วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ชี้เศรษฐกิจภูมิภาคสดใส

ชี้เศรษฐกิจภูมิภาคสดใส

  • Share:

“เวิลด์แบงก์”ปรับจีดีพีไทยปีนี้เติบโต3.1%

ธนาคารโลกปรับเพิ่มการขยายตัวเศรษฐกิจไทยปีนี้เป็น 3.1% จากเดิมคาดไว้แค่ 2.5% จับตาการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการลงทุนจากภาครัฐในครึ่งปีหลัง มองความเสี่ยงมาจากเศรษฐกิจจีนชะลอ กระทบการค้า-เงินทุนมาไทย ขณะที่การเมืองเป็นอีกปัจจัยเสี่ยงที่น่าห่วง มองภาพรวมเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ยังไปได้ ยกให้เศรษฐกิจฟิลิปปินส์แข็งแกร่งเบอร์ 1 กัมพูชา พม่า ลาว สดใส

นายเกียรติพงศ์ อริยปรัชญา นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ประจำสำนักงานประเทศไทย เปิดเผยรายงาน เปิดตัวรายงานวิเคราะห์เศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกฉบับล่าสุด โดยกล่าวว่า ในส่วนของประเทศไทย ธนาคารโลกได้ปรับขึ้นการประมาณการอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ปีนี้เป็นขยายตัว 3.1% จากประมาณการเดิมที่เคยคาดไว้ว่าจะโต 2.5% ซึ่งเป็นตัวเลขเดียวกับเศรษฐกิจไทยในปีหน้าน่าจะโตได้ต่อเนื่องที่ระดับ 3.1% เช่นเดียวกัน

“ปัจจัยหลักๆที่ทำให้เราปรับคาดการณ์จีดีพีไทยขึ้นในรอบนี้ มาจากไตรมาส 1 และ 2 เศรษฐกิจไทยเติบโตค่อนข้างดีจากภาคการท่องเที่ยวและมาตรการการคลังที่เข้ามาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากจีนที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี ในครึ่งปีหลังจำนวนนักท่องเที่ยวอาจจะลดลงบ้าง นอกจากนี้ การบริโภคภาคเอกชนยังน่าจะมีส่วนช่วยในการขยายตัวทางเศรษฐกิจต่อไป แม้จะยังอยู่ในระดับปานกลาง ขณะที่การใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐที่ยังเป็นปัจจัยสำคัญในการขยายตัวของเศรษฐกิจเช่นกัน”

นายเกียรติพงศ์กล่าวว่า ธนาคารโลกมองว่าเศรษฐกิจไทยที่จะถูกกระทบการเติบโต มาจากประเด็นเศรษฐกิจจีนที่ขาดเสถียรภาพด้านการเงิน และอาจจะมีธุรกิจที่ต้องผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งจะส่งผลกระทบกับไทยในช่องทางการค้าและการไหลเวียนของเงินทุน เนื่องจากไทยส่งออกสินค้าไปจีนคิดเป็นสัดส่วนถึง 12% จากยอดการส่งออกทั้งหมด และสัดส่วนเงินลงทุนจากจีนมาไทยคิดเป็น 8% ของเงินทุนไหลเข้าจากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ

ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงอีกเรื่องที่ต้องติดตามคือ เสถียรภาพการเมือง หากประชาชนไม่พอใจกับการเดินหน้าปฏิรูปทางการเมือง หรือมีการเลื่อนการปฏิรูปออกไป และความไม่แน่นอนทางการเมืองยังอาจทำให้การใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐถูกเลื่อนออกไปด้วย ซึ่งจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักลงทุน รวมทั้งเศรษฐกิจโดยรวม

ทั้งนี้ สำหรับเศรษฐกิจโดยรวมของเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก รายงานคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกจะยังคงเติบโตในระดับปานกลางตลอดช่วง 3 ปีข้างหน้า ขณะที่ภูมิภาคนี้ยังคงเผชิญกับความเสี่ยงที่มีผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ และประเทศต่างๆ จะต้องมีมาตรการในการลดความเปราะบางด้านการเงินและการคลังในระยะยาว โดยเสนอให้ประเทศต่างๆให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างมีส่วนร่วมและยั่งยืน รวมถึงการอุดช่องว่างด้านโครงสร้างพื้นฐาน และการส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างทั่วถึง

ธนาคารโลกคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจีนยังอยู่ระหว่างดำเนินการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจให้เติบโตช้าลง แต่มีความยั่งยืนมากขึ้น โดยคาดว่าปีนี้เศรษฐกิจจะเติบโตที่ 6.7% และชะลอตัวลงเป็น 6.5% ในปีหน้า ขณะที่ภาพรวมของภูมิภาคนี้ (ยกเว้นจีน) เติบโตที่อัตรา 4.8% ในปีนี้ และเพิ่มขึ้นเป็น 5% ในปีหน้า โดยประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกจะเติบโตที่ 5.8% ในปีนี้ และเพิ่มขึ้นเป็น 5.7% ในปี 60-61

นอกจากนี้ เศรษฐกิจของฟิลิปปินส์จะแข็งแกร่งที่สุดโดยจะเติบโตเพิ่มขึ้นเป็น 6.4% ในปีนี้ ในขณะที่เวียดนามเผชิญกับภัยแล้งอย่างรุนแรงในปีนี้ จะฟื้นตัวได้และกลับมาเติบโตที่ 6.3% ในปีหน้า เศรษฐกิจมาเลเซียคาดว่าจะโตที่ 4.2% ในปีนี้ชะลอตัวลงจากปีก่อน เนื่องจากความต้องการน้ำมันของโลกและการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมลดลง ขณะที่เศรษฐกิจในกัมพูชา ลาว และเมียนมายังคงเติบโตอย่างสดใส.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้