่มผู้ชุมนุม ในขณะที่ผู้บังคับ บัญชาของตำรวจปราบจลาจลชุดที่เดินทางมา ก็พลิกเกม ใช้ยุทธวิธีนำ ตชด.หญิงมายืนประจันหน้ากับพระสงฆ์ และเมื่อผู้บังคับบัญชาสั่งให้ ตชด.หญิงเดินหน้าเข้าผลักดันกลุ่มผู้ชุมนุม ปรากฏว่า ตชด.หญิงทั้งหมดกลับยืนนิ่งไม่กล้าเคลื่อนตัวขยับเข้าไป เนื่องจากเกรงว่าจะโดนตัวพระสงฆ์ที่ยืนขวางอยู่ ทำให้ต่างฝ่ายต่างยืนคุมเชิงซึ่งกันและกัน จนกระทั่งสถานการณ์คลี่คลายลง

ท้อด่ารัฐบาลสั่งอย่างเดียว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่มีการผลักดันของกลุ่มเสื้อแดงกับชุดปราบจลาจล ได้มีเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน บช.น. ชุด บก.ตปพ. และ บก.ทท. กระจายกำลังเข้าไปบริเวณด้านหลังเวทีปราศรัยของกลุ่มผู้ชุมนุม เพื่อเข้าจับกุมแกนนำ นปช.ที่มีหมายจับ ตามคำสั่งของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกดดันให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมแกนนำ นปช. แต่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปในกลุ่มผู้ชุมนุมที่มีการตรวจสอบบุคคลแปลกปลอมอย่างเข้มงวด หลังมีข่าวจะมีการจับกุมแกนนำของกลุ่ม นปช.บริเวณสี่แยกราชประสงค์ ทำให้ชุดสืบสวนต่างบ่นด่ารัฐบาล ที่มีคำสั่งอย่างเดียว ไม่ได้ดูบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่ม นปช.ที่เข้ามาร่วมตัวชุมนุมเป็นจำนวนมาก

"วีระ" โวรอดการสลายเพราะธรรมะคุ้มหัว

เวลา 18.00 น. นายวีระ มุสิกพงศ์ ประธาน นปช. ขึ้นเวทีพร้อมคณะสงฆ์กลุ่มพัฒนาสันติวิธีและสังฆสามัคคี กว่า 30 รูป ประกาศว่าเหตุที่คนเสื้อแดงรอดพ้นจากวิกฤติ ซ้อมรบของรัฐบาลมาได้เพราะธรรมะคุ้มครอง และพระสงฆ์ กลุ่มดังกล่าว ได้เข้าไปเจรจากับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อช่วยคนเสื้อแดง อยากให้คนเสื้อแดงที่ร่วมชุมนุมยึดแนวสันติ อหิงสาไว้จนกว่าจะได้ชัยชนะร่วมกัน ทั้งนี้ คณะสงฆ์ กลุ่มพัฒนาสันติวิธีฯ ได้ออกแถลงการณ์ว่า ขอบิณฑบาตเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารงดใช้กำลังปราบปรามประชาชน แต่หากจำเป็นต้องทำตามคำสั่งของรัฐบาล ก็ขอให้มาทำร้ายคณะสงฆ์กลุ่มนี้ก่อน ซึ่งคณะสงฆ์พร้อมที่จะเสียสละชีวิตเพื่อปกป้องประชาชนและสร้างประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นในประเทศไทย

เรียกแท็กซี่ฟังชี้แจงประกาศ ศอฉ.

ขณะเดียวกัน หลังจากที่ ศอฉ.ออกประกาศเพิ่มเติมเรื่องห้ามใช้รถจักรยานยนต์ หรือพาหนะใดๆมาก่อให้เกิดความไม่สงบ หรือยุยงสร้างความปั่นป่วน เป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมทั้งจะเชิญผู้ขับขี่รถแท็กซี่และผู้ประกอบการรถแท็กซี่ หัวหน้าวินมอเตอร์ไซค์ มาชี้แจงทำความเข้าใจในประกาศฉบับนี้นั้น วันเดียวกันมีรายงานว่า ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบฯบางนายที่ได้รับคำสั่งจาก ศอฉ. ได้เรียกบรรดาคนขับรถแท็กซี่ที่ผ่านไปมาหน้ากองปราบฯ ถนนพหลโยธิน เข้ามาชี้แจงถึงประกาศดังกล่าว พร้อมกับมอบซองที่ภายในซองสันนิษฐานว่ามีเงินอยู่ให้กับโชเฟอร์แท็กซี่ที่มารับฟังการชี้แจงด้วย

