วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'มาร์ค' ลั่นจุดยืน ! ย้ำ ปชป.ไม่จับมือ พท.ตั้ง รบ.เหตุอุดมการณ์ต่างกัน

'มาร์ค' ลั่นจุดยืน ! ย้ำ ปชป.ไม่จับมือ พท.ตั้ง รบ.เหตุอุดมการณ์ต่างกัน

  • Share:

"อภิสิทธิ์" ชี้เร็วไป ปมนายกฯ คนนอก ย้ำ ปชป.ไม่ยอมจับมือ พท.ร่วมตั้ง รบ.ตราบใดที่อุดมการณ์ต่างกัน ระบุหากบางพรรคได้กึ่งหนึ่ง แต่ถูกวุฒิฯ สกัดเป็นตั้งรัฐบาล จะทำให้ รบ.ที่มาแทนทำงานยาก แนะสังคมจับตามองทิศทางประเทศมากกว่า หมกมุ่นเรื่องรบ.ใหม่-ใครเป็นนายกฯ ระบุหากเลือกนายกฯ ไม่ได้ รบ.คสช.ทำงานต่อแต่จะขลุกขลัก ชี้ปม ใช้ ม.44 ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ถือเป็นปกติ ปชต. แต่ต้องฟังกระแสสังคมด้วย

เมื่อวันที่ 4 ต.ค.59 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายกฯ คนนอกว่า เร็วเกินไปที่จะพูดเรื่องนี้ เพราะเรายังไม่ทราบเลยว่าผลการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร เพราะยังไม่เคยทดลองใช้ระบบการเลือกตั้งแบบบัตรเดียว และในอดีตก็เคยมีพรรคการเมืองที่ได้เสียงข้างมากในสภา เด็ดขาดเกินร้อยละ 40 มาแล้ว ฉะนั้นการที่บอกว่าไม่มีใครได้เกินร้อยละ 50 นั้น เป็นการพูดเร็วเกินไป หรือหากไม่มีพรรคใดได้ถึง 250 เสียง แล้ววุฒิสภาพยายามสกัดกั้นตนเชื่อว่า จะเป็นปัญหาทางการเมืองแน่นอน เพราะได้เสียงจากประชาชนเกินครึ่ง แล้วแต่ถูกสกัดไม่ให้เป็นรัฐบาลหรือเป็นนายกฯ แล้วพรรคนั้นไม่ยอมไปร่วมรัฐบาลด้วย รัฐบาลที่มาแทนจะอยู่ได้ลำบาก  

"หรือหากไม่มีพรรคไหนได้เกินครึ่ง ก็ไม่ได้มีสูตรว่าจะต้อง 2 พรรคใหญ่จับมือแล้วเกินครึ่ง 2 พรรคใหญ่ไม่จับมือกันก็ได้ อาจจะมีพรรคใหญ่บวกกับพรรคอื่นๆ แล้วเกินครึ่ง แต่หากมีพรรคใหญ่ได้เกิน 250 ถามว่าวุฒิสมาชิกจะยังไม่ให้เป็นรัฐบาลจะเป็นไปได้มั้ย เราก็ไม่รู้ จึงเป็นการพูดเร็วเกินไป เพราะยังมีหลายปัจจัยที่ชี้ว่ารัฐบาลหลังการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร เมื่อสมมติเอาเองว่า 2 พรรคใหญ่ คือ ประชาธิปัตย์กับเพื่อไทย จะต้องจับมือหรือไม่จับมือกันเท่านั้น คนนอกที่มีอยู่ ก็รู้สึกมีอยู่คนเดียวที่พูดกันอยู่ ก็คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ที่เร็วเกินไป" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

