วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
รัฐบาลเลี้ยงต้อนรับนักกีฬาคนพิการ พร้อมมอบเงินอัดฉีดเต็มที่

รัฐบาลเลี้ยงต้อนรับนักกีฬาคนพิการ พร้อมมอบเงินอัดฉีดเต็มที่

  • Share:

นักกีฬาคนพิการไทย ชุดแข่งกีฬาพาราลิมปิก 2016 ได้รับการจัดขบวนแห่อย่างสมเกียรติ จากอินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก มายังทำเนียบรัฐบาล เพื่อร่วมงานเลี้ยงของรัฐบาล โดยนายกฯ มอบเงินรางวัลสนับสนุน 182.9 ล้านบาท...

วันที่ 4 ต.ค. 59 รัฐบาลจัดงานเลี้ยงต้อนรับนักกีฬาคนพิการไทย ที่ไปเเข่งขันกีฬาพาราลิมปิก 2016 ที่ประเทศบราซิล โดยจัดขบวนเเห่อย่างสมเกียรติ จากอินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก มายังทำเนียบรัฐบาล พร้อมมอบเงินรางวัลให้ผู้ที่คว้าเหรียญรางวัล ทั้ง 18 เหรียญ

สำหรับนักกีฬาคนพิการไทย ลงแข่งขันในกีฬาพาราลิมปิก 2016 ที่ประเทศบราซิล ได้มาทั้งสิ้น 6 เหรียญทอง 6 เหรียญเงิน และ 6 เหรียญทองแดง และในวันนี้ได้จัดขบวนเเห่ โดยเริ่มเคลื่อนออกจากอินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก ใช้เส้นทางถนนพระราม 9 ดินเเดง อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งจุดนี้ได้รับความสนใจจากเเฟนกีฬาที่มาต้อนรับให้กำลังใจนักกีฬาจำนวนมาก ก่อนจะตัดเข้าถนนเพชรบุรี ผ่านสนามม้านางเลิ้งและเข้าสู่ทำเนียบรัฐบาล

ด้าน นายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การจัดงานเลี้ยงต้อนรับ ทำให้นักกีฬาพิการได้รับความเท่าเทียมเหมือนคนทั่วไป

จากนั้นภายในงาน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบเงินสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาการกีฬาเเห่งชาติ ให้กับนักกีฬาและสมาคมฯ ต่างๆ รวมทั้งสิ้น 182.9 ล้านบาท โดยในจำนวนนี้ รวมถึงนักกีฬาที่ไม่ได้เหรียญรางวัล รัฐบาลได้อนุมัติเงินให้เป็นกรณีพิเศษ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ คนละ 1 แสนบาท อีกด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า "นักกีฬาทุกคนไม่ทำให้ตนและคนไทยผิดหวัง คว้าเหรียญทองมาได้ 6 เหรียญ และได้เหรียญรางวัลรวมถึง 18 เหรียญ ขอชื่อนชมแสดงความยินดีแทนคนไทยทั้งประเทศ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานภาพใดทุกคนก็มีศักยภาพ และถือว่าทำได้ดีกว่าคนปกติหลายคนที่น่ารำคาญ วันนี้บ้านเมืองขัดแย้งตนหน้าบูดตั้งแต่เช้า แต่มายิ้มได้ในตอนนี้แสดงว่าดีใจกับคนพิการจริงๆ หากมีการแข่งขันบ่อยๆก็คงดี เพราะจะได้ต่ออายุให้ตน ทำให้มีความสุข ตนไม่เคยเสแสร้ง ดีใจก็ดีใจ โมโหก็คือโมโห และตั้งแต่เป็นรัฐบาลสิ่งที่ทำให้ตนมีความสุขมากที่สุดคือเรื่องกีฬาที่แสดงให้เห็นถึงกำลังใจ และการท่องเที่ยวที่ทำให้เห็นว่าบ้านเมืองสงบสุข สิ่งที่สร้างความขัดแย้งจึงไม่ควรทำเวลานี้ เพราะขณะนี้เป็นเวลาที่ทำให้ประเทศมีชื่อเสียงในเวทีโลก โดยเฉพาะที่ตนเข้ามาในสถานการณ์แบบนี้ แต่คนไทยยังให้ความร่วมมือ ยืนยันว่าคดีความต่างๆ ตนไม่ใช่คนตัดสิน ต้องยึดหลักเหตุผล และตนไม่ใช่เจ้าพ่อ ผู้มีอิทธิพล หรือผู้มีอำนาจที่ไปสั่งใครได้ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการ และตั้งแต่เข้ามาทำงาน 3 ปี ไม่เคยไปเที่ยวที่ไหน อยู่แต่ที่บ้านและที่ทำงาน ซึ่งตนก็ต้องอดทนเหมือนนักกีฬา แต่ความอดทนมีขีดจำกัดในบางวัน"

จากนั้นนายกฯได้เปิดโอกาสให้นักกีฬาซักถาม ซึ่งนายพัทธยา เทศทอง นักกีฬาบ็อคเซียทีมชาติไทย ได้ทวงถามถึงโควต้าการขายสบากกินแบ่งของคนพิการ โดยพล.อ.ประยุทธ์ ได้ชี้แจงว่า ได้มอบหมายให้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) ไปหามาตรการมา ซึ่งปัญหาคือการนำสบากไปขายต่อจึงทำให้ไม่กระจายมาถึงคนพิการ ขณะเดียวกันก็จะให้จัดระบบสวัสดิการดูแลนักกีฬาพิการที่เคยมีชื่อเสียงในอดีตด้วย เพราะหลายคนตกอับ จึงต้องดูแลคนเหล่านี้ด้วย โดยยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้ตัดโควต้าคนพิการ แต่ได้เข้ามาจัดระบบการขายสลากกินแบ่ง ไม่ให้มีการขายต่อจนมีราคาสูงเกิน 80 บาท และก่อนหน้านี้อยู่เฉยๆ ก็มีคนเอาเงินมาให้ ไม่รู้เป็นเงินจากสลากของท่านหรือไม่ ซึ่งตนได้ถีบกระเด็นไปแล้ว ไม่ต้องนำเงินมาให้ตน ขอโทษที่พูดจาไม่เพราะ แต่มีกรณีนี้จริงๆ ตนไม่อยากเอ่ยชื่อใคร แต่เคยทำกันมาแบบนั้นจึงอาจคิดว่าตนเป็นเช่นนั้นด้วย ถ้าตนเป็นคนแบบนั้นคงไม่บ้ามายืนสู้หน้าทุกคน ทั้งนี้ไม่อยากให้สื่อนำไปเขียนพาดหัวให้ตื่นเต้น ว่านายกฯ ถีบหน้า บางทีพูดเล่นแต่สื่อกลับนำไปขยายความ ไม่อย่างนั้นตนคงไม่ต้องพูดอะไรเลย ใส่ตระกร้อมาทำงาน เพราะตนเป็นคนมีอารมณ์ขัน แต่วันนี้ไม่ค่อยขันเพราะมีปัญหามากมาย"

นอกจากนี้ในช่วงงานเลี้ยงอาหารค่ำ นายกฯได้ยืนฟังเพลงความสุขและความทรงจำ จนทำให้เกิดความตื้นตันและน้ำตาคลอจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้ขึ้นเวทีร่วมร้องเพลง “กำลังใจ” และกล่าวก่อนออกจากงานเลี้ยงว่าวันนี้มีความสุขและอารมณ์ดีแล้ว

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้