วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แจ้งความครั้งเดียวรู้เรื่อง! สุวิระ ยันปฏิรูปสอบสวนทั่ว ปท.เสร็จใน 1 ปี

แจ้งความครั้งเดียวรู้เรื่อง! สุวิระ ยันปฏิรูปสอบสวนทั่ว ปท.เสร็จใน 1 ปี

  • Share:

ประชาชนต้องอุ่นใจ! “สุวิระ” ยัน ปฏิรูปการสอบสวนของโรงพักทั่วประเทศเสร็จในระยะเร่งด่วน 1 ปี การรับแจ้งความจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ผู้เสียหายเล่าครั้งเดียว ตร. 5 ฝ่ายรู้เรื่อง

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 4 ต.ค. 59 พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา รรท.ที่ปรึกษา (สบ 10) ด้านป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานการปฏิรูประบบการสอบสวน และการบังคับใช้กฎหมาย กล่าวกับผู้สื่อข่าวไทยรัฐ ถึงกรณี พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ อดีต รอง ผบ.ตร. ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนและประสานงานการปฏิรูปตำรวจ ได้แถลงความคืบหน้าด้านการปฏิรูปสถานีตำรวจแล้วเสร็จไปจำนวน 514 แห่ง จากจำนวน 1,482 แห่งทั่วประเทศ เป็นผลงานทิ้งทวนก่อนที่จะเกษียณอายุราชการไปเมื่อวันที่ 30 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยเจ้าตัวถูกแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษา ผบ.ตร.ด้านการปฏิรูปองค์กรตำรวจ (514โรงพัก 'ปฏิรูป'ครบ ‘พงศพัศ’ ยืนยัน เหลือ968สถานี ต้องเสร็จในปีนี้)

พล.ต.ท.สุวิระ เปิดเผยว่า ปัจจุบันการปฏิรูปที่ดำเนินการสำเร็จไปแล้วจำนวน 514 โรงพัก และสามารถเห็นผลได้อย่างเป็นรูปธรรม คือ 1. ที่จอดรถของประชาชน 2. การที่ประชาชนไม่ต้องรอคิวเมื่อเดินทางไปแจ้งความ และ 3. การให้บริการประชาชนแบบ One Stop Service เบ็ดเสร็จในจุดเดียว โดยเฉพาะการรับแจ้งความผู้เสียหาย 1 ราย ไม่จำเป็นต้องเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ตำรวจหลายฝ่ายฟังหลายๆ รอบอีกต่อไป เพราะที่โต๊ะรับแจ้งความ จะมีเจ้าหน้าที่ 5 ฝ่าย คือ 1. หัวหน้าทีมสอบสวน 2. พนักงานสอบสวนประจำทีม 3. ฝ่ายสืบสวน 4. เสมียนประจำวันคดี และ 5. ผู้ช่วยพนักงานสอบสวน อยู่รับฟังร่วมกันเพื่อความรวดเร็วและเข้าใจตรงกัน หากมีเหตุการณ์ที่ต้องแจ้งวิทยุก้าวสกัดจับคนร้ายหรือยานพาหนะต้องสงสัย ก็สามารถกระทำได้ที่โต๊ะรับแจ้งความเลยทันที

และหากจำเป็นต้องเดินทางไปดูที่เกิดเหตุ ต่อไปนี้จะไม่ได้มีแค่พนักงานสอบสวนเดินทางไปเพียงลำพัง ต้องประสานทั้งฝ่ายสืบสวน ฝ่ายป้องกันปราบปราม และฝ่ายจราจรเดินทางไปด้วย ทุกฝ่ายไปช่วยกันปรากฏกาย ดูแลความปลอดภัยให้กันและกัน สร้างความอบอุ่นใจให้ผู้เสียหาย และประชาชน ที่สำคัญ ต้องช่วยกันเสาะแสวงหาทั้งพยานและหลักฐานในที่เกิดเหตุ การพัฒนาระบบการสอบสวนในลักษณะนี้เป็นการปฏิรูปร่วมกันแบบองค์รวม ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ

แม้การปฏิรูปลักษณะนี้จะยังไม่สามารถเห็นผลเป็นรูปธรรมด้วยตาเปล่า แต่สัมผัสได้จากคุณภาพการสอบสวน ซึ่งจะช่วยให้ตำรวจจับกุมคนร้ายได้เร็วขึ้น จับกุมคนร้ายได้มากขึ้น ปิดช่องว่างการทำลายพยานหลักฐานของคนร้ายเพราะตำรวจไปช่วยกันดูพิจารณาแต่ละคดีด้วยสายตาหลายคู่ยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อช่วยกันทำงานภายใต้การดูแลของหัวหน้าทีมสอบสวนแต่ละทีมซึ่งมีอาวุโส ก็จะทำให้พนักงานสอบสวนใหม่ๆ น้อยประสบการณ์ไม่รู้สึกว้าเหว่ เพราะแต่ละสำนวนต้องผ่านการตรวจจากหัวหน้าทีมก่อนส่งต่อขึ้นไปให้ผู้บังคับบัญชาตรวจตามลำดับขั้นต่อไป

ส่วนเรื่องการเข้าเวรรับแจ้งความของพนักงานสอบสวนบนโรงพักจะต้องเปลี่ยนรูปแบบไป จากเมื่อก่อนที่ส่วนใหญ่มีประจำการอยู่เพียงนายเดียว ยิ่งคดีไหนที่พนักงานสอบสวนต้องเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ก็จะยิ่งทำให้ประชาชนรอแจ้งความนานมากขึ้น บางรายต้องรอนานเกิน 1 ชั่วโมง แต่หลังจากนี้ จะต้องมีทีมพนักงานสอบสวนเวรหนุนมาช่วยกัน หากเวรหนุนทำไม่ทัน รอง ผกก.หัวหน้างานสอบสวน หรือแม้กระทั่ง ผกก.หัวหน้าสถานี ก็จำเป็นต้องออกมาช่วยรับแจ้งความ เนื่องจากมีอำนาจการสอบสวนได้เช่นกัน วิธีการเหล่านี้ก็เพื่อให้เกิดความสะดวกรวดเร็วต่อการทำงาน และเพื่อสร้างความอบอุ่นใจให้ประชาชน

สำหรับเรื่องสำคัญอีกอย่างที่เป็นปัญหามานานคือ ในอดีตเมื่อผู้เสียหายเดินทางเข้าแจ้งความแล้วมักจะไม่ค่อยทราบถึงความคืบหน้าทางคดี เนื่องจากเมื่อก่อนพนักงานสอบสวนต้องทำเองเพียงฝ่ายเดียว แต่หลังจากนี้จะต้องช่วยกันเกาให้ตรงจุดที่คัน โดยมอบหมายให้ฝ่ายสืบสวนรับผิดชอบเรื่องการรายงานความคืบหน้าให้ผู้เสียหายทราบ ขณะที่สายตรวจต้องหมั่นเดินทางไปเยี่ยมเยียนผู้เสียหาย สร้างความอบอุ่นใจและไปปรากฏกายข่มขวัญโจร

“การปฏิรูประบบงานสอบสวนแบบองค์รวมที่ทุกฝ่ายต้องเดินหน้าไปด้วยกันนี้ นอกจากความสมัครสมานสามัคคี มีความอบอุ่นในแต่ละทีมแล้ว จะต้องสามารถสัมผัสได้ด้วยความรู้สึก สัมผัสได้ด้วยคุณภาพและประสิทธิภาพเนื้องานที่ดีขึ้น ในอดีตที่จับกุมคนร้ายได้น้อยเพราะต่างคนต่างทำงาน แต่หลังจากนี้ตำรวจทั้งโรงพักจะเป็นทีมเดียวกัน โดยตนจะเดินหน้าปฏิรูประบบการสอบสวน และการบังคับใช้กฎหมาย ในลักษณะนี้ให้ครบทุกสถานีทั่วประเทศจำนวน 1,428 โรงพัก ให้ทันภายในระยะเวลาเร่งด่วนที่ถูกกำหนดไว้คือ 1 ปี”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง ผบ.ตร.แต่งตั้ง "พงศพัศ" เป็นที่ปรึกษาหลังเกษียณ

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้