เมื่อถามว่า โอกาสที่พรรคประชาธิปัตย์ จะร่วมกับพรรคเพื่อไทยได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องถามตอนเลือกตั้ง เพราะขณะนี้ตนไม่รู้ว่า พรรคเพื่อไทยจะมีหรือไม่ หรือพรรคประชาธิปัตย์อาจจะถูกเซตซีโร่ก็ได้ และไม่รู้ว่าบุคลากรนโยบายต่างๆ เป็นอย่างไร และตนพูดชัดเจนแล้วว่า หากพรรคเพื่อไทยยังคงจุดยืนเดิม เป็นเครื่องมือทางการเมืองให้กับครอบครัวหรือบุคคล แล้วก็ยังมีปัญหาเรื่องนิรโทษกรรม การคอร์รัปชัน หรือการดำเนินงานทางการเมืองที่เอาความรุนแรงมาใช้ ผ่านกลไกมวลชน พรรคประชาธิปัตย์ไม่ร่วมด้วยแน่นอน หรือแม้จะแยกไปตั้งพรรคใหม่เพื่อมาขอร่วมด้วยก็ตาม

"วันนี้แทนที่จะถามประชาธิปัตย์ ต้องกลับไปถามคนอื่น เพราะเรามีจุดยืนนโยบายชัดเจนที่สุดในขณะนี้ และผมพูดตลอดว่า นี่คือนักการเมืองอาชีพต้องพูดอย่างนี้ แต่พรรคอื่นขณะนี้ผมยังไม่ทราบว่าเขาคิดอย่างไร ส่วนพรรคเพื่อไทยจะไปร่วมกับพรรคไหนผมไม่ทราบ ไม่รู้ว่าเป็นไปได้หรือไม่ได้ ดีที่สุดวันนี้เราควรเอาเรื่องของวิสัยทัศน์ ความตั้งใจของแต่ละพรรคมาพูดให้ชัดว่า แต่ละคนต้องการให้ประเทศไทยเดินไปทางไหน ไม่ใช่หมกมุ่นกับว่าใครจะเป็นรัฐบาล ใครจะเป็นนายกฯ โดยไม่ดูว่าทิศทางของประเทศจะเดินไปอย่างไร เพราะฉะนั้นกว่าจะถึงวันเลือกตั้ง สังคมไทยต้องค้นหาว่าแต่ละพรรคการเมืองคิดอย่างไร เพื่อไทยจะมีสาขาไม่มีสาขา พรรคขนาดกลางคิดอย่างไร เมื่อตัวเลขออกมาถึงจะเป็นตัวบ่งบอก ไม่เช่นนั้นแล้ว ถ้าคิดแต่ว่าจะตกลงอะไรกันอย่างไรก็ได้ ขอให้ตัวเลขถึง การเมืองจะถอยหลังมาก เท่ากับว่าประชาชนไม่มีส่วนร่วม และสรุปแล้วก็คือนักการเมือง อะไรก็ได้ขอให้เป็นรัฐบาล" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงกรณีการยุบสภา หากเลือกนายกรัฐมนตรีไม่ได้ ว่า หากเลือกนายกฯ ไม่ได้ รัฐบาลชุดนี้ก็จะรักษาการต่อไปเรื่อยๆ และมีอำนาจ ม.44 ที่จะทำงานต่อไปจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ แต่ก็คงจะขลุกขลัก เพราะอาศัยกลไกตามสภาตามปกติคงยาก ซึ่งเท่ากับเป็นรัฐบาลที่ไม่มีเสียงในสภาเลย ยกเว้นวุฒิสภา ส่วนโอกาสที่รัฐบาลจะใช้ ม.44 ยุบสภา ให้มีเลือกตั้งกันใหม่นั้น ในอังกฤษและสเปนก็เคยมี ถือเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย แต่ตนยังเชื่อว่าต่อให้เขาจะมาจากการแต่งตั้ง แต่ถ้ากระแสสังคมบอกว่าต้องไปทางใดทางหนึ่งอย่างชัดเจนพอสมควร เขาก็ต้องฟัง แต่หากกระแสสังคมไม่ชัดเจน คือแล้วแต่นักการเมืองจะมาตกลงกันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้