วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
“ยิ่งสูงยิ่งหนาว”...เขาว่าอย่างนั้น

“ยิ่งสูงยิ่งหนาว”...เขาว่าอย่างนั้น

โดย สายล่อฟ้า
6 ต.ค. 2559 05:01 น.
  • Share:

พลิกประวัติศาสตร์หน้าเก่าเอาแค่ประเทศไทยนี่แหละ...ไม่ต้องไปดูของประเทศอื่นคงได้เห็นกันมาแล้วว่า วิถีความเป็นผู้นำประเทศมีจุดเริ่มต้นและจุดสุดท้ายเป็นอย่างไรทำให้ต้องตกเก้าอี้ได้แม้กระทั่งมีอำนาจมากล้นแค่ไหนก็ตาม

สมัย “ถนอม-ประภาส” ที่ครองอำนาจมาอย่างยาวนานจะแคะจะคุ้ยยังไงก็ทำไม่ได้ แต่แค่ลูกชายนายกฯขึ้น ฮ.ไปล่าสัตว์ที่ทุ่งใหญ่ฯแม้เป็นเพียงจุดเล็กๆแต่มันไม่เหมาะไม่ควร

เท่านั้นแหละ...พังกันทั้งแถบ

นั่นเป็นบทเรียนสอนให้เห็นกันเอาไว้แล้วว่าสิ่งที่ผู้นำประเทศพึงระมัดระวังอย่าให้ซ้ำรอยโดยเฉพาะพฤติกรรมใน 3 ลักษณะ

1. การกระทำของตัวผู้นำเอง

2. รัฐมนตรีที่ร่วมบริหารประเทศ

3. เพื่อนพ้องน้องพี่และเครือข่ายที่แวดล้อมรอบตัว

วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.กำลังเผชิญกับปรากฏการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วเพียงแต่ไม่ได้กระทำด้วยตัวเอง แต่สิ่งแวดล้อมรอบตัวสร้างเรื่องขึ้นมาไม่ว่าจะเป็นเรื่องฝายของภรรยาน้องชาย และตั้งบริษัทในค่ายทหารของหลานชาย

จนมาเกิดเรื่องโรคซ้ำกรรมซัดจากการที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เช่าเหลาลำเครื่องบินการบินไทยแบบ “จัมโบ้” ขนาด 400 ที่นั่ง เพื่อไปร่วมประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน-สหรัฐฯที่ฮาวาย

ผู้โดยสารร่วมขบวนไปด้วยแค่ 38 คน แต่ค่าใช้จ่ายมากถึง 21 ล้านบาท

มีการแจกแจงค่าใช้จ่ายจากการบินไทยและหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องนี้ระบุตัวเลขค่าอาหารสูงถึง 600,000 บาท แต่ไม่ยอมเปิดเผยชื่อผู้โดยสารที่ร่วมคณะไปด้วย อ้างความมั่นคง

แม้จะอ้างว่าเป็นการไปปฏิบัติหน้าที่ราชการเพื่อชาติบ้านเมืองไม่มีใครว่าหรอกครับ...แต่คำถามก็คือทำไมต้องเดินทางหรูๆแบบนี้ด้วย ทำไมค่าใช้จ่ายจึงสูงขนาดนั้น ทำไมต้องขนคนไปมากมายขนาดนั้น

เป็นคำถามที่ผู้คนเกิดความสงสัยเพื่อหาคำตอบว่าทำไมต้องเป็นอย่างนั้น

เพราะแม้กระทั่งนายกฯเดินทางไปร่วมประชุมหลายครั้งหลายหนแต่ก็ไม่มีใครว่าอะไรเนื่องจากไปทำงานเพื่อชาติที่สำคัญ การเดินทางก็เป็นไปอย่างเรียบง่าย ประหยัด เป็นแบบอย่างที่ดี เป็นการแสดงให้เห็นถึงภาวะของประเทศที่จะต้องรัดเข็มขัดเพราะสภาพเศรษฐกิจไม่ดี

แต่คณะรองนายกฯไปกันแบบนี้เป็นเรื่องที่สมควรหรือไม่?

ตรงนี้ต่างหากที่เป็นประเด็นสำคัญเพราะรัฐบาลชุดนี้ได้รับการยอมรับจากประชาชนโดยเฉพาะนายกฯที่ต้องการแก้ไขปัญหาของประเทศด้วยการแสดงความจริงใจและผลแห่งการกระทำดังปรากฏมาตลอด

พล.อ.ประวิตรเองยังยอมรับว่าการที่มีการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาถามถือว่าเขาทำถูกต้อง เพราะถือเป็นเรื่องความโปร่งใส ไม่แปลกใจที่เขาจะหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นประเด็น และถือว่าตั้งใจพูดถึงเรื่องการใช้เงิน เนื่องจากเป็นเงินของประชาชนจะใช้อะไรก็ต้องมีการชี้แจงให้ชัดเจน

แต่ยืนยันว่าไม่ได้ใช้ทั้งหมด เช่นค่าอาหาร 600,000 บาท ซึ่งความจริงใช้ไม่ถึงและไปไม่เต็มลำ

ก็ว่ากันไปครับ...แต่ท่าทีของนายกฯนั่นสิ กลับบอกนักข่าวด้วยอารมณ์ที่ไม่ค่อยจะพอใจว่า “อย่ามาจับผิดจับถูกในเรื่องเหล่านี้ ใครอยากฟ้องร้องก็ไปฟ้องเอา”

ใครก็รู้ดีว่า พล.อ.ประยุทธ์ ที่เจอเหตุการณ์ 2 เด้งติดต่อกันนั้นถือเป็นแรงกดดันเพียงแต่ว่าจะต้องหาทางแก้ไขหาทางออกที่ดีกว่านี้ด้วยการยอมรับความจริงด้วยความรับผิดชอบ

หรือเป็นเพราะว่าเรื่องของ “น้องชาย”-“พี่ใหญ่” ก็ออกโรงปกป้องให้ แต่ครั้นเรื่องของ “พี่ใหญ่” ก็ต้องตอบแทนด้วยการปกป้องเช่นกัน

วันนี้ท่านกำลังทำหน้าที่อะไร อย่ามาตกม้าตายด้วยเหตุอย่างนี้.

“สายล่อฟ้า”

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้