วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
บิ๊กตู่ไม่สอบทัวร์20ล้าน ปัดให้ฟ้องกันเอง บิ๊กป้อมแฉมีคนจ้องเล่นงาน

บิ๊กตู่ไม่สอบทัวร์20ล้าน ปัดให้ฟ้องกันเอง บิ๊กป้อมแฉมีคนจ้องเล่นงาน

  • Share:
โบ้ยฟ้องกันเอง ประวิตรแฉมีคน ตั้งใจจะเล่นงาน

“บิ๊กป้อม” แจงยิบเช่าเหมาลำ 20 ล้านบาท ขนคณะบินฮาวาย อ้างไม่มีบินตรง เลยใช้วิธีอัฐยายซื้อขนมยายอุดหนุนบินไทย “คิดว่าเขาตั้งใจจะเล่นงาน” “บิ๊กตู่” ไม่ตั้ง กก.สอบ ให้ไปฟ้องกันเอง บ่นอุบยุ่งมา 3 วันแล้วไอ้เรื่องนี้ โฆษก กห.ยันตั้งราคากลางไว้เผื่อ ปิดชื่อผู้ร่วมคณะอ้างความมั่นคง บินไทยออกโรงแจงแค่เครื่องตกรุ่น “ปึ้ง” ยกอดีตใช้เงินน้อยแต่ได้เนื้องานมากกว่า เตือนกระเป๋าฟีบใช้เงินให้น้อยหน่อย “นิพิฏฐ์” ตอกลิ่มมีเกลือเป็นหนอน สปท.ประสานเสียงเซ็ต ซีโร่องค์กรอิสระยกพวง “มีชัย” ย้ำชัดรัฐบาล คสช.ยังถือดาบ ม.44 ย้อนยุค “คึกฤทธิ์” 18 เสียงยังเป็นนายกฯ ได้ “วิษณุ” มั่นใจเลือกนายกฯ รอบเดียวจบ “สมชัย” ปูดร่นวันเลือกตั้งเร็วขึ้น “วัชระ” ซัด “ไพบูลย์” แค่เจ๊กเร่ขายยา เอาแต่เชลียร์ทำ “บิ๊กตู่” เสื่อมไว พท.ปลุกนักเลือกตั้งร่วมสกัดคนนอก “วิษณุ” โบ้ยยังไม่รู้ใครจะเซ็นลงนามจำนำข้าว รมว.คลัง-ปลัดคลัง โยนกลองกันวุ่น

ตกเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังมีการเปิดเผยข้อมูลค่าใช้จ่ายของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ที่นำคณะ 38 คน เดินทางไปร่วมประชุม รมว.กลาโหมอาเซียน-รมว.กลาโหมสหรัฐอเมริกา ที่รัฐฮาวาย สหรัฐฯ มียอดค่าใช้จ่ายสูงถึง 20.9 ล้านบาท

“บิ๊กป้อม” แจงยิบเช่าเหมาลำ 20 ล.

เมื่อเวลา 11.45 น.วันที่ 3 ต.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนำคณะ 38 คนเดินทางไปร่วมประชุม รมว.กลาโหมอาเซียนบวกสหรัฐอเมริกา ที่รัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา โดยใช้งบประมาณ 20 ล้านบาท จนถูกวิพากษ์วิจารณ์ใช้งบประมาณสูงเกินความจำเป็น ว่า การเดินทางไปรัฐฮาวาย ไม่มีสายการบินตรง ต้องต่อเครื่องทำให้เสียเวลา และไปเพียง 3 วัน จึงติดต่อไปยังสายการบินไทย เขาเสนอวิธีการและราคามา ไม่ได้เก็บเต็มราคาตามวงเงินที่มีเอกสารเผยแพร่ การใช้บริการการบินไทยเหมือนเงินจากกระเป๋าซ้ายไปกระเป๋าขวา ดีกว่าไปช่วยคนอื่น และสหรัฐฯอยากให้ไปเป็นหมู่คณะ เพื่อพูดคุยเรื่องก่อการร้าย อาชญากรรมข้ามชาติ ไอซิส ความมั่นคงทางทะเล และปัญหาทะเลจีนใต้

“คิดว่าเขาตั้งใจจะเล่นงาน”

พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เราไม่ได้ไปเที่ยว ไปทำงานพบเอกอัครราชทูต ต่อด้วยเข้าประชุม จากนั้นมีงานเลี้ยงค็อกเทลเล็กน้อย ประชุมตลอด และมีงานเลี้ยงตอนเย็น ไปวันพฤหัสบดีเช้าวันเสาร์ก็เดินทางกลับ อาหารที่รับประทานบนเครื่องเป็นอาหารไทยธรรมดา ทางสหรัฐฯชื่นชมการปรับปรุงมาตรฐานการบิน และการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ของไทยมาก อยากเอาไปเป็นแบบอย่างให้ประเทศอื่น การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวในเว็บไซต์สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อความโปร่งใส เมื่อเป็นเงินของประชาชนก็ต้องเปิดเผยให้ชัดเจน เมื่อถามว่าการหยิบเรื่องนี้มาเป็นประเด็นสะท้อนว่าเป็นเป้าโจมตีหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า คิดว่าเขาตั้งใจจะเล่นงาน แต่ยืนยันว่าไม่มีผลประโยชน์ เงินทุกบาทไม่ได้รับ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานกันเอง

“บิ๊กตู่” ไม่ตั้ง กก.สอบไปฟ้องเอง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ปัญหาทุกวันนี้ทุกเรื่องมันโยงกันทั้งหมด ข้อวิพากษ์วิจารณ์ที่เกิดขึ้นถ้าอยากจะตรวจสอบก็ขอให้ไปตรวจสอบมา เขาชี้แจงได้ก็ชี้แจงไป ดูด้วยว่าเขาทำอะไรกันอย่างไร รายละเอียดมีการชี้แจงมาแล้วไม่ใช่หรือ เมื่อถามว่าไม่จำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายว่า “โอ้ย จะไปตั้งด้วยอะไร ทำไมถึงต้องตั้ง” ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าจะได้เกิดความชัดเจนและข้อเท็จจริง พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า เรื่องนี้เป็นการทำงานของระบบ ถามว่า 1.การไปประชุมเครื่องบินมีบินตรงหรือไม่ ไม่มีใช่มั้ย จริงๆแล้วขี้เกียจตอบแทนไปฟังเขาตอบก็แล้วกัน 2.เขาไปทำประโยชน์หรือไปเที่ยว การไปประชุมต้องดูว่ามีกี่การประชุมไปคนเดียวพอหรือ การไปประชุมต่างประเทศต้องมีหลายคณะ มีระดับผู้ใหญ่ระดับล่าง

