วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แลกถล่มทรัมป์,คลินตัน-ดีเบทชิงรองผู้นำมะกัน

แลกถล่มทรัมป์,คลินตัน-ดีเบทชิงรองผู้นำมะกัน

  • Share:

การ “ดีเบท” โต้วาทีประชันวิสัยทัศน์ครั้งเดียวของผู้สมัครชิงเก้าอี้รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ 34 วัน ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ใน 8 พ.ย. มีขึ้นที่มหาวิทยาลัยลองวู้ด เมืองฟาร์มวิลล์ รัฐเวอร์จิเนีย เมื่อ 4 ต.ค. มีนางอีเลน กุยจาโน แห่งสถานีโทรทัศน์ซีบีเอส นิวส์ เป็นพิธีกร โดยนายทิม เคน วุฒิสมาชิกรัฐเวอร์จิเนีย วัย 58 ปี ตัวแทนพรรคเดโมแครต และนายไมค์ เพนซ์ ผู้ว่าการรัฐอินเดียนา วัย 57 ปี ตัวแทนพรรครีพับลิกัน ต่างโจมตีนางฮิลลารี คลินตัน และนายโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันไปชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีอย่างดุเดือด

ในการดีเบท 90 นาที เคนและเพนซ์ปะทะกันหลายเรื่อง ตั้งแต่เรื่องการทำแท้งไปจนถึงรัสเซีย แต่ที่ดุเดือดที่สุดคือการแลกหมัดโจมตีคลินตันและทรัมป์ “คู่หู” ของแต่ละฝ่าย โดยเคนโจมตีทรัมป์ว่าบ้าคลั่ง ขาดวุฒิภาวะทางอารมณ์ จะเกิดหายนะถ้าได้เป็นผู้นำและแม่ทัพที่มีอำนาจสั่งกดปุ่มอาวุธนิวเคลียร์ ดังที่อดีตประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกนเคยเตือน เขายังโจมตีที่ทรัมป์กล่าวชื่นชมประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ซึ่งอยู่ในกลุ่มผู้นำเผด็จการคล้ายคิม จองอึน แห่งเกาหลีเหนือ ซัดดัม ฮุสเซน แห่งอิรัก และโมอัมมาร์ กัดดาฟี แห่งลิเบีย

ส่วนเพนซ์โต้ว่าประธานาธิบดีบารัค โอบามา และคลินตัน อดีต รมว.ต่างประเทศในรัฐบาล โอบามาสมัยแรก เป็นผู้นำที่อ่อนแอไร้ประสิทธิภาพ ทำให้ผู้นำรัสเซียแข็งแกร่งกว่าในเวทีโลก ส่วนนโยบายต่างประเทศก็ล้มเหลว ทั้งคู่ยังปะทะกันเรื่องการจัดการภาษีของทรัมป์ ซึ่งยังไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลการเสียภาษี และ นสพ.นิวยอร์ก ไทม์ แฉว่า บริษัทของเขาไม่เสียภาษีใน 18 ปีหลัง โดยอ้างว่าขาดทุน 916 ล้านดอลลาร์ในปี 2538 ซึ่งเพนซ์ชมว่าทรัมป์ใช้กฎหมายภาษีอย่างฉลาด ขณะที่เคนเสียดสีว่า “งั้นพวกเราทุกคนที่เสียภาษีโง่น่ะสิ”

การดีเบทครั้งนี้มีขึ้น หลังคลินตันและทรัมป์ดีเบทกันครั้งแรกเมื่อ 26 ก.ย. ซึ่งหลังจากนั้น คะแนนนิยมของคลินตันก็พุ่งขึ้น โดยจากค่าเฉลี่ยของโพลระดับชาติต่างๆ ที่องค์กร “เรียลเคลียร์โพลิติกส์” รวบรวมล่าสุดเมื่อ 4 ต.ค. คลินตันทิ้งห่างทรัมป์ถึง 44.3% ต่อ 40.6% ส่วนการดีเบทอีก 2 รอบจะมีขึ้นใน 9 ต.ค. และ 19 ต.ค.นี้

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า การเลือกตั้งครั้งนี้คาดว่าจะมีผู้ออกมาลงคะแนนราว 130 ล้านคน และขณะนี้มีผู้ใช้สิทธิ์ลงคะแนนล่วงหน้าแล้วราว 130,000 คน ทั้งการลงคะแนนล่วงหน้าทางไปรษณีย์และตามคูหาลงคะแนนที่จัดไว้ตามสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้