วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มือ เท้า เข่า ศอก นวดไทย "ป้าปุ้ม" จากรักษาชีวิต...สู่ธุรกิจ (ชมคลิป)

คำว่า "ธุรกิจ" บางครั้งอาจไม่ได้วัดความสำเร็จจากยอดขาย กำไร หรือ ความยิ่งใหญ่ของสำนักงานเท่านั้น ดังเช่นในวันนี้ เราจะพาผู้อ่านทุกท่านไปรู้จักและมองความสำเร็จของ "กลุ่มวิสาหกิจชุมชนอาภานวดแผนไทย" ธุรกิจที่เกิดจากภูมิปัญญาและความเข้มแข็งของชุมชนร่วมกันทำธุรกิจนวดแผนไทย ที่เล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่เต็มไปด้วยความสุขใน ต.บางเจ้าฉ่า อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง

โดยผู้ที่จะมาพูดคุยถึงอาภานวดแผนไทยกับเราในวันนี้คือ "ป้าปุ้ม-อาภา ปรีชากูลย์" อายุ 68 ปี ผู้นำก่อตั้งธุรกิจ ซึ่งการต่อสู้กับวิถีชีวิตที่กว่าจะมาถึงวันนี้ ก็นับว่าน่าสนใจไม่น้อย

เรียนนวดเพื่อชีวิต พลิกวิกฤติสู่อาชีพ

ก่อนมาเป็นหมอนวดแผนไทย มีอาชีพขายส้มตำรายได้พอเลี้ยงชีพ กระทั่งเกิดอุบัติเหตุเสียหลักล้มจนต้องผ่าตัดสันหลังและหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทเดินไม่ได้ ต้องทำกายภาพบำบัดหัดเดินใหม่ ด้วยใจคิดว่า จะไม่ให้เป็นภาระครอบครัว จึงไปเรียนนวดแพทย์แผนไทยกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ตามคำชวนของเพื่อนสนิทลูกสาว

คอร์สแรกที่เริ่มเรียนก็คือ การนวดฝ่าเท้าและต่อเนื่องไปถึงการนวดตัวแก้อาการต่างๆ ซึ่งต่อยอดสิ่งที่เรียนรู้มา โดยศึกษาเรื่องการจัดกระดูกกับหมอชาวจีนที่ย่านตลิ่งชัน ได้เรียนรู้การนวดคลายกล้ามเนื้อที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ตลอดจนได้เข้าฝึกอบรมตามหลักสูตรทุกหลักสูตรที่เกี่ยวกับการนวด

ระหว่างนั้น ได้นำสิ่งที่ศึกษามารักษาตนเองจนอาการดีขึ้นตามลำดับ และได้นำความรู้ทั้งหมด ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติที่สั่งสมมานานหลายปีจนเริ่มเชี่ยวชาญและก้าวเข้าสู่วงการหมอนวดแผนไทยอาชีพ

ไอเดียเกิดใช้ไม้นวดแป้งช่วยนวดคน

เอกลักษณ์เฉพาะตัวของนวดแผนไทยแบรนด์ป้าปุ้ม ซึ่งกลายเป็นจุดเด่น คือ การนำไม้นวดแป้งขนมเค้กของลูกสาวมาประดิษฐ์เป็นอุปกรณ์นวดในจุดซึ่งนวดเองด้วยมือไม่ถึง เช่น หลัง ต้นขาด้านหลังและท้ายทอย เป็นต้น จนเกิดเป็น "หมอในมุ้งไม้ป้าปุ้ม" ซึ่งก็คือ ไม้ที่ทำจากไม้สัก ไม้มะค่าและไม้กระท้อน เป็นภูมิปัญญาสร้างสรรค์จนคว้ารางวัล โอทอประดับ 3 ดาว ในปี พ.ศ. 2547 พร้อมด้วยรางวัลชนะเลิศระดับภาคในการแข่งขันแพทย์แผนไทยทางเลือกครั้งที่ 1 ในประเภทอยู่ไฟหลังคลอดในปี พ.ศ.2547 และยังคงรักษาผลงานชนะเลิศต่อเนื่องในปี พ.ศ. 2548 และ พ.ศ. 2549

ชีวิตดี๊ดีสู่วันดึงชุมชนร่วมตั้งวิสาหกิจฯ

ต่อมาเมื่อเริ่มเข้ามาทำอาชีพหมอนวดแผนไทยแล้ว ได้รับงานออกนวดตามชุมชน ตามจังหวัดต่างๆ จนมีรายได้ดี แต่ด้วยความที่อยากให้ชุมชน ซึ่งตนอยู่มีชีวิตดีขึ้นด้วย จึงรวมกลุ่มจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนอาภานวดแผนไทยในปี พ.ศ.2547 มีสมาชิกเริ่มต้น 12 คน โดยเป็นคนหมู่ 6 ต.บางเจ้าฉ่า อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง ดำเนินธุรกิจผลิต และขายผลิตภัณฑ์สมุนไพรและบริการนวดไทย

