ไลฟ์สไตล์
100 year

เอ็นจีโอบุกสถานทูตจีน จี้หยุดสร้างเขื่อน

ไทยรัฐออนไลน์
3 เม.ย. 2553 14:15 น.
SHARE

นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว

เอ็นจีโอแม่น้ำโขง บุกสถานทูตจีนประจำประเทศไทย ร้องหยุดสร้างเขื่อน หากไม่ยุติ เตรียมฟ้องศาลโลก...

เวลา 09.00 น. 3 เม.ย. กลุ่มเครือข่ายทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขงล้านนา เครือข่ายสมัชชาคนจน โครงการแม่น้ำเพื่อชีวิต เครือข่ายประชาสังคมไทยเพื่อแม่น้ำโขง พร้อมด้วยชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจาการสร้างเขื่อนในแม่น้ำโขงของประเทศจีน กว่า 100 คน นำโดยนายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ จ.เชียงราย และนายสมเกียรติ เขื่อนเชียงสา ประธานเครือข่ายอนุรักษ์ธรรมชาติลุ่มน้ำโขงล้านนา เดินทางมายื่นหนังสือถึงรัฐบาลจีน เพื่อเรียกร้องให้ลงมาแก้ไขปัญหาแม่น้ำโขง โดยมีนายเหยว เหวิน ผอ.ฝ่ายการเมือง สถานทูตจีนประจำประเทศไทย ลงมารับหนังสือร้องเรียน



จากนั้นนายนิวัฒน์กล่าวว่า เครือข่ายฯมายื่นหนังสือเพื่อให้รัฐบาลจีน ลงมาดูแลและแก้ไขปัญหาแม่น้ำโขงอย่างจริงจังและจริงใจ กับประเทศท้ายน้ำโขงตอนล่างคือ ไทย ลาว เวียดนาม และกัมพูชา พร้อมกับขอให้รัฐบาลจีนดำเนินการใน 4 เรื่อง คือ 1.ขอให้รัฐบาลจีนหยุดสร้างเขื่อนเพิ่มเติมในแม่น้ำโขง 2.ให้หยุดระเบิดแก่งในแม่น้ำโขง 3.ให้มีการตั้งคณะกรรมการลุ่มน้ำโขงภาคประชาชน และ 4.ขอให้รัฐบาลจีนเป็นหัวขบวนในการแก้ไขปัญหาแม่น้ำโขง

ทั้งนี้ หากรัฐบาลจีนไม่มีการตอบรับข้อเสนอดังกล่าว ซึ่งเกิดจากข้อสรุปของภาคประชาชนของทั้ง 4 ชาติในลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ก็อาจจะพิจารณาใช้ช่องทางกฎหมายฟ้องต่อศาลโลก เพื่อให้จีนยอมทำตามข้อเรียกร้องดังกล่าว 

“หลังการประชุมสุดยอดผู้นำโขงตอนล่างครั้งที่ 1 ที่อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ สิ้นสุดลงในวันที่ 5 เม.ย. นี้ เครือข่ายฯจะให้เวลากับจีนสักระยะหนึ่งในการแก้ปัญหา แต่หากยังไม่มีการตอบสนอง ภาคประชาชนทั้ง 4 ชาติก็จะดำเนินการทางกฎหมายเพื่อฟ้องศาลโลก นอกจากนี้จะทำหนังสือถึงคณะกรรมการธิการแม่น้ำโขง (เอ็มอาร์ซี) เพื่อให้ทบทวนบทบาทขององค์กรนี้ว่าตั้งมาเพื่ออะไร เพราะตลอด 15 ปีที่ผ่านมา เอ็มอาร์ซีไม่ได้ปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนในน้ำโขงเลย แต่กลับวางเฉย และปล่อยให้ประเทศจีนสร้างเขื่อนกั้นลำน้ำโขง ที่สำคัญตลอดระยะเวลา 4-5 ปีที่ผ่านมา เอ็มอาร์ซีกลับชี้ว่าสาเหตุที่แม่น้ำโขงแห้งลงมาจากภาวะโลกร้อน ทั้งที่ข้อเท็จจริง เครือข่ายฯมีหลักฐานที่เก็บข้อมูลของสถานีวัดน้ำเฉพาะในไทย 6 สถานี พบว่าการที่น้ำขึ้นและลงผิดปกติมาจากการสร้างเขื่อน นอกจากนั้น เมื่อเทียบกับแม่น้ำสาละวิน ที่ห่างจากน้ำโขงแค่ 30 เมตร ทำไมไม่เกิดวิกฤติน้ำแล้งและน้ำท่วมหนัก” นายนิวัฒน์ กล่าว

ประธานเครือข่ายกลุ่มอนุรักษ์เชียงของ กล่าวอีกว่า นับตั้งแต่มีการสร้างเขื่อนม่านวาน แห่งแรกบนลำน้ำโขง ในปี 2539 เขื่อนต้าเฉาซาน ในปี 2546 และเขื่อนจิงหงในปี 2551 ชาวบ้านโดยเฉพาะไทยและลาว ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เพราะเกิดภาวะน้ำท่วมหนักและแล้งหนัก ซึ่งกระทบต่อการเกษตกรรมตามแนวชายฝั่งน้ำโขง รวมทั้งการทำการประมง หากสถานการณ์ยังดำเนินแบบนี้โดยไม่มีการแก้ไข ชาวบ้านก็คงต้องอยพพย้ายถิ่นในที่สุด

ข่าวแนะนำ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม 2564 เวลา 03:58 น.