บ่นอุบยุ่งมา 3 วันแล้วไอ้เรื่องนี้

นายกฯกล่าวต่อว่า อย่ามาจับผิดจับถูกเรื่องเหล่านี้ ใครอยากฟ้องร้องก็ไปฟ้องเอา ไม่ได้อารมณ์เสีย แต่อย่าเอาปัญหาเหล่านี้มาถาม ไม่ใช่อยู่ดีๆนายกฯจะไปฟ้องเรื่องนี้ ตรวจสอบเรื่องนั้นมันมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่อยู่แล้ว ก็ทำหน้าที่กันมาในทุกเรื่อง ตนกำลังทำหน้าที่อย่างอื่นอยู่ หน้าที่ตรวจสอบการทุจริตไม่ใช่ไม่ทำ เราทำอยู่ แต่มีกลไกต้องทำขึ้นมาตามขั้นตอน จากนั้นตนก็ทำให้ ยุ่งมา 3 วันแล้วไอ้เรื่องนี้

โฆษก กห.ยันยึดตามระเบียบเป๊ะ

พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า การเดินทางไปประชุมที่ฮาวายของ พล.อ.ประวิตร และคณะ จำเป็นต้องเช่าเครื่องบินเหมาลำ เพราะต้องเดินทางเป็นหมู่คณะและไม่มีเที่ยวบินตรงจากไทย หากใช้สายการบินพาณิชย์ทั่วไปต้องต่อเครื่องหลายครั้ง และไม่ได้ทำการบินทุกวันจึงไม่เหมาะสม ขณะที่เครื่องบินของกองทัพอากาศก็ไม่พร้อม และไม่มีขีดความสามารถพอในเส้นทางดังกล่าว ต้องใช้เวลาบินถึง 19 ชั่วโมง ต้องเติมน้ำมันระหว่างเส้นทางถึง 2 ครั้ง การเช่าเหมาลำจากการบินไทยที่มีความชำนาญ และมีบริการเที่ยวบินเช่าเหมาลำจึงเหมาะสมกว่า ส่วนการคำนวณราคากลางเป็นเรื่องปกติ หน่วยงานรัฐต้องปฏิบัติตามระเบียบราชการ รวมทั้งข้อบังคับของ ป.ป.ช. และนโยบายของรัฐบาล

ตั้งราคากลางเผื่อ-แต่จ่ายตามจริง

พล.ต.คงชีพกล่าวอีกว่า การเช่าเหมายังไม่เคยกำหนดราคากลาง จึงให้บริษัทการบินไทยประมาณการค่าใช้จ่าย และเสนอหน่วยงานจัดทำเป็นราคากลางประกาศให้ทราบ ซึ่งบริษัทการบินไทยได้คิดค่าใช้จ่ายระหว่างองค์กรของรัฐตามราคาต้นทุน ตรวจสอบได้ และเรียกเก็บค่าใช้จ่ายตามที่เกิดขึ้นจริงเมื่อเสร็จภารกิจ เป็นเรื่องดีที่สังคมปัจจุบันมีความตื่นตัว เรียนรู้และมีส่วนร่วมในการทำงานของภาครัฐ เพื่อร่วมกันสร้างบรรทัดฐานการทำงานของภาครัฐ ที่เน้นเปิดเผย โปร่งใส ตรวจสอบได้ ส่วนบุคคลที่ร่วมคณะทั้ง 38 คน ปกติคณะของรมว.กลาโหมที่จะเดินทางไปราชการต่างประเทศมีประมาณไม่เกิน 10-15 คน แต่ครั้งนี้เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ต้องการให้ปรับบทบาทท่าทีการเข้าพบกับ รมว.กลาโหมของสหรัฐฯ จึงจัดเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจากกองทัพไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักนโยบายและแผนกระทรวงกลาโหม ที่ปรึกษารัฐมนตรีกลาโหมและเลขานุการรัฐมนตรีกลาโหม รวมถึงเจ้าหน้าที่ด้านธุรการ แพทย์ รวมถึงสื่อมวลชน

ปิดชื่อผู้ร่วมคณะอ้างความมั่นคง

โฆษกกระทรวงกลาโหมกล่าวต่อว่า เดินทางครั้งนี้เพื่อยืนยันความสัมพันธ์กับทางสหรัฐฯ กับผบ.ภาคพื้นแปซิฟิก และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯในเวทีระดับพหุพาคี เมื่อเช่าเครื่องบินเหมาลำแล้วจึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะนำบุคคลที่เกี่ยวข้องร่วมเดินทางไปด้วย ทำให้ดูว่ามีจำนวนคนมากขึ้น แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อบุคคลที่ร่วมเดินทางด้วยได้ ถือเป็นเรื่องความมั่นคง เป็นเจ้าหน้าที่ทั้งสิ้น ส่วนค่าอาหารบริการบนเครื่องบินที่มีราคาสูงถึง 600,000 บาทนั้น ปกติจะคำนวณเป็นรายหัวจำเป็นต้องประมาณการไว้สูง แต่หลังเสร็จภารกิจจะเบิกตามความเป็นจริง รวมถึงค่าน้ำมันเครื่องบินด้วยที่ราคาอาจสูงกว่าปกติ จึงต้องทำราคากลางไว้ และอาหารบนเครื่องบินเป็นอาหารไทยปกติธรรมดา ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ

บินไทยออกโรงแจงราคากลาง

นางอุษณีย์ แสงสิงแก้ว รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่หน่วยธุรกิจบริการการบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ราคาดังกล่าวเป็นราคากลางที่การบินไทยกำหนดขึ้นมาเท่านั้น เป็นราคาเทียบเคียงจากการให้บริการของสายการบินอื่นประกอบด้วย เพราะเป็นเส้นทางที่การบินไทยไม่เคยให้บริการมาก่อน ส่วนราคาที่จ่ายจริงยังต้องพิจารณาจากค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง อาจถูกกว่าราคากลางที่ตั้งไว้ก็ได้ ตามระเบียบของการให้บริการเครื่องบินเช่าเหมาลำของการบินไทย ต้องกำหนดราคากลางในเงื่อนไขทีโออาร์ สำหรับการใช้เครื่องบินโบอิ้ง 747-400 ขนาดจัมโบ้เจ็ตลำใหญ่ เนื่องจากเป็นเครื่องที่ไม่ได้นำมาใช้งาน เป็นเครื่องว่างที่สามารถบินได้ระยะไกล จึงนำมาให้บริการได้ แม้จะมีที่นั่งมากหรือที่นั่งน้อย ราคาค่าเช่าเหมาลำไม่แตกต่างกันมากนัก ตอนนี้การบินไทยมีเครื่องบินในระดับเดียวกัน คือ โบอิ้ง 777-300 อีอาร์ และโบอิ้ง 787 ดรีมไลเนอร์ ทั้ง 2 รุ่นเป็นเครื่องรุ่นใหม่ ไม่สามารถนำมาให้บริการเที่ยวบินเช่าเหมาลำได้ จึงเหลือโบอิ้ง 747-400 ลำดังกล่าวที่นำมาให้บริการเช่าเหมาลำได้

“ปึ้ง” เทียบอดีตใช้เงินต่างกันเยอะ

ขณะที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรีและแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สมัยเป็นรองนายกฯและรมว.ต่างประเทศ ไปประชุมงานสำคัญๆระหว่างประเทศ แทน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ และเคยไปประชุม APEC ที่ฮาวายเช่นกัน ปลัดกระทรวงฯและข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ ก็เดินทางโดยสายการบินพาณิชย์ปกติ ใช้เงินไปไม่กี่บาทไม่น่าจะถึง 2 ล้านบาท ทั้งที่เศรษฐกิจขณะนั้นดีกว่าตอนนี้เยอะ ตอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ไปต่างประเทศ นำนักธุรกิจร่วมคณะไปตามคำเชิญ เพื่อประชุมส่งเสริมการค้าขายการลงทุนระหว่างประเทศ และส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างกัน ร่วม 42 ประเทศ รวมค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อครั้งแค่ 6-7 ล้านบาท ไม่ถึง 20 ล้านบาท และประโยชน์น่าจะมากกว่ากัน แต่ยังถูกฝ่ายค้านกระแหนะกระแหน หาว่าใช้เงินหลวงสิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์ มาถึงรัฐบาล คสช.กลับใช้จ่ายเงินสูงลิ่ว อย่างที่มีข่าวว่าคราวนี้ใช้ไปกว่า 20 ล้านบาท

ถลุงให้น้อยหน่อย รบ.กระเป๋าแฟบ

นายสุรพงษ์กล่าวว่า รู้สึกเสียดายเงินหลวง ถ้าเอาไปช่วยคนยากคนจนคงไม่มีใครว่า หรือใช้เงินขนาดนี้แล้วประชาชนประเทศชาติได้ประโยชน์ มากกว่าไปยืนรับคำชมเดิมๆว่าเราแก้เรื่องการค้ามนุษย์และแก้ปัญหาการบินได้ดี ขอให้รัฐบาล คสช.ตระหนักและคิดให้รอบคอบในการใช้จ่ายเงิน งบประมาณแผ่นดิน ในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดีเช่นทุกวันนี้ อยู่ในช่วงที่รัฐบาลกระเป๋าแห้งต้องกู้เงินมาใช้จ่าย โดยพยายามจัดเก็บภาษีทุกรูปแบบ เก็บแม้กระทั่งไก่ที่ถูกเชือดในโรงเชือด

“นิพิฏฐ์” ตอกลิ่มเกลือเป็นหนอน

ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เรื่องที่หลุดออกมาคนนอกไม่รู้ข้อมูลเหล่านี้แน่ รวมถึงปมภรรยาและบุตรชายของ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม น่าจะมีคนภายในชี้เบาะแส ให้คนนอกหาข้อมูลเพิ่มเติมขยายผล ไม่ได้ตกใจเป็นปกติของผู้ที่มาจากการยึดอำนาจ ที่ช่วงท้ายจะมีเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น อย่าไปแปลกใจ ตอนนี้ทุกอย่างกำลังเดินตามรอยประวัติศาสตร์ ยิ่งอยู่นาน ข้อมูลเหล่านี้ยิ่งเล็ดลอดออกมา แต่การเช่าเครื่องบินเหมาลำเป็นวิธีปกติ ถ้าไปในนามรัฐบาลก็ทำได้ รัฐบาลจากการเลือกตั้งก็มีทำแบบนี้ แต่สะท้อนว่าคนที่มาจากการยึดอำนาจ ก็ไม่มีอะไรต่างกับคนที่มาจากการเลือกตั้ง แต่คนที่มาจากการเลือกตั้งมีภาษีดีกว่า เพราะมาจากประชาชนเลือก

รัฐบาลยึดอำนาจขอลดราคาได้

“ถามว่าจะกระทบคะแนนนิยมรัฐบาลไหม ผมไม่รู้ เราเป็นนักการเมืองมานาน ให้ดูว่าค่าน้ำมัน ค่าอาหาร แจกแจงมาให้ชัดว่าเท่าไหร่ ค่าบริการ บางส่วนขอลดราคาได้ ถ้ายังปล่อยอย่างนี้เรื่อยๆ รัฐบาลที่มาจากการยึดอำนาจ ที่กำลังได้รับคะแนนนิยมจากการกอบกู้ศรัทธาจากที่ประชาชนไม่เอานักการเมืองจะถูกตั้งคำถาม ค่าใช้จ่ายควรน้อยกว่าผู้ที่มาจากการเลือกตั้ง ผมว่านายกฯไม่ต้องจัดการอะไรเลย ถ้าไม่ประหยัดก็ใช้อย่างนี้ ถามว่ามันผิดไหม คงไม่ผิด ระเบียบเปิดโอกาสให้ทำได้ แต่ถ้าชาวบ้านยังลำบากอยู่ ถ้าเราลดค่าดำเนินการ ประหยัดให้มันน้อยกว่าหัวละ 6 แสนบาทจะได้ไหม” นายนิพิฏฐ์กล่าว

สปท.ถกข้อเสนอ พ.ร.บ.กกต.

วันเดียวกันเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) มี ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธาน สปท. เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง ข้อเสนอประเด็นสำคัญเพื่อจัดทำร่าง พ.ร.บ.คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีสาระสำคัญคือ ให้ กกต.กำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมบังคับใช้แก่ กกต. เพื่อดำเนินงานเลือกตั้งให้เข้มแข็ง มีประสิทธิภาพ ให้กระทรวงมหาดไทยจัดการเลือกตั้ง ส.ส. การสรรหา กกต.จังหวัด ต้องเป็นผู้ที่ไม่มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดที่ดำรงตำแหน่ง ต้องไม่เป็นข้าราชการประจำ หรือสมาชิกพรรคการเมือง ส่วน กกต.ชุดปัจจุบันทั้ง 5 คน ให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่า พ.ร.บ.กกต.ประกาศบังคับใช้ จากนั้นให้ กกต.ที่มีคุณสมบัติไม่ขัดตามรัฐธรรมนูญใหม่ ดำรงตำแหน่งต่อไปจนครบวาระ 7 ปี ระหว่างนั้นให้ดำเนินการสรรหา กกต.จนครบ 7 คน ให้แล้วเสร็จตามที่กฎหมายกำหนด

ยุเซ็ตซีโร่องค์กรอิสระยกเข่ง

จากนั้นที่ประชุมเปิดโอกาสให้ สปท.แสดงความเห็น อาทิ นายคำนูณ สิทธิสมาน สปท. กล่าวว่า มีข้อกังวลว่าการให้ กกต.ชุดเดิม 5 คนทำงานต่อ และให้สรรหา กกต.ใหม่เพิ่ม 2 คน ตามรัฐธรรมนูญใหม่ จะเกิดความลักลั่นหรือไม่ เพราะวาระการดำรงตำแหน่งแต่ละคนไม่เท่ากัน ส่วน พล.อ.ต.นพ.เฉลิมชัย เครืองาม สปท. กล่าวว่า อยากให้เซ็ตซีโร่องค์กรอิสระทั้งหมด เริ่มจาก กกต.เป็นที่แรก ขณะนี้องค์กรอิสระจัดหลักสูตรพิเศษอบรม ใช้งบประมาณจำนวนมาก นำนักการเมือง ข้าราชการ ทหาร มาเรียน เที่ยว ปาร์ตี้ด้วยกัน ก่อให้เกิดคอนเนกชันต่างๆ ไม่รู้เหมาะสมหรือไม่ ตนได้รับสัญญาณปลายๆมาว่า น่าจะเซ็ตซีโร่ หลังเปิดให้ สปท.ร่วมแสดงความเห็น ที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามรายงานด้วยคะแนน 150 ต่อ 5 เสียง งดออกเสียง 10

“มีชัย” ชี้รัฐบาล คสช.ถือดาบ ม.44

ช่วงบ่ายที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงข้อถกเถียงการใช้อำนาจของรัฐบาล คสช. เพื่อแก้ปัญหากรณีรัฐสภาชุดใหม่ไม่สามารถโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้ ว่า ปกติรัฐบาลที่อยู่ในช่วงการเลือกตั้ง จะมีสถานะเป็นรัฐบาลรักษาการที่มีอำนาจจำกัด คือไม่มีอำนาจยุบสภา แต่ในส่วนรัฐบาล คสช. ถูกรับรองโดยร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติ ให้เป็นรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มีอำนาจเท่ากับรัฐบาลปกติ รวมถึงอำนาจตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวมาตรา 44 แต่กรณีที่เป็นประเด็น คือ คสช. สามารถใช้อำนาจตามมาตรา 44 ยุบสภาได้หรือไม่ รัฐบาล คสช. มีอำนาจดำเนินการได้ตามที่กฎหมายกำหนด และยังมีอำนาจตราพระราชกฤษฎีกายุบสภาฯ เพื่อให้อำนาจกลับไปที่ประชาชนได้ แต่ต้องแยกว่าควรใช้หรือไม่ควรใช้ด้วย

ยังไม่เจอเจ้าสาวแต่คิดแต่งงาน

“ผมถามคุณว่าสามารถกระโดดหน้าต่างจากตึกชั้น 3 ลงไปชั้นล่างได้ไหม คุณตอบว่าได้ แต่สมควรกระโดดจริงหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง หรือคุณยังไม่รู้เลยว่าคุณจะเจอเจ้าสาวเมื่อไร แต่มานั่งเถียงกันว่าจะจัดงานแต่งงานแบบไหน เขาจะชอบหรือไม่ชอบ มันสับสน เบื้องต้นมันต้องหาเจ้าสาวก่อน ถึงจะรู้ว่าปัญหาเกิดอะไรขึ้นหรือมันอาจไม่เกิดเลยก็ได้ ดังนั้นถ้าถามกันไปเรื่อย ก็เหมือนกับการวางแผนล่วงหน้าเอาไว้นาน ทั้งที่เหลือเวลาอีกปีกว่าเกือบสองปี ดังนั้น เรื่องนี้ขอว่าอย่าไปกังวลจนนอนไม่หลับ ถามผมวันนี้วันข้างหน้าอาจเปลี่ยน แปลงก็ได้ เมื่อเกิดขึ้นจริงอาจผิดหมด เพราะสภาฯเขาอาจรวมเสียงเกิน 300 เสียงแล้วเลือกกันได้เลยก็ได้” นายมีชัยกล่าว