กิจการไปได้สวยกู้เงินทุนขยายธุรกิจ

จากนั้น มาถึงปลายปี พ.ศ. 2557 กิจการรุ่งเรืองขึ้น มีผลตอบรับที่ดี จึงเริ่มคิดขยายกิจการ โดยขอกู้เงินทุนสินเชื่อจาก ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SMEs Bank) วงเงินจำนวน 500,000 บาท มีบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกันสินเชื่อเต็มวงเงินทั้งหมด ตลอดจนให้การสนับสนุน นำเงินมาลงทุน มาสร้างโรงงาน ซื้อเครื่องจักรบีบอัด เพิ่มความสามารถในการผลิต

พรึบ 50 สินค้าพร้อมขายทั่วประเทศ

ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ต่างๆ รวมกว่า 50 ชนิด สินค้าขายดีที่สุด คือ น้ำมันนวดสมุนไพรป้าปุ้ม ราคาขายขวดละ 100 บาท ปัจจุบันมียอดขายไม่ต่ำกว่า 2,000 ขวดต่อเดือน จนต่อยอดไปสู่ผลิตภัณฑ์อื่นๆ หลากหลายชนิดและส่งขายทั่วประเทศ

เตรียมเปิดโฮมสเตย์เอาใจคนขี้เมื่อย

สำหรับแผนธุรกิจในอนาคต 2-3 ปีนั้น มีแผนจะขยายทำโฮมสเตย์ที่เน้นการนวดแผนไทยเป็นหลัก รวมทั้งสอนการทำสปาสมุนไพร การดูแลผู้ป่วยและการนวดคลายเครียด เป็นต้น

ไทย-เทศติดใจตามไปใช้บริการฝีมือ

สำหรับกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ที่มาใช้บริการอยู่ในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ส่วนหนุ่มสาว วัยรุ่น มีบ้าง โดยจะเป็นวัยทำงานออฟฟิศ มีปัญหาปวดคอ บ่า ไหล่ เป็นผลมาจากการนั่งหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน


รู้จัก 10 เส้น...ตรงนี้! หัวใจการนวด?

ทั้งนี้ หัวใจของการนวดก็คือ การศึกษาให้ลึก เรียนรู้ลงไปถึงระบบเส้นประสาท ระบบหมุนเวียนของเส้นเลือด และดูระบบโครงสร้างกระดูก ศึกษาจนมีความรู้ว่า เส้นต่างๆ ในร่างกายคนเราทั้ง 72,000 เส้น มีแค่ 10 เส้นเท่านั้นที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ได้แก่ 1. อิทา 2. ปิงคลา 3. สุมนา 4. กาลทารี 5. สหัสรังสี 6. ทวารี 7. จันทภูสัง 8. รุชำ 9. สิขิณี และ 10. เส้นสุขุมัง

มือ เท้า เข่า ศอก เทคนิคฉบับป้าปุ้ม

การนวดไทยแบบเชลยศักดิ์เป็นการนวดพื้นบ้าน ให้ความรู้สึกเป็นกันเอง ใช้ทั้งมือ เท้า เข่า ศอก ในการนวด มีท่าดีดตัว เพื่อยืดกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ โดยเริ่มต้นนวดขึ้นไปที่หัวเข่าสู่โคนขา นวดท้อง หลัง ไหล่ ต้นคอและศีรษะ

อย่างไรก็ตาม นอกจากการนวดด้วยมือเปล่าแล้วนั้น การนวดใครสักคนให้ได้ผลดียิ่งขึ้น จึงคิดว่าต้องมียาเข้ามามีส่วนด้วย จึงมีการคิดค้นสูตร การนวดสมุนไพร โดยการใช้ลูกประคบที่ทำจากไพล ตะไคร้ มะกรูดและการบูร ให้กลิ่นหอม ช่วยผ่อนคลาย ซึ่งความร้อนจากสมุนไพรจะช่วยให้กล้ามเนื้อ และเส้นเอ็นที่ติดอยู่ขยายตัว เลือดลมเดินสะดวก บรรเทาอาการเมื่อยล้า ส่วนราคาค่านวดนั้นคิดอัตราอยู่ที่ 100-300 บาทต่อครั้ง

สนใจอ่านดีๆ ยินดีถ่ายทอดวิชานวด

ฝากถึงผู้อ่านและคนรุ่นใหม่ว่า ไม่อยากให้การนวดแผนไทยหายไปจากสังคม หากใครสนใจมาเรียนนวดยินดีเปิดสอนทุกเพศทุกวัยจากอดีตถึงปัจจุบัน สอนมาแล้วกว่า 100 คน ค่าเรียนอยู่ที่ประมาณ 7,000-10,000 บาท ไม่จำกัดเวลาสอน แต่จะสอนจนกว่าจะเก่ง นำไปใช้ประโยชน์ รักษาอาการได้ และหากสนใจสั่งซื้อผลิตภัณฑ์แบรนด์ป้าปุ้ม หรือติดต่อนวด โทรได้ที่เบอร์ 086-0521237 และ 091-5657039.

ชมคลิปได้ที่นี่

เรื่องเล่าความสำเร็จ

การนวดแผนไทยนับเป็นอีกภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาช้านาน ซึ่งวันนี้ "ป้าปุ้ม" และชุมชนได้รวมตัวกันนำการนวดแผนไทยมาใช้ทำธุรกิจสร้างรายได้และความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน... 7 ต.ค. 2559 11:29 31 ต.ค. 2559 13:23 ไทยรัฐ