วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ตีนโหดมอบตัว กระทืบหัว7ขวบ โมโหลูกถูกผลักล้ม ตั้งข้อหาหนักม.296

ตีนโหดมอบตัว กระทืบหัว7ขวบ โมโหลูกถูกผลักล้ม ตั้งข้อหาหนักม.296

  • Share:

ตำรวจแจ้งข้อหาหนุ่มไปรษณีย์ตีนดุกระทืบหน้าเด็ก 7 ขวบ ทำร้ายร่างกายเป็นการกระทำที่ทารุณโหดร้าย มาตรา 296 โทษจำคุก 3 ปี ปรับ 6 พันบาทก้มหน้ายอมรับผิดในการกระทำ สาเหตุโมโหลูกชายถูกผลักจนล้มและถูกแกล้งประจำ หลังก่อเหตุต้องหอบลูกไปซุกนอนในปั๊มหวั่นโดนทำร้าย แต่เรื่องไม่จบ ผู้ต้องหาแจ้งกลับเด็ก 7 ขวบทำร้ายร่างกายลูกชาย 5 ขวบส่อบานปลาย อธิบดีกรมกิจการเด็ก กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เข้าเยียวยาสภาพจิตใจและพฤติกรรมทั้งสองฝ่ายตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก ป้องกันเหตุเกิดซ้ำ

จากกรณีที่นายณัฏฐา สุวรรณ อายุ 34 ปี โชเฟอร์รถแท็กซี่ บิดา ด.ช.เอ (นามสมมติ) อายุ 7 ขวบ เข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.คันนายาว ให้ดำเนินคดีนายอำนาจ ตลับทอง อายุ 43 ปี พนักงานไปรษณีย์เพื่อนบ้านที่ทำร้ายร่างกายบุตรชายวัย 7 ขวบเหตุเกิดหน้าอาคาร 8 บ้านเอื้ออาทรปัญญารามอินทรา แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม. ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าคดีนี้เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 5 ต.ค. นายณัฏฐา สุวรรณ อายุ 34 ปี นำ ด.ช.เอ (นามสมมติ) อายุ 7 ขวบ ให้ปากคำเพิ่มเติมกับ พ.ต.ต.หญิง เสาวลักษณ์ สุวรรณมณี สว. (สอบสวน) สน.คันนายาว ให้การว่า ขณะเกิดเหตุนอนอยู่ในห้องภรรยามาปลุกบอกว่าลูกโดนทำร้ายร่างกาย จึงสอบถามลูกชายบอกว่าเข้าไปจับแขน ด.ช.บีเกิดล้มลงแล้วก็ร้องไห้ ลูกชายจึงเข้าไปปลอบกลับถูกนายอำนาจเดินมาถีบศีรษะหลายครั้งจนล้มคว่ำนอนกับพื้นยังกลับมากระทืบซํ้าอีก ตอนนี้ตนกังวลสภาพจิตใจของลูกชาย เมื่อเช้าก็อาเจียนและปวดตา หลังเกิดเรื่องก็ยังไม่ได้คุยกับคู่กรณี เขาควรติดต่อมาไม่ใช่หายเงียบ ทั้งเพิ่งทราบว่าคู่กรณีได้แจ้งความว่าลูกของผมไปทำร้ายลูกชายเขา เรื่องนี้สามารถไกล่เกลี่ยกันได้ แต่ตนมองว่าไม่น่าจะยุติได้ ถ้าผมกระทืบลูกคุณบ้างจะรู้สึกอย่างไร “อยากฝากเตือนเป็นอุทาหรณ์ว่าจะทำอะไรก็ควรตั้งสติคิดให้ดีก่อน ผมรู้ว่าคุณรักลูกคุณ ต้องมีเหตุผลสอบถามเหตุการณ์ก่อนว่ามีอะไรเกิดขึ้น ไม่ควรใช้อารมณ์ในการตัดสินใจ” นายณัฏฐากล่าว

ต่อมาเวลา 15.30 น. นายอำนาจ หรือนาจ ตลับทอง อายุ 43 ปี พนักงานไปรษณีย์จรเข้บัว แผนกคัดแยก พร้อมลูกชายวัย 5 ขวบ ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว และ พ.ต.ท.วีระ งามเลิศ รอง ผกก. (สอบสวน) สน.คันนายาว ให้การว่า ตนอาศัยอยู่บ้านเอื้ออาทรปัญญาเป็นเวลา 8 ปี ลูกชายเพิ่งจะย้ายมาอยู่ด้วยกัน ลูกชายบอกว่า ด.ช.เอชอบมาแกล้งอยู่บ่อยครั้ง ตอนก่อเหตุตนไม่ได้มีความเครียดและไม่ได้ดื่มสุราที่ทำลงไปเพราะความรักลูกชาย ตนต้องขอโทษสำหรับ เหตุการณ์ครั้งนี้ตนยอมรับผิดชอบทุกการกระทำ ถ้าย้อนเวลาได้ตนอยากจะกลับไปแก้ไขกับสิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อคืนต้องพาลูกชายไปนอนในปั๊มน้ำมันเพราะกลัวจะไม่ปลอดภัย