ย้อนยุค “คึกฤทธิ์” ยังผ่านมาได้

เมื่อถามว่ากลไกดังกล่าวจะบีบให้พรรคการ เมืองใหญ่ต้องจับมือร่วมกันเพื่อตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายมีชัยตอบว่า ไม่ขอออกความเห็น และไม่ขอพาด พิงพรรคใด แต่ด้วยกลไกการเมืองปกติ รัฐบาลต้องถูกรับรองด้วยเสียงข้างมากจากสภาฯ เหมือนยุคที่ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตหัวหน้าพรรคกิจสังคม มี ส.ส. 18 เสียงในสภาฯ ยังใช้วิธีพูดคุยกับพรรคการเมืองอื่นจนสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ จึงไม่เชื่อว่าจะเกิด เหตุที่รัฐสภาชุดใหม่ไม่สามารถเลือกนายกฯได้ เพราะร่างรัฐธรรมนูญได้ออกแบบกลไกให้ดำเนินการในประเด็นดังกล่าวเดินหน้าได้ อีกทั้งกระบวนการทางการเมือง โดยพรรคการเมืองต้องมีการพูดคุยเพื่อให้สามารถเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลได้

มั่นใจเลือกนายกฯรอบเดียวจบ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการนับวาระการดำรงตำแหน่งของนายกฯตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่า ยังตอบไม่ถูกว่าจะนับรวมถึงของเก่าก่อนที่รัฐธรรมนูญจะประกาศใช้ด้วยหรือไม่ เมื่อถามว่าคิดว่าการเลือกนายกฯจะสำเร็จได้ในรอบแรกเลยหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า เชื่อว่าได้ ไม่ยากอะไร แต่อาจเลือกหลายหน เช่น วันนี้ได้ไม่ถึง 376 เสียง พรุ่งนี้มาใหม่ มันยังไม่ข้ามขั้นตอน และไม่สำคัญว่าจะให้พรรคอันดับหนึ่งเสนอก่อน เพราะการเสนอก่อนหรือหลังไม่ต่างกัน เมื่อเสนอแล้วมาโหวตกัน เมื่อถามย้ำว่าหากโหวตนายกฯไม่ได้เรื่อยๆ ในทางการเมืองจะมีการต่อรองกันหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า “ถ้ายังเลือกกันไม่ได้ ระหว่างนั้นเขาทิ้งเวลาไว้ให้ต่อรอง คุณจะได้เห็น เก่งจะตายพวกนักการเมือง ไม่ต้องห่วงเขาหรอก วันนี้ไม่ควรไปสนใจทั้งนั้น ว่าใครจะรวมกับใคร หรือประกาศว่าจะไม่รวมกับใคร พอถึงเวลามันจะเป็นไปตามเหตุการณ์ วันนั้นจะรู้ว่าเสียงของพรรคตัวเองเป็นอย่างไร ประชาชนคิดอย่างไร สื่อจะเป็นคนช่วยสะท้อนออกมา การประชุม ครม. วันที่ 4 ต.ค. ตนจะรายงานต่อที่ประชุมถึงขั้นตอนการโหวตเลือกนายกฯ ตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

“สมชัย” ปูดร่นวันเลือกตั้งเร็วขึ้น

ที่สถาบันพระปกเกล้า นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง บรรยายพิเศษ “การเลือกตั้งในบริบทท้องถิ่น” แก่นักศึกษาหลักสูตรกฎหมายท้องถิ่นรุ่นที่ 6 ว่า คาดว่าวันเลือกตั้งจะเร็วขึ้นด้วยสาเหตุทางเทคนิค อย่างเรื่องการประกาศผลให้ได้ภายในวันที่กำหนด จึงอาจร่นวันเลือกตั้งเข้ามา คาดว่าไม่ถึงปี 61 สำหรับกรณีที่ กรธ.มีแนว คิดจะยุบ กกต.จังหวัดนั้น ยืนยันว่าควรมี กกต.จังหวัดต่อไป แต่ต้องปรับกระบวนการได้มาซึ่ง กกต.จังหวัด ด้วยการเปลี่ยนสัดส่วนที่มา ไม่เอาข้าราชการประจำมาเป็น กกต.จังหวัด เพราะข้าราชการประจำกว่าจะขึ้นตำแหน่งสูงได้ ส่วนใหญ่มักมาจากการเมือง โดยสัดส่วนที่คิดไว้ต้องหลากหลาย มีหลักว่าการเลือกตั้งต้องอยู่ในมือประชาชน ไม่ใช่ของรัฐ

ปชป.ซัด “ไพบูลย์” แค่เจ๊กเร่ขายยา

ด้านนายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายไพบูลย์ นิติตะวัน ผู้ก่อตั้งพรรคประชาชนปฏิรูป โจมตี 2 พรรคการเมืองใหญ่เล่นละครจับมือจัดตั้งรัฐบาล ว่า ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีวันจับมือกับพรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาล ไม่ใช่ละครน้ำเน่าตามที่นายไพบูลย์เข้าใจ เพราะจุดยืนและอุดมการณ์การเมืองต่างกันชัดเจน จึงต้องประกาศชัดเจนต่อสาธารณชน พรรคจะส่ง ส.ส.ลงสมัครทั่วประเทศ หากได้คะแนนเป็นลำดับ 1 หัวหน้าพรรคต้องเป็นนายกฯจะเป็นใครที่ไหนไม่ได้ นายไพบูลย์อาจเล่นละครเรียกแขกบนถนนมานาน จึงคิดว่าคนอื่นจะเป็นแบบตนเอง ไม่ต่างจากเจ๊กขายยาเร่ที่มากับหนังกลางแปลง โฆษณาสรรพคุณวิเศษสารพัด แต่ชาวบ้านซื้อไปแล้วไม่ได้ผล แต่เจ๊กขายยาได้เงินชาวบ้านไปแล้ว หาตัวไม่เจอ

เอาแต่เชลียร์ทำ “บิ๊กตู่” เสื่อมไว

นายวัชระกล่าวต่อว่า ที่สำคัญนายไพบูลย์พูดดูถูกนักการเมืองทั้งประเทศ ว่าไม่มีใครมีคุณสมบัติเท่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั้น การเชลียร์หัวหน้า คสช.จนเกินพอดีบ่อยครั้ง ทำให้ภาพลักษณ์ พล.อ.ประยุทธ์เสียหายได้ ไม่ใช่การปฏิรูปประเทศตามชื่อพรรคประชาชนปฏิรูปของนายไพบูลย์แน่ เมื่อการเลือกตั้งเริ่มขึ้น นายไพบูลย์จะรู้ว่าสิ่งที่ตนพูด ไม่ใช่ละคร และสิ่งที่นายไพบูลย์พูดไม่ใช่ความจริง