ชี้กำลังพลก็ไม่เอารัฐบาล

ส่วนบรรยากาศที่เวทีผ่านฟ้าฯ ในเวลา 19.30 น. คนเสื้อแดงได้กลับมารวมตัวรักษาพื้นที่ นายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดรกล่าวว่า ชัยชนะของคนเสื้อแดง แสดงให้เห็นว่าคำสั่งของนายอภิสิทธิ์ ไม่มีความหมายอีกต่อไป นอกจากคนเสื้อแดงในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด จะไม่เอารัฐบาล กำลังพล ก็ไม่เอากับรัฐบาลด้วย เพราะทุกคนมีใจให้คนเสื้อแดง แม้แต่สำนักข่าวต่างประเทศ ยังมองรัฐบาลนายอภิสิทธิ์หน่อมแน้ม คำสั่งไม่มีความหมาย ควรคืนอำนาจให้ประชาชน ถ้าวันที่  10  เม.ย.  ยังไม่ยุบสภา ตนขอจองกฐินสถานีโทรทัศน์ สทท. ได้เจอกันแน่ แต่หากฝันเป็นจริงจะพาคนอุดรฯเดินทางกลับไปแห่ฉลองรอบเมืองอุดรฯ 1 รอบ

อดิศรดีใจพีเพิลแชนแนลคืนจอ


ด้านนายอดิศร เพียงเกษ ผอ.สถานีโทรทัศน์พีเพิลแชนแนล กล่าวบนเวทีปราศรัยว่า ขอกราบพี่น้องทุกคน ที่ไปเอาพีเพิลแชนแนลกลับคืนมาได้สำเร็จ เราเป็นสื่อช่องหนึ่งที่เผยแพร่ประชาธิปไตยไม่ได้ปลุกระดม ประชาชนคนไทยไม่ใช่ควาย สามารถแยกผิดถูกได้ คนที่มาชุมนุมต้องการขับไล่เผด็จการ รัฐบาลใช้อาวุธเป็นเครื่องมือจี้หัวไทยคมให้ปิดสัญญาณ แต่ในที่สุดฟ้ามีตาจึงได้คืนสัญญาณมาถ่ายทอดความเป็นประชาธิปไตยให้พี่น้องได้ดูกันเหมือนเดิม หลังจากที่หลายคนอึดอัดที่ไม่ได้ดูหลายชั่วโมง นายอภิสิทธิ์ควรจะรู้ชะตากรรมของตัวเองได้แล้ว ถ้ายังไม่ยุบสภาจะไม่มีโอกาสได้พูดคำคำนี้อีกต่อไป

ประกาศสถาปนารัฐไทยใหม่

เวลา 20.30 น. นายวีระขึ้นเวทีปราศรัยที่ราชประสงค์ว่า การเรียกร้องสิทธิเสรีภาพของคนเสื้อแดงคืนจากรัฐบาลเผด็จการ ถือว่าประสบความสำเร็จ เพราะคืนสัญญาณให้กับโทรทัศน์พีเพิลแชนแนลได้ การเคลื่อนทัพ วันนี้พี่น้องเสื้อแดงมาเล่าให้ฟังว่า ทหารเกณฑ์ที่ประจำอยู่ที่สถานีไทยคม ลาดหลุมแก้ว กินข้าวมื้อสุดท้ายเมื่อเย็นวันที่ 8 เม.ย. เมื่อเกิดเหตุปะทะก็ไม่มีแรง พอการปะทะจบทหารเกณฑ์ 87 นาย มาขอข้าวคนเสื้อแดงกิน คนเสื้อแดงก็ได้สั่งอาหารมาให้รับประทาน ทำให้ตนเข้าใจหัวอกของคนจน คนที่รับใช้ชาติ ที่ต้องมาทนทุกข์ภายใต้ระบอบอำมาตย์ การต่อสู้เกือบเดือนของคนเสื้อแดง ประเมินคนเข้าออกได้หลายล้านคน การต่อสู้ดังกล่าวถือเป็นการต่อสู้เพียงลำพัง ยืนอยู่บนขาของเราเอง ตนพร้อมจะสู้เพื่อล้างอธรรมออกจากบ้านเมือง พร้อมสถาปนารัฐไทยใหม่ ให้ทุกคนมีความเท่าเทียมกัน คนเสื้อแดงมีทางเลือกให้กับรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 2 ทาง คือ แบบอังกฤษที่ประกาศยุบสภา หรือแบบสถานสาธารณรัฐคีร์กีซ ที่ถูกยึดอำนาจและรัฐมนตรีถูกเท้าประชาชนเหยียบตาย

