วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
คุณค่าของข้าว จากทุ่งนาสู่มื้ออาหาร

คุณค่าของข้าว จากทุ่งนาสู่มื้ออาหาร

  • Share:

หวังกระตุ้นคนรุ่นใหม่ให้เห็นถึงความสำคัญของ “ข้าว” ที่เป็นมากกว่าอาหารหลักของคนไทย บริษัท อีเลคโทรลักซ์ ประเทศไทย จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำระดับโลกจากประเทศสวีเดน จึงเปิดตัวโครงการ “RICE UP HAPPINESS by Electrolux” ภายใต้แนวคิด “อุ่นอิ่มสุข ในทุกการหุง” นำคนรุ่นใหม่ร่วมกิจกรรมเรียนรู้วิถีชีวิตชาวนาและการทำอาหารที่เกี่ยวกับข้าว ที่ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี เมื่อเร็วๆนี้

สุทธิ มโนกิจจรูญมั่น-มร.แซนต้า นิโคลัส.

ผู้มาร่วมกิจกรรมได้เรียนรู้การปลูกข้าวจากแปลงสาธิตปลูกข้าวนาปรัง 12 ชนิดที่นิยมปลูกในปัจจุบัน พร้อมได้ลงมือเกี่ยวข้าวและฟาดข้าว สัมผัสวิธีการทำงานและวิถีชีวิตของชาวนาไทย ที่ทำให้ทุกคนได้รู้ซึ้งถึงคุณค่าของข้าวในแต่ละเมล็ด นอกจากนี้ยังได้รับความรู้เรื่องข้าวจากปราชญ์ท้องถิ่นผู้มีประสบการณ์ รวมทั้งยังได้ร่วมทำขนมไทยๆ ที่หารับประทานได้ยาก อย่าง ขนมไข่ปลา และข้าวต้มมัดกันอย่างสนุกสนาน พร้อมกันนี้อีเลคโทรลักซ์ ได้จัดทำเมนูอาหารที่มีข้าว เป็นส่วนผสมหลัก อาทิ ข้าวผัดน้ำพริกสูตรชาววัง ข้าวยำปักษ์ใต้กับน้ำสลัดบูดู ข้าวอบเผือกหม้อดินผสมธัญพืช เครปข้าวหอมมะลิ และข้าวต้มมัด เป็นต้น แจกให้บุคคลทั่วไปที่สนใจ ดาวน์โหลดได้ฟรี ทางอินสตาแกรม (IG) @ElectroluxTH หรือสแกน QR Code ที่ป้ายส่งเสริมการขาย 3 จุด ที่ “กูร์เมต์ มาร์เก็ต” สยามพารากอน และดิ เอ็มโพเรียม และ “โฮม เฟรช มาร์ท” เดอะมอลล์ บางแค

งานนี้ มร.แซนต้า นิโคลัส ผู้บริหารอีเลคโทรลักซ์ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า ถึงแม้อีเลคโทรลักซ์จะเป็นแบรนด์จากยุโรป แต่ก็มีความเข้าใจในวัฒนธรรมของคนในภูมิภาคเอเชียเป็นอย่างดี ว่ามีความผูกพันกับข้าวมาอย่างยาวนาน มีการบริโภคข้าวเป็นอาหารหลักมีเมนูอาหารจากข้าว ทั้งคาวและหวานมากมาย นอกจากนี้ ยังมีวัฒนธรรมในเรื่องการรับประทานข้าวร่วมกันในครอบครัวอีกด้วย ด้วยเหตุนี้ จึงริเริ่มโครงการ RICE UP HAP-PINESS by Electrolux หมายถึง การเพิ่มความสุขให้ทุกคนในครอบครัวด้วยหม้อหุงข้าวคุณภาพดี ที่จะช่วยให้ได้สัมผัสรสชาติที่แท้จริงของข้าว ครบถ้วนคุณค่าทางโภชนาการ ซึ่งคาดหวังว่า จะเป็นโครงการที่มีคุณค่า ส่งเสริมสังคมที่ดีอีกโครงการหนึ่ง

ด้านสาวรุ่นใหม่ที่มาร่วมกิจกรรมอย่าง จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา และ สุวรา สนิทวงศ์ ณ อยุธยา กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้ช่วยให้ใกล้ชิดธรรมชาติ ได้เรียนรู้วัฒนธรรมของไทย และเห็นคุณค่าของข้าวมากขึ้น รวมทั้งได้ลองเกี่ยวข้าวเป็นครั้งแรกในชีวิต ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย การที่ได้มาร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ทำให้เห็นคุณค่าของข้าวมากยิ่งขึ้น เพราะกว่าจะมาเป็นข้าวแต่ละเมล็ดได้ ต้องใช้เวลาในการดูแลฟูมฟักข้าว อยากให้ทุกคนรู้คุณค่าของข้าว อย่ากินทิ้งกินขว้างจะดีที่สุด.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้