วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ป.ป.ท. ยัน พร้อมลุยตรวจสอบ จนท.รัฐเอี่ยวทุจริตจำนำข้าว

ป.ป.ท. ยัน พร้อมลุยตรวจสอบ จนท.รัฐเอี่ยวทุจริตจำนำข้าว

  • Share:

เลขาฯ ป.ป.ท. เผย ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ จ่อลุยตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยวทุจริตจำนำข้าว รอ ครม. มีมติทางการ พร้อมประสานหน่วยงานเกี่ยวข้องเตรียมพร้อมประชุมร่วม รมว.ยุติธรรม

เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 59 นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) เปิดเผยถึงเรื่องการทุจริตคดีจำนำข้าว ว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เน้นการตรวจสอบการทุจริตเชิงนโยบาย ที่ส่งผลเสียหายมหาศาลของประเทศ ส่วน ป.ป.ท. จะตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐที่เอื้อประโยชน์ให้เอกชน รวมถึงผู้ตรวจสอบข้าวในคลังสินค้าที่มีส่วนร่วมกระทำผิด สร้างความเสียหายให้รัฐเป็นจำนวนมาก ขณะนี้ ข้อมูลพบมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตโครงการดังกล่าวจำนวน 33 จังหวัด ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคเหนือ

"สำหรับการตรวจสอบว่าใครต้องร่วมรับผิดชอบความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวอีก 80% นั้น ศอตช.ต้องรอมติ ครม. อย่างเป็นทางการ เพื่อนำมาเป็นจุดตั้งต้นในการสอบสวนหาตัวผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งส่วนหนึ่งที่หลีกเลี่ยงความรับผิดไม่ได้ คือผู้กระทำผิดใน 853 สำนวน ที่ ป.ป.ท. ขอให้มีการตั้งอนุกรรมการขึ้นไต่สวนความผิด ระหว่างนี้ได้ประสานไปยังหน่วยตรวจสอบ อาทิ ป.ป.ช. สตง. กระทรวงการคลัง และกระทรวงพาณิชย์ ให้เตรียมข้อมูลพร้อมสำหรับการประชุมนัดแรกที่ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม จะเป็นประธานการประชุม"

นายประยงค์ กล่าวอีกว่า ในสัปดาห์นี้จะเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ท. เพื่อตั้งอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีที่เจ้าหน้าที่ขององค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) องค์การคลังสินค้า (อคส.) และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตรวม 853 สำนวน หากคณะกรรมการ ป.ป.ท. มีมติให้ตั้งอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง ก็จะตั้งอนุกรรมการแยกเป็นรายคดี จำนวน 853 ชุด ซึ่งเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดไว้

ทั้งนี้ การตั้งอนุกรรมการไต่สวนให้อยู่ในดุลยพินิจของกรรมการ ป.ป.ท. เรื่องดังกล่าวเจ้าหน้าที่มีข้อมูลเบื้องต้นแล้ว ทุกสำนวนคดีมีพฤติการณ์ใกล้เคียงกัน และมีช่วงเวลาเกิดเหตุไล่เลี่ยกัน การสอบสวนจึงสามารถดำเนินการไปพร้อมๆ กัน และประสานข้อมูลร่วมกันได้ จึงไม่ล่าช้าแน่นอน.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้