อัดผู้ชุมนุมเหิมเกริมฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน


เวลา 22.10 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ออกแถลงการณ์พิเศษว่า หลังจากรัฐบาลได้ประกาศภาวะ ฉุกเฉินร้ายแรง เป็นภารกิจสำคัญของรัฐบาลที่จะคลี่คลายสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ยืนยันอีกครั้งว่าภารกิจของรัฐบาลและของทุกหน่วยงานยังคงเหมือนเดิม ประชาชนที่ได้ ติดตามข่าวสารทราบดีว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นวันนี้ รัฐบาลและเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายพยายามเดินหน้าปฏิบัติภารกิจที่ให้ไว้กับประชาชนว่าจะดำเนินการให้ลุล่วงให้ได้ และได้มีการขอศาลออกหมายจับบรรดาแกนนำเพิ่มอีก 17 ราย ขณะเดียวกันก็เห็นชัดเจนว่าผู้ชุมนุมที่ทำผิดกฎหมาย ได้แสดงออกอีกครั้งหนึ่งถึงความเหิมเกริม ได้มีการเคลื่อนขบวนเพื่อยึดสถานีไทยคมเพื่อกดดันเปิดพีทีวี มีลักษณะกระทำผิดกฎหมายอย่างกว้างขวาง เจ้าหน้าที่ได้พยายามเต็มที่แล้ว

ยันไม่ท้อขอเดินหน้ารักษา ก.ม.

"พี่น้องจำนวนมากสะท้อนความรู้สึกมายังผมว่าผิดหวัง ท้อแท้ และเจ็บปวดกับภาพที่เกิดขึ้น แทนที่จะได้เห็นการบังคับใช้กฎหมาย กลับกลายเป็นว่าผู้ชุมนุมกลับสามารถที่จะทำอะไรตามอำเภอใจได้ แต่สิ่งหนึ่งซึ่งผมบอกได้ว่า ความรู้สึกที่ประชาชนสะท้อนมาไม่ใช่เพราะบุคคลเหล่านั้นสนับสนุนผมหรือรัฐบาล แต่สิ่งที่เป็นความเจ็บปวด คือ อยากเห็นความถูกต้องได้รับชัยชนะ อยากเห็นกฎหมายศักดิ์สิทธิ์ ไม่ว่าใครจะรู้สึกท้อถอยอย่างไร ผมและผู้รับผิดชอบไม่มีสิทธิ์ท้อถอย และจะเดินหน้าให้บ้านเมืองปกครองด้วยกฎหมายต่อไป ส่วนปัญหาอื่นๆ จะเป็นปัญหาการเมืองด้วยหรือไม่เอาไว้ทีหลัง ศอฉ.ก็ยังเดินหน้าอย่างเต็มที่" นายกฯกล่าว

จะเร่งแก้ไขสถานการณ์โดยเร็ว

นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า เมื่อหัวค่ำตนก็ได้บังคับกับทุกฝ่ายว่า เราไม่มีสิทธิ์ท้อแท้แล้ว ไม่มีสิทธิ์ล้มเหลวอีก เพื่อรักษาบ้านเมืองและกฎหมายต่อไป จึงอยากจะเรียนว่าบุคคลที่ปฏิบัติหน้าที่ทุกวันนี้ไม่ท้อแท้ เพราะรู้ว่าภารกิจข้างหน้ายิ่งใหญ่และสำคัญ ไม่มีทางถอยไปได้ เราจะเดินหน้าแก้ไขสถานการณ์โดยเร็วที่สุด ขอย้ำต่อผู้ชุมนุมว่า สิ่งที่ทำอยู่นั้นไม่ถูกต้องและชอบธรรม ไม่อาจจะนำมาซึ่งความสุขของฝ่ายใดได้ วันนี้อาจผิดหวังแต่ เหตุการณ์ไม่จบ หากเราดำรงในความถูกต้อง ในที่สุดเราจะได้รับชัยชนะ เราจะนำพาบ้านเมืองและทุกสรรพกำลัง ขอความร่วมมือจากประชาชนในการทำให้บ้านเมืองกลับมาปกติสุขต่อไป

