วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เช่าเครื่องบินเหมาลำ ควรยอมให้เฉพาะนายกฯ

เช่าเครื่องบินเหมาลำ ควรยอมให้เฉพาะนายกฯ

โดย ซูม
6 ต.ค. 2559 05:01 น.
  • Share:

ช่วงนี้ข่าวคราวเรื่องท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เช่าเหมาลำเครื่องบินของสายการบินไทยไปประชุมที่ฮาวาย ในสนนราคาถึง 20 ล้านบาทกำลังเป็นข่าวใหญ่

มีการวิพากษ์วิจารณ์บ้าง ตั้งข้อสังเกตบ้าง ว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงเกินไปหรือไม่? และจำเป็นหรือไม่ที่จะต้องเช่าเหมาลำไปเช่นนั้น?

ผมคงจะไม่ลงลึกในรายละเอียดหรอกครับ เพราะยังเขียนเรื่องเขมรติดพันอยู่ แต่เผอิญเห็นว่าเรื่องนี้เป็นประเด็นสำคัญและเป็นประเด็นที่รัฐบาลไทยพึงปฏิบัติต่อไป ผมจึงต้องขออนุญาตเบรกเรื่องเขมรมาร่วมออกความคิดความเห็นบ้าง เผื่อจะเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติในอนาคต

ที่สำคัญตามประสาคนแก่แล้วอย่างผม พอได้ยินอะไรที่จะโยงไปถึงความหลังได้ ผมก็อยากที่จะเขียนถึงขึ้นมาทันทีทันใดว่างั้นเถอะ

ความหลังที่ว่านี้ก็คือ เกาะฮาวาย หรือรัฐฮาวายของสหรัฐอเมริกาที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีกับคณะท่านบินไปประชุมนั่นแหละครับ

ในชีวิตนี้ผมมีโอกาสไปเยือนฮาวายมาแล้วหนหนึ่ง เมื่อ 40 กว่าปีก่อนโน้น ตอนได้ทุนไปเรียนที่สหรัฐอเมริกา...ผมต้องเดินทางไปเข้าอเมริกาที่ด่านฮาวายเป็นด่านแรก

เส้นทางไปฮาวายในสมัยโน้นจะต้องบินไปโตเกียวก่อน และต้องไปค้างหนึ่งคืน จากนั้นก็บินต่อจากโตเกียวเข้าฮาวาย ใช้เวลาหลายชั่วโมงเช่นกัน

เมื่อถึงฮาวายเราจะต้องผ่าน ต.ม. ผ่านการตรวจต่างๆที่นี่ จำได้ว่าศุลกากรฮาวายเฮี้ยบมาก ตรวจเจอหมูแผ่น หมูหยอง ที่เด็กนักเรียนไทยหอบไปตุนไว้เป็นเสบียงกรัง...เขาจะโยนทิ้งลงตะกร้าต่อหน้าต่อตาเลยทันที

แม้เวลาจะผ่านไปนานแล้ว แต่การเดินทางไปฮาวายจากประเทศไทยก็ดูเหมือนจะไม่มีสายการบินตรงอยู่นั่นเอง

คงจะต้องใช้วิธีบินไปลงญี่ปุ่นก่อนแล้วไปหาเครื่องบินจากทางโน้นเข้าฮาวายอย่างที่ว่า ซึ่งก็คงจะทำให้การเดินทางยากลำบากพอสมควร

เป็นเหตุให้ท่านรองนายกฯในฐานะ รมว.กลาโหม ท่านตัดสินใจเช่าเครื่องบินอย่างที่ว่า

ถ้าไม่แพงนัก ผมก็ว่าโอเคครับ เพราะจะทุ่นแรงท่านและคณะได้มาก ไปถึงก็จะสามารถเข้าประชุมหรือทำงานต่างๆได้เลย

แต่พอเห็นบิล 20 ล้านบาท ที่จะต้องจ่ายให้แก่การบินไทยแล้ว ผมก็เห็นด้วยกับหลายๆฝ่ายที่ทักท้วงขึ้นว่า ค่อนข้างแพง

แม้จะควักเงินกระเป๋าซ้ายไปเข้ากระเป๋าขวา แต่ก็คนละบัญชีกันเพราะเงินกระเป๋าซ้ายเป็นเงินจากภาษีอากร ควรเอาไปใช้ในสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติมากที่สุด

อย่างไรก็ตาม เมื่อยังไม่มีกฎมีเกณฑ์อะไรไว้ ผมก็เห็นใจท่านรองนายกฯ ที่ท่านมีความตั้งใจจะไปทำงานให้ประเทศชาติอย่างเต็มที่ จึงเลือกเดินทางด้วยวิธีที่สะดวกที่สุด คือวิธีดังกล่าว

แต่เมื่อเราเห็นด้วยกันว่า ค่าเช่าเหมาลำแพงเช่นนี้แล้ว การใช้ในโอกาสข้างหน้าจำเป็นที่จะต้องกำหนดบรรทัดฐานไว้ละครับ

โดยเฉพาะในการไปเยือน หรือไปประชุม หรือไปราชการใน คราวหน้า อยากให้ระบุไว้เลยว่า ให้เช่าเหมาลำได้เฉพาะ นายกรัฐมนตรี เท่านั้น และก็ควรต้องระบุไว้ให้ชัดว่า ให้เช่าในกรณีที่ไปเยือนประเทศใด ประเทศหนึ่งอย่างเป็นทางการเท่านั้น

เช่น ไปพบกับผู้นำของประเทศนั้นๆ หรือเป็นการไปประชุมสูงสุดในระดับผู้นำของกลุ่มต่างๆในประชาคมโลก

เพราะในกรณีเช่นนี้เป็นเรื่องจำเป็น ทั้งในแง่การดูแลรักษาความปลอดภัยและในแง่ศักดิ์ศรีของประเทศ ซึ่งจะต้องมีการต้อนรับอย่างเป็นทางการตั้งแต่บันไดเครื่องบินจึงจำเป็นที่จะต้องมีเครื่องบินของเราไปเอง

แพงแค่ไหนก็ถือว่าคุ้ม และในการเยือนบางครั้งบางประเทศก็มักจะมีภาคเอกชนที่เป็นตัวแทนด้านการค้าหรือบริษัทใหญ่ๆร่วมคณะ
ไปด้วยก็ยังจะไปเจรจาการค้ากับเขาได้อีก

สรุปก็คือขอให้ถือเป็นบรรทัดฐานว่า ต่อไปการเช่าเหมาลำเครื่องบินควรดำเนินการเฉพาะการเยือนอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีเท่านั้น

ส่วนการเยือนระดับอื่นๆ โดยเฉพาะระดับรองนายกฯ หรือระดับรัฐมนตรีต่างๆนั้น ใช้วิธีตีตั๋วโดยสารทั่วไปเถิด นั่งชั้น 1 เลยตามสิทธิ์ ส่วนผู้ติดตามก็นั่งชั้นธุรกิจซึ่งก็สบายมากแล้ว

ถึงกระทรวงการคลังจะเก็บภาษีได้ปีละมากๆก็จริง แต่เราก็ยังต้องกู้ยืมเงินมาพัฒนาประเทศชาติกันอยู่ การบริหารประเทศอย่างประหยัดจึงควรจะเป็นแนวทางที่ยึดไว้ในการปฏิบัติสำหรับทุกๆ รัฐบาลนับแต่นี้เป็นต้นไป.

“ซูม”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้