ชกข้ามรุ่น “วิษณุ” ลืมหลักการ

นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตามที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธว่าไม่เคยพูดว่าใช้มาตรา 44 ยุบสภาในกรณีไม่สามารถโหวตเลือกนายกฯได้ แต่อาจให้ใช้วิธีออกพระราชกฤษฎีกายุบสภาตามปกตินั้น ยิ่งนายวิษณุพูดก็ยิ่งถดถอยไปเรื่อย เชื่อว่าเมื่อเลือกตั้งตัวแทนประชาชนเข้ามาแล้ว จะสามารถเลือกนายกฯได้ตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ รัฐบาลชุดนี้อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว แต่สภา ผู้แทนฯที่มาจากการเลือกตั้งมาจากรัฐธรรมนูญใหม่แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จะใช้อำนาจจากไหน เพราะหลัก กฎหมายและหลักปฏิบัติ ไม่เคยรับรองให้รัฐบาลที่มาจากการยึดอำนาจมาถ่วงดุลกับสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากประชาชน นี่คือตรรกะที่นักกฎหมายทั่วไปก็คิดได้ ดังนั้นอย่ารับใช้อำนาจโดยไม่สนใจหลักการความถูกต้อง

เหน็บ “เสรี” ทำตัวเข้าภาษิตไทย

นายราเมศกล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีนายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธาน กมธ.ขับเคลื่อนการปฏิรูปการเมือง สปท.ระบุว่า เห็นด้วยกับการใช้มาตรา 44 เพื่อยุบสภา หากเลือกนายกฯไม่ได้นั้น นักกฎหมายที่แสดงความคิดเห็น ต้องอยู่บนหลักการความถูกต้อง เจ้านายพูดอะไรผิดก็ควรกล้าชี้แนะว่าสิ่งนั้นไม่ถูกต้อง อย่าเอาใจจนลืมหลักการ หากปล่อยไปเจ้านายอาจเสียหายได้ ดังนั้นไม่ว่าเจ้านายพูดเรื่องอะไร นายเสรีอย่าไปพลอยเห็นด้วยตลอด เพราะจะเข้าลักษณะตรงกับสุภาษิตไทยได้

พท.บอกเข้าสู่สังคมทหารเต็มตัว

ขณะที่นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานีพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การร่างกฎหมายลูกจะเขียนอะไรก็เชิญตามสบาย หากคิดว่าบ้านนี้เมืองนี้เป็นของคนบางกลุ่ม อยากให้ประชาชนเลิกกังวล เพราะร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้กินไม่ได้ วันนี้ประชาชนเดือดร้อนทุกซอกมุมของประเทศ กลุ่มคนมีอำนาจแทนที่จะมาแก้ปัญหากลับกลายเป็นคู่ขัดแย้งเสียเอง วันนี้ประชาชนอยู่กันยากลำบาก ควรมาเน้นแก้ไขปัญหาปากท้องของเขา ส่วนการแต่งตั้ง สนช.เพิ่มเติม ล้วนแต่เป็นทหารเกือบทั้งหมด ไม่ตรงกับคำพูดที่ว่ากฎหมายมีเยอะต้องการคนมาช่วย มันเกี่ยวกับการพิจารณากฎหมายตรงไหน และคงมีอีกครั้งช่วงการพิจารณาแต่งตั้ง ส.ว.ในอนาคต ขอให้ประชาชนพึงเข้าใจว่า ประเทศเรากำลังเข้าสู่สังคมทหารเต็มตัว ไม่ว่าท่านจะชอบหรือไม่ก็ตาม

ปลุกนักเลือกตั้งร่วมสกัดคนนอก

นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากผลการทำประชามติที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่า คสช.เหนือกว่านักการเมืองชัดเจน อีกทั้งวิธีการเลือกนายกฯตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ต้องใช้เสียง 376 ของสมาชิกรัฐสภา หากพรรค การเมืองไม่เป็นหนึ่งเดียวกัน จะได้นายกฯคนนอกตามที่ คสช.ต้องการ เห็นว่าถึงเวลาแล้วที่พรรคการเมืองจะรวมพลัง แสดงให้เห็นว่านักการเมืองสามารถทำให้ประเทศดีขึ้นได้ ด้วยการช่วยกันเลือกรายชื่อในบัญชีพรรคการเมืองที่ประชาชนเลือกมา ให้ได้เป็นนายกฯ

“บิ๊กตู่” เข้ามาเซ็ตระบบไม่ได้รังแก

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เป็นประธานกล่าวเปิดงาน “ประชาสังคมเข็มแข็ง สู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์” ว่า วันนี้เราต้องปฏิรูปทั้งระบบ ทั้งราชการ ประชาชน ที่ตนเข้ามาไม่ได้ต้องการไปรังแกใคร ต้องการเพียงเซ็ตระบบใหม่เพื่อให้ทำงานได้ก็พอ บางครั้งต้องใช้กฎหมายอาจชอบหรือไม่ชอบบ้าง แต่ทั้งหมดเพื่อให้คนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เช่นนั้นรัฐบาลถูกจับจ้องตลอด สิ่งที่กังวลขณะนี้คือทุกอย่างอยู่ในขั้นตอนการปฏิรูป ต้องใช้งบประมาณมาก จะใช้งบฯของรัฐทั้งหมดไม่มีทางเป็นไปได้ การปฏิรูปคือการทำใหม่ไม่ใช่ทำแบบเดิม และอย่าทำงานเพียงแค่ออกสื่อหรือประชาสัมพันธ์ให้เห็น

