วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เรื่องจริงที่มหาดไทย (3)

เรื่องจริงที่มหาดไทย (3)

โดย ซี.12
6 ต.ค. 2559 05:01 น.
  • Share:

จากข้อมูลที่เป็นจริงถึงกระบวนการคัดตัวรองผู้ว่าราชการจังหวัดขึ้นเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดของกระทรวงมหาดไทยในปีนี้นั้น

สามารถกล่าวได้เลยว่าเรื่องอาวุโสมีความหมายน้อยที่สุดในสายตาของผู้พิจารณา ดังนั้นถ้าหากยอมรับกันอย่างนั้นแล้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัด ที่มาจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งผ่านเข้ารอบการคัดเลือกในรอบแรกจำนวน 4 คน ควรจะได้รับการพิจารณาให้ขึ้นเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดในคราวนี้ด้วยทั้งหมด

แต่ปรากฏว่าได้เพียงคนเดียวคือ นายวีรนันท์ เพ็งจันทร์ รอง ผวจ.ปัตตานี ที่ได้ขึ้นเป็น ผวจ.ปัตตานี

ส่วน 3 รอง ผวจ.ที่เหลือได้แก่ นายลือชัย เจริญทรัพย์ รองผวจ.ปัตตานี นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ รอง ผวจ.ยะลา และ นายเถกิงศักดิ์ ยกศิริ รอง ผวจ.นราธิวาส ไม่ได้มีค่าในสายตาของกรรมการผู้พิจารณาตลอดจนผู้หลักผู้ใหญ่ในกระทรวงมหาดไทยเลยจึงสอบตกกันหมด

ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายกับกระสุนปืนและกับระเบิดนานาชนิดอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันมามากกว่า 1 ปี บางคนก็ 2 ปี 3 ปี แถมมีเวลาทวีคูณตามกฎหมายแบบเดียวกับที่ตำรวจทหารเอาไปอ้างในการเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งด้วย

อย่าว่ากระไรเลยแม้แต่การออกไปพบปะราษฎรไม่ว่าจะเป็นการเยี่ยมเยียนไต่ถามทุกข์สุขตลอดจนการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นก็ยุ่งยากลำบากด้านภาษามากกว่าไปพบคนสิงห์บุรีหรือคนระนองเสียอีก

เมื่อเทียบกับ รองผู้ว่าฯ ที่เอาเวลาไปเรียน วปอ.เสียหนึ่งปีเต็มเหลือเวลาทำงานให้ประชาชนในจังหวัดเพียง 10 เดือนแล้วห่างชั้นกันหลายร้อยโยชน์พันโยชน์

หรือจะให้เอ่ยชื่อรองอธิบดีและรองผู้ว่าฯที่กรรมการชุดนี้ตัดสินให้สอบตกหน้าตาเฉยอย่างเช่น นายพรพจน์ เพ็ญพาส รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ รอง ผวจ.สิงห์บุรี ที่เป็นรอง ผวจ. 2 จังหวัดรวม 4 ปี

ทั้งคู่ขึ้นมาตั้งแต่ปี 2555 เพียงแต่ว่าเป็นวิศวกรจาก รพช.และกรมโยธาธิการและผังเมือง ก็เลยถูกเมินหน้าหนีเสียอย่างนั้นทั้งๆที่ได้ซึมซับการทำงานด้านการแก้ปัญหาช่วยเหลือชาวบ้านทั้งด้านงานช่างและงานปกครองมานานพอสมควร

อีกรายคือ นายธัชชัย สีสุวรรณ รอง ผวจ.พิษณุโลก ขึ้นมาเมื่อปี 2555 เช่นกัน เป็นรองมาแล้ว 3-4 จังหวัด สมัยหนุ่มๆเคยทำงานในกระทรวงเป็นเลขานุการ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย 2 คนที่เป็นที่นับถือกันว่าเป็นคนดีของแผ่นดินคือ นายบรรจง กันตวิรุฒ กับ นายสุดจิต นิมิตกุล

ขานชื่ออีกคนเป็นคนสุดท้าย นายสุทธา สายวณิชย์ รอง ผวจ.พิษณุโลก รายนี้ขึ้นรองเมื่อปี 2553 ที่นครนายก 6 ปีมาแล้ว ต่อมาย้ายไปเป็นรอง ผวจ.แม่ฮ่องสอน พิจิตร ตาก และพิษณุโลกในปัจจุบัน

ที่น่าสังเวชก็คือเมื่อตอน รองสุทธา เป็นรอง ผวจ.แม่ฮ่องสอน นั้น รองผู้ว่าฯ 10 เดือน ที่ได้ขึ้นเป็นผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอนในคราวนี้ยังเป็นเพียงนายอำเภอคนหนึ่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอนเท่านั้นเอง

เพราะฉะนั้นกระทรวงมหาดไทยอย่าเผลอย้ายรองสุทธากลับไปเป็นรอง ผวจ.แม่ฮ่องสอนอีกครั้งล่ะ

นี่แหละความเหลวไหลเละเทะที่ทำให้กระทรวงมหาดไทยเปรอะเปื้อนไปอีกนาน.

“ซี.12”

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้