วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
รวบหนุ่มเพี้ยนคลั่ง อ้างตัวเป็นพญาครุฑ ทุบศาลหลักเมืองบุรีรัมย์

รวบหนุ่มเพี้ยนคลั่ง อ้างตัวเป็นพญาครุฑ ทุบศาลหลักเมืองบุรีรัมย์

  • Share:

ตร.รวบแล้วหนุ่มสติเพี้ยน ก่อเหตุทุบทำลายรูปปั้นสัตว์มงคล และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ภายในศาลหลักเมืองและรูปปั้น 12 นักษัตร ในสวนสาธารณะ พร้อมของกลางชิ้นส่วนนำไปซ่อนไว้ อ้างตัว เป็นพญาครุฑ ส่วนเหตุที่ทุบ เพื่อช่วยรักษาโลกใบนี้ให้อยู่ได้

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 4 ต.ค.59 พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ พร้อมด้วย พ.ต.อ.บัณฑิต อ่อนสาคร ผกก.สภ.เมืองบุรีรัมย์, พ.ต.ท.ภาณุวัฒน์ มากมูล สว.กก.สส.ภ.จว.บุรีรัมย์ ควบคุมตัว นายชินกร หรือโจ คำคง อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 292 หมู่ 10 บ้านสี่เหลี่ยมเจริญ ต.แสลงพัน อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุทุบทำลายรูปปั้นและสิ่งศักดิ์สิทธิ์หลายแห่งของเมืองบุรีรัมย์ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยจุดแรกไปที่บริเวณศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ถ.จิระ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ได้ทุบทำลายรูปปั้นมังกร รูปปั้นเสือซึ่งเป็นสัตว์มงคล โดยการทุบทำลายหู หนวดเขี้ยว แท่นหินแกะสลักรูปมังกรที่ทำพิธีไหว้เทพฟ้าดินภายในศาลหลักเมืองบุรีรัมย์ และภาพวาดบริเวณประตู “ศาลปึงเถ่ากงม่า”

จากนั้น ได้ควบคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ยังบริเวณสวนสาธารณะหน้าสำนักงานเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ซึ่งมีรูปปั้น 12 นักษัตร ที่ก่อสร้างไว้ภายในสวนสาธารณะข้างคลองละลมโบราณ ถูกนายชินกร ทุบทำลายได้รับความเสียหายบางส่วน จำนวน 7 ตัว รวมถึงรูปปั้นพระแม่ธรณีบีบมวยผมถูกทำลายเสียหายด้วย โดยมีนายกมล เรืองสุขศรีวงษ์ นายกเทศมนตรีเมืองบุรีรัมย์ พร้อมด้วยนายยุทธชัย พงศ์พณิช รองนายกเทศมนตรีเมืองบุรีรัมย์ เจ้าหน้าที่เทศบาลฯ และประชาชนที่ทราบข่าวมาดูการทำแผนประกอบคำรับสารภาพครั้งนี้ด้วย

ต่อจากนั้น ได้ควบคุมตัว นายชินกร ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ทุบรูปปั้นหัวพญานาค ตรงซุ้มประตูทางเข้าวัดป่าธรรมธีราราม (วัดป่าหลังโรงเลื่อย) ถนนหน้าสถานีรถไฟ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ก่อนจะคุมตัวส่ง ร.ต.อ.พงศกร อ่อนสลวย ร้อยเวร (สอบสวน) สภ.เมืองบุรีรัมย์ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ระหว่างการนำตัวหนุ่มเพี้ยน ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

สอบถาม นายชินกร หรือโจ พูดจาคล้ายคนเมา รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง พร้อมยอมรับว่า เป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยอ้างว่า เพื่อเป็นการปกปักรักษาโลกใบนี้ไว้ พร้อมอ้างว่า ตนเองเป็นพญาครุฑ พ่อเป็นพญาเหยี่ยว มียักษาปกปักตนเอง และช่วยเหลือตนในการกระทำดังกล่าว เพื่อให้โลกใบนี้อยู่ได้

ด้าน พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ กล่าวว่า หลังจาก พ.ต.ท.ภาณุวัฒน์ มากมูล สว.กก.สส.ภ.จว.บุรีรัมย์ พร้อมชุดสืบสวนออกสืบสวนหาข่าวเหตุคนร้ายทุบทำลายศาลเมือง กระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. วันที่ 3 ต.ค.59 ได้รับแจ้งจากประชาชนว่า พบ นายชินกร หรือโจ เดินอยู่บริเวณริมถนนสายบุรีรัมย์-ลำปลายมาศ ต.กระสัง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ลักษณะเหมือนคนเมาสุรา และมีพฤติกรรมที่อาจจะก่อความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น และกำลังสูดดมบางอย่างอยู่ในถุงพลาสติก จึงควบคุมตัวมาสอบสวน โดยนายชินกร หรือโจ ยังให้การยอมรับสารภาพว่า เป็นผู้ทุบทำลายรูปปั้นพญานาคที่วัดธรรมธีราราม รูปปั้นนักษัตรต่างๆ และทุบทำลายรูปปั้นภายในศาลหลักเมืองบุรีรัมย์ โดยการใช้มือหักเอาชิ้นส่วนรูปปั้น แล้วนำไปฝังดินเอาไว้ใต้โคนต้นจามจุรี ชุดจับกุมจึงให้นายชินกร หรือโจ พาไปดูยังจุดดังกล่าว ก็พบชิ้นส่วนรูปปั้นนักษัตร 12 นักษัตรจำนวน 4 ชิ้น เสียบวางอยู่กับพื้นดินใต้โคนต้นจามจุรี ภายในวัดธรรมธีราราม ตามคำกล่าวอ้างของนายชินกร หรือโจ จริง จึงได้ควบคุมตัวมาสอบสวนเพิ่มเติมและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขณะที่ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างความสะเทือนใจให้แก่พี่น้องชาวบุรีรัมย์ เป็นอย่างมาก เพราะถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพนับถือ ถึงแม้ความเสียหายจะมีมูลค่าไม่มากนัก แต่สิ่งที่ถูกทำลายมีคุณค่าทางจิตใจแก่ประชาชนชาวบุรีรัมย์ ซึ่งขณะนี้ทีมช่างได้เร่งซ่อมแซมรูปปั้นและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกทำลายแล้ว พร้อมจะเร่งจัดหางบประมาณ นำกล้องวงจรปิดมาติดตั้งตามจุดเสี่ยงต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะดังกล่าวซ้ำอีก.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้