ประชดไม่เคยโยงคดีคนแดนไกล

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ที่ผ่านมาทุกอย่างมีกฎหมาย เพียงแต่ไม่ทำจริงจัง และอย่าเอาแต่ละคดีมาปนกัน คดีใครก็คดีนั้น ศาลเป็นผู้นำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตัดสิน ไม่ว่าจะเป็นตนญาติพี่น้อง ไปสอบกันมา ไม่ใช่มาโยงกัน เพราะยังไม่เคยโยงไปถึงคนที่อยู่ต่างประเทศสักที วันนี้พอจะปรับกฎหมายก็ไม่ยอม ไม่เป็นประชาธิปไตย ถามว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นมา มันคงไม่เกิดหรอก ยุบมันเลิกวันนี้ทั้งหมดกลับไปที่เก่า ตนก็พร้อม คิดจนสับสนอลหม่านไปหมดสมองเสียหาย วันนี้เห็นรูปผู้หญิงตักน้ำอาบกลางถนน มุมหนึ่งเป็นการประท้วงสร้างการรับรู้ แต่ภาพออกไปทั่วโลกคนไทยอายไหม จริงๆมีช่องทางการร้องเรียน อยู่ในความรับผิดชอบใครทำไมถึงไม่ซ่อม หรืองบฯไม่มีต้องรายงานกระทรวงมหาดไทยขึ้นมา ไม่ใช่นิ่งกันหมด ก็เกิดภาพแบบนี้แล้วตนโดนอีก ถามว่าจะตั้งกันทำไมหน่วยงานข้างล่างเป็นแถบไม่ต้องตั้งหรอก ตนสั่งคนเดียวมันเป็นไปไม่ได้ ไม่ใช่นั่งบริหารอยู่บนหอคอยงาช้าง

ดึงผักตบคนละต้นปลุกจิตสำนึก

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า วันนี้จิตสำนึกจิตสาธารณะเป็นเรื่องสำคัญ อย่างเรื่องผักตบชวามันมารวมอีกแล้วหลายล้านตัน ต้องเสียเงิน เสียกำลังคนไปมะรุมมะตุ้ม อีก 3 เดือนก็มาอีก ทำไมทุกคนไม่หยิบผักตบชวาคนละต้นมาทำลาย อดีตมีกฎหมายเรื่องผักตบ ปรับคนละ 100 บาท แต่ตอนนี้ทำไม่ได้ ยกเลิกกฎหมายไปแล้ว เพราะมองว่าเป็นการบังคับกันเกินไป แล้วจะทำอะไรได้ รวมถึงเรื่องขยะ ต้องการที่ทิ้งที่ดีขึ้น พอจะเอาขยะไปทำโรงไฟฟ้าก็ไม่ได้อีก ต่างประเทศอยากมาสร้างโรงขยะไฟฟ้าที่บ้านเราแต่ทำไม่ได้ ขยะที่มี 300 ตันทุกเดือนต้องเอาไปกองไว้ที่ประชาชนเหมือนเดิม แล้วใครได้ประโยชน์ ใครได้สัมปทาน แทนที่จะสร้างให้เกิดพลังงานไฟฟ้า ขยะก็หมดไปด้วย เรื่องโรงไฟฟ้าไม่เคยคิดเอื้อประโยชน์ใคร

ใช้ ก.ม.รับผิดทางละเมิดกับทุกคดี

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐ รัฐบาลใช้กับทุกกรณีแต่ที่ผ่านมากลับไม่ใช้เอง ถามว่าทำไมไม่ใช้ แต่ตนยึดว่าต้องทำทุกอย่างให้เสร็จภายใน 2 ปี ใน พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดไม่ใช่เอาผิดเฉพาะโครงการรับจำนำข้าว ที่ผ่านมาดำเนินการทั้งหมดแล้วกว่า 5,000 คดี เพียงแต่คนไม่ค่อยสังเกต เพราะมีความเสียหายน้อยเป็นการลงโทษกันภายใน ไม่ได้ทำเพื่อความสะใจ ไม่เกี่ยวกับเรื่องพวกพ้อง

“วิษณุ” ยังไม่รู้ใครจะเซ็นลงนาม

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงความคืบหน้าการลงนามคำสั่งทางปกครองเรียกค่าเสียหายโครงการรับจำนำข้าวกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ว่า ไม่ทราบว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. จะลงนามเองหรือไม่ ไม่ทราบเรื่องอยู่ขั้นตอนใด ส่วนกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการป้องกันและทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ใกล้ชี้มูลกรณีทุจริตการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ลอตที่ 2 ตนไม่ทราบ เพราะรู้กันอยู่ว่ายังเหลืออีก 4 สัญญาที่กำลังพิจารณา เรื่องนี้ต้องว่ากันใหม่ไปตามขั้นตอน สุดท้ายแล้วเรื่องจะไปรวมอยู่ที่ศาลฯเป็นลอตๆไป เพราะเป็นค่าเสียหายที่ทำในแต่ละครั้ง โทษอาญาเขายังไม่เอามาหักกลบกันก็บวกเข้าไป

รมว.คลัง-ปลัดฯโยนกันวุ่น

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง กล่าวว่า กำลังรอการพิจารณาจากปลัดกระทรวงการคลัง ประเด็นนี้ยังไม่มีข้อสรุป ว่านายกรัฐมนตรี รมว.คลัง หรือปลัดกระทรวงการคลัง จะเป็นผู้ลงนามเพื่อเรียกค่าเสียหาย 35,000 ล้านบาท แต่อีก 2 สัปดาห์ตนมีภารกิจต้องเดินทางไปร่วมประชุมธนาคารโลกที่ต่างประเทศ และการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) ช่วงนี้ปลัดกระทรวงการคลังจะเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด

นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน ต้องหารือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ว่าจะดำเนินการขั้นตอนต่อไปอย่างไรกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ส่วนกรณีความเสียหายอีก 80 เปอร์เซ็นต์ จะตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงต่อไป โดยเฉพาะหน่วยงานภาคปฏิบัติ

ยื่นเพิ่ม “มาร์ค” ต้นเหตุน้ำท่วม

ที่สำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ยื่นหลักฐานเพิ่มให้ ป.ป.ช.พิจารณาตรวจสอบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ กรณีบริหารจัดการน้ำผิดพลาดปี 2554 โดยนายเรืองไกรกล่าวว่า ยังมีคนบิดเบือนการบริหารจัดการน้ำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีต นายกฯ ทั้งที่น้ำเริ่มท่วมตั้งเดือน มี.ค.54 ตามหลักฐานการประชุม ครม.วันที่ 12 พ.ค.54 ที่ให้คณะกรรมการอำนวยการติดตามช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (คชอ.) ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย และหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี วันที่ 30 มิ.ย.54 ที่ ครม.สั่งการให้ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จ.น่าน รวมทั้งวันที่ 2 ส.ค.54 ให้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยระดับจังหวัด ติดตามสถานการณ์พายุโซนร้อนนกเตน ที่ผ่านเวียดนามเข้าไทย ทำให้หลายจังหวัดภาคเหนือเกิดอุทกภัย ชี้ให้เห็นว่าสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่เกิดขึ้นก่อนที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์เข้าปฏิบัติหน้าที่

