วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
มท.1 สั่งตามปม อบจ.ควักงบหลวง พาคนเชียร์ทีม บุรีรัมย์ ลั่นผิดเชือดแน่

มท.1 สั่งตามปม อบจ.ควักงบหลวง พาคนเชียร์ทีม บุรีรัมย์ ลั่นผิดเชือดแน่

  • Share:

"อนุพงษ์" เผยยังไม่ทราบปม สตง.จว.ตรวจพบ อบจ.บุรีรัมย์ เบิกจ่ายเงินอุดหนุน 20 ล้าน ให้ สมาคมกีฬา จ.บุรีรัมย์ พาคนเชียร์ทีม "บุรีรัมย์ยูไนเต็ด" ลั่นพบผิดจริง ไม่ปล่อยไว้แน่ เผย คกก.สอบความรับผิดทางละเมิดไฟประดับกรุง 39.5 ล้านบาท ยังไม่ชี้ว่าผิด เตรียมระบายน้ำเข้าทุ่ง พร้อมหาหนทางเยียวยา 

เมื่อวันที่ 4 ต.ค.59 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) จังหวัดบุรีรัมย์ ตรวจสอบงบการเงินขององค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) บุรีรัมย์พบมีการเบิกจ่ายเงินอุดหนุนจำนวน 20 ล้านบาท ให้สมาคมกีฬา จ.บุรีรัมย์ นำไปใช้เป็นค่าใช้จ่าย ในการให้ประชาชนเชียร์ฟุตบอลทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ว่า ตนยังไม่เห็นเรื่องดังกล่าว แต่จะไปดูเรื่องให้ แต่โดยหลักการหากใครทำผิดตามกฎหมาย ต้องดำเนินการสอบสวนตามข้อเท็จจริง มีการลงโทษทั้งทางวินัยและทางอาญาหรือแพ่งตามกฎหมาย ทั้งนี้หากมีความผิดที่เชื่อได้ว่ามีการทุจริตจริง เราไม่ปล่อยไว้แน่ แต่ในส่วนการใช้มาตรา 44 นั้น หากมีคำสั่งออกมาก็จะมีขั้นตอนของการดำเนินการตามลำดับ

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบความไม่โปร่งใส โครงการค่าใช้จ่ายในการประดับตกแต่งไฟฟ้าเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของกรุงเทพมหานคร(กทม.) หรือโครงการอุโมงค์ไฟ 39.5 ล้านบาทว่า ในส่วนที่ มท.ดำเนินการโดยตรงคือผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่มีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการเรื่องนี้หรือไม่ ส่วนอีก 3 เรื่อง ที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ส่งมาเราได้ให้ส่วนที่เกี่ยวข้องดำเนินการ คือ 1.เรื่องดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษทางอาญา ให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ไปดำเนินการ 2.เรื่อง การสอบสวนทางวินัยข้าราชการกทม.ในส่วนนี้ กทม.จะดำเนินการ และ 3.การฟ้องร้องเมื่อมีความเสียหายเกิดขึ้น ทางคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ โครงการค่าใช้จ่ายในการประดับตกแต่งไฟฯ ยังไม่ได้จ่ายเงินจำนวน 39.5 ล้านบาท ให้กับโครงการนี้ ดังนั้นตามตัวหนังสือ คือ ยังไม่มีความเสียหายเกิดขึ้น หากมีการจ่ายเงินและเกิดความเสียหาย ถึงจะพูดถึงการเอาผิดทางละเมิดที่จะชดใช้

นอกจากนี้ พล.อ.อนุพงษ์ ยังกล่าวถึงการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำในขณะนี้ว่า การวางแผนบริหารจัดการน้ำภาพรวมเป็นเรื่องของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน เฉพาะพื้นที่ลุ่มน้ำที่มีปัญหาเรื่องน้ำหลาก ซึ่งต้องมีแนวทางในการระบายน้ำ อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กำชับให้ทำงานร่วมกัน โดยกระทรวงมหาดไทยดูเรื่องผลกระทบเป็นหลักว่าจะดำเนินการอย่างไร ขณะที่กรมชลประทานจะบริหารจัดการน้ำโดยใช้หลักแก้มลิง คือ นำน้ำไปพักไว้ในทุ่งต่างๆ แต่จะต้องไม่กระทบต่อการเพาะปลูกของเกษตรกร อย่างการทำนาอาจจะให้เกี่ยวข้าวก่อน แต่ถ้ามีผลเสียหายเกิดขึ้นทางกระทรวงมหาดไทยกำลังดูว่าจะหาทางบรรเทาได้อย่างไร จะเลื่อนวันปล่อยน้ำได้หรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้จะนำเสนอนายกฯ ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้