วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ช็อกอีกกล้องวงจรปิด กทม. ไม่เชื่อมโยงสัญญาณ 72%

ช็อกอีกกล้องวงจรปิด กทม. ไม่เชื่อมโยงสัญญาณ 72%

  • Share:

ผมเขียนเรื่อง “กล้องวงจรปิด กทม.มีไว้ทำไม” เมื่อ 9 กันยายน ก็มีหนังสือชี้แจงจาก คุณสมชาย ตกสิยานันท์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบจราจร ปฏิบัติหน้าที่แทนผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง กทม. ลงวันที่ 16 กันยายน แต่เพิ่งมาถึงผมเมื่อสองวันก่อน อ่านแล้วก็ต้อง “ช็อก” อีกระลอก เป็นห่วงชีวิตและทรัพย์สินของชาวกรุงเทพฯ ที่ตกอยู่ใน “ความเสี่ยง” จากสารพัดภัยในยุคนี้

เดิมเรื่องนี้ผมเขียนถึงลูกสาวอดีตรัฐมนตรีท่านหนึ่ง ถูกคนร้ายกระชากกระเป๋าในพื้นที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ ก็รีบไปแจ้งความทันที แต่การขอภาพหลักฐานจากกล้องวงจรปิด กทม. ต้องใช้เวลา 7 วัน ถ้ามีเส้นก็จะเร็วขึ้น

คุณสมชาย ก็ชี้แจงมาดังนี้ครับ “สำนักการจราจรและขนส่งขอเรียนชี้แจงว่า กล้องโทรทัศน์วงจรปิดของกรุงเทพมหานคร ปัจจุบันมีจำนวน 59,233 กล้อง แบ่งเป็นกล้องโทรทัศน์วงจรปิดที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักการจราจรและขนส่ง จำนวน 53,249 กล้อง เป็นกล้องที่เชื่อมโยงสัญญาณภาพจำนวน 14,845 กล้อง (คิดเป็น 27.88%) และ กล้องไม่เชื่อมสัญญาณภาพจำนวน 38,404 กล้อง (คิดเป็น 72.12%)

และอยู่ในอาคาร สถานที่ หน่วยงานอื่นของกรุงเทพมหานคร จำนวน 5,984 กล้อง

โดย กล้องที่เชื่อมสัญญาณภาพ ของสำนักการจราจรและขนส่ง ได้เชื่อมสัญญาณภาพไปยัง ศูนย์ควบคุมระบบจราจร ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) สถานีตำรวจนครบาลจำนวน 88 แห่ง และ สำนักงานเขต 50 เขต โดยสามารถดูภาพและคัดสำเนาได้จากศูนย์ควบคุมต่างๆที่เชื่อมโยงไปได้ทันที

ส่วนกล้องวงจรปิดที่ไม่มีการเชื่อมโยงสัญญาณภาพที่มีอยู่ร้อยละ 72 ต้องส่งเจ้าหน้าที่ไปคัดสำเนาภาพจากตัวบันทึกภาพในตำแหน่งกล้องวงจรปิดนั้นๆ ที่จุดเกิดเหตุเมื่อได้รับแจ้ง

กรุงเทพมหานครได้ประชาสัมพันธ์ขั้นตอนการขอภาพกล้องโทรทัศน์วงจรปิดในช่องทางต่างๆ และในรูปแบบป้ายตามชุมชนต่างๆ โดยเมื่อเกิดเหตุ ประชาชนหรือเจ้าทุกข์สามารถแจ้งเรื่องขอภาพกล้องโทรทัศน์วงจรปิดผ่านทางหมายเลขโทรศัพท์ 0-2224-2987 และ 0-2225-6972 (หมายเลขโทรศัพท์ที่ติดอยู่ที่ตู้ควบคุมกล้อง) ได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องรอหนังสือเป็นทางการจากสถานีตำรวจในท้องที่เกิดเหตุ

ซึ่งขั้นตอนในการขอภาพกล้องวงจรปิดนั้น ต้องแจ้งหมายเลขรหัสกล้องวงจรปิดที่ตู้หรือเสากล้อง วันเวลาที่ต้องการภาพ และชื่อเบอร์โทรศัพท์ติดต่อกลับ ส่วนหนังสือขอคัดสำเนาภาพเป็นทางการจากสถานีตำรวจในท้องที่เกิดเหตุ หรือใบแจ้งความ พร้อมสำเนาบัตรประชาชน จะใช้ต่อเมื่อมารับภาพเท่านั้น เหตุผลเพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิให้เฉพาะผู้เกี่ยวข้องในคดีความเท่านั้น” ส่วนกรณีที่ผมเขียนถึงผู้ขอได้รับภาพไปแล้วเมื่อ 13 กันยายน

ผมต้องขอบคุณ คุณสมชาย ที่กรุณาชี้แจงมา ทำให้ ประชากรกรุงเทพฯกว่า 5.7 ล้านคน กว่า 2.7 ล้านครัวเรือน (ตัวเลขจาก กทม.) ได้รู้ว่า ชีวิตและทรัพย์สินของเขาตกอยู่ในความเสี่ยงภัยขนาดไหน กล้องวงจรปิด 5 หมื่นกว่าตัว เทียบกับพื้นที่ กทม.กว่า 1,568 ตาราง กม. หรือ 1,568 ล้านตารางเมตร เท่ากับมีกล้องวงจรปิด 1 ตัวต่อพื้นที่เกือบ 30,000 ตารางเมตร และ กล้องวงจรปิดที่มีการเชื่อมโยงสัญญาภาพ 1 ตัวต่อพื้นที่ 105,674 ตารางเมตร มันเพียงพอหรือไม่

ที่น่าเสียดายอย่างยิ่งก็คือ กล้องวงจรปิดที่เชื่อมโยงสัญญาณภาพ กทม.ใช้ดูการจราจรเท่านั้น แทนที่จะใช้ประโยชน์ในการป้องกันอาชญากรรมและการก่อการร้ายไปด้วย

ผมเคยเขียนไปหลายครั้ง เมืองหลวงและเมืองใหญ่ในประเทศที่ “ผู้บริหารมีวิสัยทัศน์เจริญ” กล้องวงจรปิดทุกตัว ไม่ว่าของทางการหรือเอกชน จะมีการเชื่อมโยงสัญญาณภาพเชื่อมต่อกันหมด เพื่อใช้ ป้องกันอาชญากรรม การก่อการร้าย ควบคู่ไปกับ การจราจร และ การรักษาความปลอดภัย แต่ทำไมกล้องวงจรปิด กทม. ยุค ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ที่ถูกพักงานไปแล้ว จึงไม่ทำเหมือนเมืองหลวงอื่นในโลกก็ไม่ทราบ.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้