แก้ลำยื่นสอบบัญชีทรัพย์สิน “อภิรดี”

นายเรืองไกรกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังยื่นหนังสือถึง ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบนางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ กรณียื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จต่อ ป.ป.ช. โดยมีข้อสงสัยว่า นางอภิรดียื่นบัญชีทรัพย์สินถูกต้องครบถ้วนต่อ ป.ป.ช.หรือไม่ กรณีการเข้าและพ้นตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ และกรณีการเข้ารับตำแหน่ง รมว.พาณิชย์ เพราะตรวจสอบเอกสารประกอบการยื่นบัญชีทรัพย์สินที่นางอภิรดียื่นต่อ ป.ป.ช. พบว่ามีรายการหนึ่งเป็นเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ วันที่ 20 ก.พ.58 จำนวน 970,000 บาท มีลายมือเขียนกำกับในเอกสารว่า “ร้านถูกใจ” จึงสงสัยว่าร้านนี้เป็นร้านค้าของกระทรวงพาณิชย์หรือไม่ และเข้ามาอยู่ในบัญชีของนางอภิรดีได้อย่างไร และยังมีทรัพย์สิน เช่น เข็มกลัดเพชร ราคา 170,000 บาท ที่ได้มาระหว่างเป็น รมช.พาณิชย์ ขอให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบด้วย ยอมรับว่าที่ยื่นตรวจสอบครั้งนี้ เพราะนางอภิรดีเซ็นหนังสือเรียกร้องค่าเสียหายในกรณีทุจริตขายข้าวจีทูจี

“บิ๊กเจี๊ยบ” ตามทวงอาวุธหายปี 53

อีกเรื่อง ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. แถลงหลังประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก (นขต.ทบ.) ระดับนายพล ว่า เป็นการประชุมแบ่งสายงานรับผิดชอบแต่ละด้าน ซึ่งย้ำด้านกำลังพล ด้านการข่าว การส่งกำลังบำรุง ด้านยุทธการ ส่วนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้จะใช้กำลังพลและประชาชนในพื้นที่ สำหรับการสนับสนุนรัฐบาล และ คสช. จะเดินตามโรดแม็ป และเน้นงานช่วยเหลือประชาชน ส่วนที่ตนห่วงใย คือ การเคลื่อนไหวของกลุ่มที่อาจใช้ความรุนแรง เพราะปี 53 มีอาวุธเจ้าหน้าที่สูญหายระหว่างปฏิบัติการ จะพยายามตามกลับคืนมาให้ได้ พบว่ายังมีกลุ่มที่เห็นต่างและมีแนวคิดใช้ความรุนแรง จึงขอให้คนไทยรักประเทศ และให้ประเทศเดินไปข้างหน้าได้

ไม่มีปฏิวัติซ้อนเลิกถามได้แล้ว

เมื่อถามว่า จะให้คำยืนยันกับประชาชนอย่างไรว่าจะไม่เกิดการปฏิวัติอีก พล.อ.เฉลิมชัยตอบว่า ถ้าพูดถึงการปฏิวัติต้องถามว่ามีเหตุผลอะไร เพราะสถานการณ์ปัจจุบันทำปฏิวัติไม่ได้ อีกทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ระบุแล้วว่าการปฏิวัติที่ผ่านมาคือครั้งสุดท้าย ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ถ้าประชาชนไม่เห็นชอบด้วย การปฏิวัติ 2 ครั้งที่ผ่านมา ทหารเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมืองและ ควบคุมสถานการณ์ ได้รับการตอบรับจากประชาชนท่วมท้น ตนเป็นทหารอาชีพ ผู้บังคับบัญชาว่าอย่างไรก็ดำเนินการตามนั้น ทุกคนไม่ต้องกังวลเรื่องปฏิวัติ ยืนยันว่าไม่มี ส่วนการปฏิวัติซ้อนเป็นไปไม่ได้ ไม่มีทาง ขอให้ลบคำนี้ไป เรื่องการปฏิวัติอยากให้ลืมไปเลย ไม่ต้องถามอีกเพราะจะไม่ตอบอีก ใน 2 ปีนี้จะเน้นการช่วยเหลือประชาชน

“บิ๊กเข้-บิ๊กแดง” ส่งมอบหน้า มทภ.1

ที่กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 1 ได้จัดพิธีรับส่งหน้าที่แม่ทัพภาคที่ 1 ระหว่าง พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ ผู้ช่วย ผบ.ทบ. กับ พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 คนใหม่ โดย พล.อ.เทพพงศ์กล่าวว่า 1 ปีที่ผ่านมา ได้รับความร่วมมือร่วมใจจากผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน ทำให้ภารกิจสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีจนได้รับคำชมเชยเป็นที่ยอมรับจากประชาชน

ย้ำปกป้องสถาบันฯภารกิจสำคัญ

ด้าน พล.ท.อภิรัชต์กล่าวว่า จะเสริมสร้างพัฒนากองทัพภาคที่ 1 ให้เป็นที่ยอมรับ ไว้วางใจทุกระดับให้เป็นที่เชื่อถือศรัทธาของประชาชนและขอตั้งปณิธานเทิดทูนสถาบันฯด้วยชีวิต และรักษาความมั่นคงปกป้องเอกราชอธิปไตยของชาติต่อไป ส่วนกรณีเว็บไซต์ที่ลงข่าวผิดๆกล่าวถึงผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ต้องยึดกฎหมายเป็นหลักคือ ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์และต้องปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม รวมทั้ง พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. อย่างเคร่งครัด พร้อมตอบสนองภารกิจรัฐบาล และ คสช.ทุกเรื่อง โดยไม่มีข้อแม้ใดๆทั้งสิ้น

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้