วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
โอกาสพิฆาตคอร์รัปชัน

โอกาสพิฆาตคอร์รัปชัน

  • Share:

ทุกฝ่ายมีความเห็นร่วมกันว่าการทุจริตคอร์รัปชันเป็นมะเร็งร้ายทำลายชาติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. และนายกรัฐมนตรี เคยประกาศสัญญาในหลายโอกาส จะขจัดการโกงกินให้สิ้นไปจากแผ่นดินไทยภายใน 20 ปี โดยใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว นโยบายรัฐบาล แผนการปฏิรูปประเทศ แผนยุทธศาสตร์แห่งชาติเป็นกลไกสำคัญ

แต่การทุจริตประพฤติมิชอบ ได้ฝังรากลึกในวิถีชีวิตของสังคมไทย จึงยากที่จะขจัดให้สิ้นไปได้ด้วยอำนาจทางกฎหมาย ไม่ว่าจะเบ็ดเสร็จเด็ดแค่ไหนก็ตาม แต่ทุกฝ่ายก็เอาใจช่วยให้ประสบความสำเร็จ และขณะนี้น่าจะเป็นโอกาสดีที่จะปราบโกงกันอย่างจริงจัง เนื่องจากประเทศไทยกำลังจะประกาศใช้รัฐธรรมนูญใหม่ ที่อ้างว่า “ฉบับปราบโกง”

ยิ่งกว่านั้น รัฐบาลยังเตรียมออกกฎหมายสำคัญ เรียกกันง่ายๆว่า “กฎหมายปราบโกง 3 ชั่วโคตร” และยังมีการจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางขึ้นเป็นครั้งแรก ทำให้เชื่อว่าการ พิจารณาคดี และการลงโทษคนโกงน่าจะรวดเร็วยิ่งขึ้น และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อาจจะไม่ต้องรอกันถึง 10 หรือ 20 ปีเหมือนที่ผ่านมา

กฎหมายปราบโกง 3 ชั่วโคตร หรือร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม มีบทบัญญัติห้ามเจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมทั้งผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองกระทำการต่างๆ เช่น รับสัมปทาน หรือเป็นคู่สัญญารับเหมาก่อสร้างกับหน่วยงานราชการ ห้ามรวมไปถึงญาติ คือ พ่อแม่ บุตรธิดา และคู่สมรส

ปัจจัยที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง ได้แก่ ขณะนี้ประเทศไทยมีนายกรัฐมนตรีที่สัญญาว่าจะขจัดการทุจริตให้สิ้นซาก และถ้าปฏิบัติตามหลักการที่นายกรัฐมนตรีเคยพูดในรายการ “คืนความสุข” การทุจริตต้องสิ้นซากแน่ นั่นก็คือต้องสร้างการเมืองที่มีการถ่วงดุล ยึดหลักนิติธรรม ภาคประชาชนสังคมที่เข้มแข็งและการมีส่วนร่วมของประชาชน

ภาคประชาสังคมที่เข้มแข็ง การมีส่วนร่วมของประชาชน และการเมืองที่มีการถ่วงดุลจะเป็นมาตรการสำคัญในการป้องกัน และปราบปรามการโกงกิน เพราะจะไม่ปล่อยให้คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งคุมอำนาจเบ็ดเสร็จจนเหลิงอำนาจและใช้ในทางฉ้อฉล เนื่องจากมีภาคประชาชน และองค์กรผู้มีอำนาจต่างๆตรวจสอบอยู่ เช่น องค์กรอิสระและศาล

มาตรการปราบโกงที่สำคัญยิ่ง คือ นิติธรรม การปกครองที่ให้กฎหมายอยู่เหนือคน ไม่ใช่คนอยู่เหนือกฎหมาย การบังคับใช้กฎหมายอย่างโปร่งใส ตรงไปตรงมา และใช้กับทุกคนอย่างเสมอหน้า ไม่มีลูบหน้าปะจมูก ไม่ละเว้นพวกพ้องหรือวงศาคณาญาติและทำตามที่นักวิชาการเสนอแนะผู้มีอำนาจให้ “บูชาพระปรางห้ามญาติ” เพื่อความเป็นสิริมงคล.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้