เจ็บกันระนาวทั้งม็อบ–ทหาร

ขณะเดียวกัน นพ.แสงชัย ธีระปกรณ์ ผอ.รพ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี เปิดเผยว่า มีผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ปะทะกันที่สถานีดาวเทียมไทยคม เข้ารักษาที่โรงพยาบาล แล้ว 15 ราย เป็นผู้ชุมนุม 11 ราย ทหาร 3 ราย และตำรวจ 1 ราย ส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บเป็นบาดแผลฉีกขาดจากการปะทะ และกระแทกตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยมีผู้บาดเจ็บหนัก 1 ราย มีบาดแผลฉีกขาดที่ศีรษะ จึงส่งต่อไปยังโรงพยาบาลปทุมธานี นอกจากนี้ ยังมี 2 ราย ที่มีอาการกระดูกแตกที่ขา เป็นทหาร 1 ราย ผู้ชุมนุม 1 ราย ทั้งนี้ ในส่วนของทหาร 1 ราย ที่กระดูกแตกที่ขานั้น กองทัพนำรถพยาบาลมารับไปรักษายังโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าต่อไป ขณะที่ นพ.ทรงพล ชวาลตันพิพัทธ์ ผอ.รพ.ปทุมธานี กล่าวว่า มีผู้บาดเจ็บจากเหตุปะทะที่ไทยคม อ.ลาดหลุมแก้ว ส่งมารักษาที่โรงพยาบาล 7 ราย เป็นผู้ชุมนุม 5 ราย บาดเจ็บทั้งจากการได้รับแก๊สน้ำตาและการปะทะกัน ในจำนวนนี้ 1 รายบาดเจ็บที่ศีรษะ และทหาร 2 ราย ถูกหินกระแทกที่คิ้ว 1 ราย เป็นแผลยาวและบาดเจ็บที่สะบักหัวไหล่

สื่อนอกเกาะติดม็อบแดงบุกไทยคม


ด้านสำนักข่าวต่างประเทศ ทั้งเอพี เอเอฟพี รอยเตอร์ ยังเกาะติดสถานการณ์การเมืองไทยอย่างต่อเนื่อง โดยรายงาน เมื่อ 9 เม.ย. ว่า ทหาร และตำรวจปราบจลาจลฉีดน้ำและ ใช้แก๊สน้ำตากับกลุ่มคนเสื้อแดงที่ระดมกำลังประมาณ 12,000 คน ไปทวงคืนสถานีดาวเทียมไทยคม ที่ตั้งสถานีโทรทัศน์พีเพิลแชนแนล (พีทีวี) ที่ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ที่ถูกรัฐบาลสั่งปิดภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นับเป็นครั้งแรก ที่รัฐบาลใช้กำลังเพื่อสลายกลุ่มผู้ชุมนุม  แต่ก็ไม่สำเร็จ กลุ่มคนเสื้อแดงสามารถบุกเข้าไปในสถานีได้ในที่สุด

วิจารณ์รัฐบาลที่ปิดกั้นสื่อ

เอเอฟพียังรายงานว่า กลุ่มพิทักษ์สิทธิสื่อมวลชนประณามรัฐบาลไทยที่สั่งควบคุมสื่อฯต่างๆ  ภายใต้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน โดยกลุ่ม "นักข่าวไร้พรมแดน" (Reporters Without  Borders)  แถลงเมื่อคืนวันที่  8  เม.ย.  ว่า น่าเสียใจที่ทางการไทยใช้  พ.ร.ก.ฉุกเฉินตรวจสอบสื่อที่เป็นกลาง หรือสื่อของฝ่ายค้าน เหตุใดประชาชนชาวไทย จึงถูกขัดขวางจากการรับฟังฝ่ายค้าน มีความเสี่ยงที่คำสั่ง ห้าม และตรวจสอบสื่ออาจทำให้กลุ่มคนเสื้อแดงมีแนวทางรุนแรงยิ่งขึ้น  นี่เป็นการเสี่ยงที่อันตราย  ด้านพันธมิตรนักหนังสือพิมพ์แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ตำหนิรัฐบาล ไทยที่สั่งกวาดล้างสื่อเช่นกัน พร้อมทั้งแสดงความวิตก กังวลว่า  พ.ร.ก.ฉุกเฉินอาจทำให้เสรีภาพสื่อมวลชน  และเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นมีความเปราะบางต่อเป้าหมายทางการเมืองและความมั่นคง  ซึ่งหนึ่งในสื่อฯ ที่ได้รับผลกระทบเป็นเว็บไซต์ข่าวออนไลน์อิสระที่รู้กันว่าเสนอความคิดเห็นและข้อมูลที่หลากหลาย การกระทำของรัฐบาลจะทำให้มีความเสี่ยงที่การถกเถียงและทัศนคติที่ชอบด้วยกฎหมายกลายเป็นอาชญากรรม ในทางกลับกัน อาจทำให้ความตึงเครียดทวีขึ้น ความรู้สึกถึงความอยุติธรรม ลำเอียงเพิ่มขึ้น นำไปสู่ความหูตาสว่างและแตกแยกยิ่งขึ้น