พ.ต.อ.สิงห์ ผกก.กล่าวว่า พนักงานสอบสวนนัดสหวิชาชีพ ประกอบด้วยพนักงานอัยการ นักสังคมสงเคราะห์ ร่วมกันสอบปากคำเด็กทั้ง 2 ฝ่าย ที่สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีเยาวชนและครอบครัว 5 (มีนบุรี) สำนักงานคดีเยาวชนและครอบครัว ร่วมสอบสวนหาข้อเท็จจริง เบื้องต้นได้แจ้งข้อหานายอำนาจทำร้ายร่างกายโดยเป็นการกระทำที่ทารุณโหดร้ายตามมาตรา 296 ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6 พันบาท หลังจากนี้จะนำเด็กทั้ง 2 คนไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลตำรวจ หากต้องรักษาอาการบาดเจ็บมากกว่า 20 วัน ต้องแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัสเพิ่มเติม

พ.ต.อ.สิงห์กล่าวเพิ่มเติมว่า คดีนี้ทางนายอำนาจผู้ก่อเหตุได้แจ้งความดำเนินคดี ด.ช.เอ ด้วยอ้างว่าขณะเกิดเหตุได้มองลงมาจากชั้น 5 เห็น ด.ช.เอเล่นกับลูกชายตน เห็นลูกชายถูก ด.ช.เอถีบจนล้มลงกับพื้น ทำให้โมโหวิ่งลงมาทำร้าย ด.ช.เอ หลังเกิดเหตุซึ่งก็ได้พาลูกชายไปตรวจร่างกายที่ รพ.สินแพทย์แล้ว คดีนี้แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือคดีที่นายอำนาจทำร้ายร่างกาย ด.ช.เอจนได้รับบาดเจ็บ หลังจากแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว จะปล่อยตัวชั่วคราวเนื่องจากไม่มีพฤติการณ์หลบหนี อีกคดีจะเป็นในส่วนของการทำร้ายร่างกายระหว่างเด็กทั้งสองคนตามกฎหมายหากเด็กอายุไม่เกิน 10 ปีแม้จะมีการกระทำผิดจริงก็ไม่ต้องรับโทษ แต่ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการสอบสวนเช่นกัน

นายณัฏฐากล่าวหลังยืนฟังคำให้การของนายอำนาจว่า ตนให้อภัยกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ไม่มีอะไรจะพูดเนื่องจากได้พูดไปหมดแล้ว ไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้ไปเกิดขึ้นกับครอบครัวคนอื่น ให้เกิดกับครอบครัวตนเป็นครั้งสุดท้าย ลูกใครใครก็รัก ตนก็รักลูกของตน ซึ่งตนขออโหสิกรรมให้ ผู้สื่อข่าวได้ให้นายณัฏฐาจับมือกับนายอำนาจ แต่นายณัฏฐากล่าวปฏิเสธไม่ขอจับมือกับนายอำนาจ ก่อนพาครอบ– ครัวเดินทางกลับไป

ด้านนายวิทัศน์ เตชะบุญ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดเผยภายหลังเดินทางไปที่ สน.คันนายาว เท่าที่พูดคุยกับ ด.ช.เอ อาการดีขึ้นพูดคุยโต้ตอบได้ จากที่เมื่อวานยังอยู่ในอาการหวาดกลัวบ้าง จากนี้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัว กทม.ติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็ส่งเจ้าหน้าที่ไปดูแลและเยี่ยมเยียนครอบครัวนายอำนาจผู้ก่อเหตุด้วย ซึ่งเป็นการดูแลคุ้มครองเด็กทั้งสองฝ่ายตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก โดยให้เข้าไปเยี่ยมบ้านดูแลเยียวยาสภาพจิตใจเด็กทั้งสองฝ่าย ให้คำแนะนำกับผู้ปกครองในการเลี้ยงดูบุตรให้เหมาะสม รวมทั้งประเมินพฤติกรรม การศึกษาของเด็ก และสัมพันธภาพกับเพื่อนบ้านของผู้ปกครองเด็กทั้งสองฝ่าย เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุกระทำซ้ำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้