วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กกต.ตีกลับการทำงานรูปแบบบอร์ด แนะศึกษา 3-4 เดือน ก่อนชงใหม่

กกต.ตีกลับการทำงานรูปแบบบอร์ด แนะศึกษา 3-4 เดือน ก่อนชงใหม่

  • Share:

วงถก กกต.ปรับรูปแบบทำงาน แนะกลับไปศึกษาใหม่ ก่อนชงอีกครั้ง เผย "ศุภชัย-สมชัย" สลับงานรับผิดชอบ พร้อมจัดงบ 60 รองรับเลือกตั้ง ใช้ระบบอินเทอร์เน็ตสามประเทศ หวังลดงบจาก 80 ล้าน เหลือ 5 ล้านในอนาคต

เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 59 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายธนิศร์ ศรีประเทศ รองเลขาธิการ กกต. กล่าวถึงผลการประชุม กกต.ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาการเสนอปรับรูปแบบการทำงานของ กกต.เป็นแบบคณะกรรมการ หรือบอร์ด ซึ่ง กกต.ได้มีข้อสังเกตมา 2-3 ประเด็น และให้นำกลับไปศึกษา และนำมาเสนอต่อ กกต.ใหม่อีกครั้ง

ด้าน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารกลาง กล่าวเพิ่มเติมว่า กกต.อยากให้กระบวนการทำงานชัดเจนทั้งเรื่องวาระการประชุม การกำกับดูแลจะผ่านกลไกของผู้บริหารสำนักงาน และให้ศึกษาเปรียบเทียบกับองค์กรอิสระอื่นๆ ว่า ในรูปแบบขององค์กรเหล่านั้น ที่ทำงานเป็นบอร์ด มีการแบ่งหน้าที่ระหว่างคณะกรรมการกับสำนักงานอย่างไร จึงให้เวลาไปศึกษา 3-4 เดือน แล้วค่อยเสนอกลับมาอีกครั้ง และให้ศึกษาด้วยว่าหากเป็นรูปแบบของการทำงานแบบแบ่งเป็นด้านๆ จะเป็นอย่างไร รวมถึงให้เตรียมการเพื่อให้สำนักงานมีความเข้มแข็งด้วย

นายสมชัย กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุม กกต.ยังมีมติให้ตนกำกับดูแลงานด้านบริหารกลาง ส่วน นายศุภชัย จะกำกับดูแลด้านบริหารเลือกตั้งแทนตน ถือเป็นการสับเปลี่ยนหมุนเวียนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ให้เกิดความเหมาะสม และไม่เกี่ยวข้องกับกระแสข่าวความขัดแย้งภายใน กกต. ในขณะนี้ นายศุภชัย ก็ยังคงเป็นผู้บริหารสูงสุด และไม่มีการพูดถึงเรื่องการเปลี่ยนแปลงตัวประธาน ส่วน กกต.อีก 3 คน ยังกำกับดูแลงานด้านเดิม เพราะยังไม่มีใครสนใจที่จะเปลี่ยนแปลงงานด้านที่รับผิดชอบอยู่

ส่วนเรื่องการใช้งบประมาณของ กกต.ในปี 60 นั้น นายสมชัย กล่าวว่า มี 3 โครงการที่เตรียมการไว้ คือ 1 การเตรียมการจัดสรรงบประมาณเพื่อให้จัดการเลือกตั้ง 3 ประเทศจาก 90 ประเทศ สามารถใช้สิทธิผ่านทางอินเทอร์เน็ตได้ โดยในวันพุธที่ 12 ต.ค.นี้ จะมีการเซ็นเอ็มโอยู 5 หน่วยงาน ประกอบด้วย กกต. กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็คทรอนิกส์ ซึ่งเป็นโครงการริเริ่ม ทำให้ทันในการเลือกตั้งปลายปีหน้า ถือเป็นโครงการนำร่อง หากทำแล้วประสบความสำเร็จก็จะขยายให้คนไทยในต่างประเทศทุกประเทศสามารถใช้สิทธิผ่านระบบอินเทอร์เน็ตได้ หากดำเนินการได้ก็จะลดงบประมาณได้จากเดิมใช้ 80 ล้านบาทต่อการเลือกตั้งหนึ่งครั้ง อาจเหลือเพียงไม่เกิน 5 ล้านบาท 2. เตรียมเงินสำหรับอบรมกรรมการประจำหน่วยมืออาชีพ เพราะการเลือกตั้งที่จะประสบความสำเร็จต้องมีกรรมการประจำหน่วยที่มีความสามารถ มีความเข้าใจจริง โดยจะอบรมบุคลากรประมาณหนึ่งแสนคนเพื่อให้เข้าใจขั้นตอนกระบวนการทั้งหมดในการจัดการเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้งต่างๆ และ 3. เพื่อให้พรรคการเมืองเกิดความเข้มแข็งจะขอให้สถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งทำหน้าที่จัดหลักสูตรอบรมให้พรรคการเมืองต่างๆ ไม่ใช่จำกัดที่หลักสูตรเดิมอย่างเดียว แต่ให้คำนึงถึงความจำเป็นของพรรคการเมือง และบุคลากรของพรรคการเมือง เพื่อให้ทำงานภายใต้รัฐธรรมนูญ และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญได้ด้วย

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้