สยามพารากอนเปิดแล้ว


ขณะเดียวกันฝ่ายประชาสัมพันธ์ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ ได้แจ้งว่า ตามที่ ศูนย์การค้าสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ ได้ปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 3-8 เม.ย. โดย คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ที่มาใช้บริการภายในศูนย์การค้า แต่ขณะนี้ศูนย์การค้าทั้งสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ได้เปิดให้บริการแล้ว โดยในวันศุกร์ ที่ 9 เม.ย. ได้เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00-18.00 น. ทั้งนี้ หากศูนย์การค้าทั้ง 3 แห่ง สามารถเปิดบริการตาม เวลาปกติคือ  เวลา  10.00-22.00  น.  จะแจ้งให้ลูกค้ารับทราบต่อไป

3 สมาคมสื่อออกแถลงการณ์ฉบับ 2

วันเดียวกัน สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์ร่วมฉบับที่ 2 เรื่อง การทำหน้าที่ของสื่อมวลชนท่ามกลางวิกฤติ ความว่า ตามที่องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนประกอบด้วย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์กรณีรัฐบาลอาศัยอำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในการปิดกั้นสัญญาณสถานีดาวเทียม รวมทั้งปิดกั้นการเข้าถึงเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาข่าวสารความคิดเห็นทางการ เมืองบางส่วน ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 8 เม.ย.นั้น

ประณามสื่อที่บิดเบือนยั่วยุ


องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนประกอบด้วย คณะกรรมการบริหาร สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และผู้แทนคณะกรรมการสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย ได้หารือและมีมติให้แสดงจุดยืนเพิ่มเติมเพื่อความเข้าใจร่วมกัน ดังต่อไปนี้

1. องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนเห็นว่า การใช้สื่อไม่ว่าจะเป็นสื่อของรัฐหรือเอกชน ทั้งในรูปแบบของสถานีโทรทัศน์ สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม สถานีวิทยุและวิทยุชุมชน รวมทั้งเว็บไซต์ ในการเผยแพร่อุดมการณ์ทางการเมือง เพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชนเป็นสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ แต่เราไม่เห็นด้วยและขอประณามการใช้สื่อบิดเบือนข้อเท็จจริงและยั่วยุให้เกิดความเกลียดชัง ยุยงให้มีการใช้ความรุนแรง รวมทั้งกระทำการใดๆที่ละเมิดกฎหมายบ้านเมือง

คัดค้านการคุกคามสื่อทุกรูปแบบ

2.องค์กรของรัฐที่เกี่ยวข้องต้องร่วมกันเร่งรัด ให้เกิดกระบวนการบังคับใช้กฎหมายประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ในการวางกรอบกติกา และหลักเกณฑ์ในการควบคุมและตรวจสอบการใช้สื่อทุกประเภทให้เป็นไปตามกฎหมาย 3. องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนขอยืนยันจุดยืนคัดค้านการคุกคามสื่อมวลชนในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการใช้กำลังเข้าปิดล้อม ข่มขู่ การก่อวินาศกรรม รวมทั้งการคุกคามในรูปแบบอื่นๆที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนขอยืนยันในหลักการของผู้ประกอบวิชาชีพ โดยยึดถือประโยชน์สาธารณะเป็นหลัก และไม่ประสงค์จะให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดนำแถลงการณ์ฉบับนี้ไปใช้ในการสร้างความชอบธรรมให้กับตนเอง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้