วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
"ดอยซ์แบงก์" ป่วนโลก!

"ดอยซ์แบงก์" ป่วนโลก!

  • Share:

ธปท.ตรวจเข้มธุรกรรมธนาคารพาณิชย์

ธปท. เกาะติดสถานการณ์ดอยซ์แบงก์ เผชิญวิกฤติ ชี้ธุรกรรมธนาคารพาณิชย์ไทย ที่มีกับดอยซ์แบงก์ไม่ซับซ้อน มีการันตีความเสียหายที่เกิดขึ้นระดับหนึ่ง พร้อมประสานงานไปยังอีซีบีตลอดเวลา ขณะที่ อีซีบีชี้สถานการณ์ขณะนี้ยังไม่ถึงทางตัน สำนักข่าวต่างประเทศ เผยล่าสุดต้องจ่ายค่าปรับเพียง 5,400 ล้านเหรียญ

นายรณดล นุ่มนนท์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงข่าว Department of Justice (DOJ) ของสหรัฐฯ ตัดสินเรียกค่าปรับธนาคารดอยซ์แบงก์ (Deutsche Bank-DB) ธนาคารขนาดใหญ่ของโลก รวม 14,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จากกรณี เกิดปัญหาซับไพรม์ ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2551 จนส่งผลให้นักลงทุนทั่วโลก ขาดความเชื่อมั่นและราคาหุ้นของดอยซ์แบงก์ ตกลงอย่างมาก ทั้งในตลาดยุโรปและสหรัฐฯขณะที่มีความกังวลถึงการลุกลามของปัญหาระบบธนาคารพาณิชย์ จากปัญหาความมั่นคงของฐานะการเงินดอยซ์แบงก์ ว่า ธปท.ได้ให้ความสำคัญ และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ ธปท.ยังได้พิจารณาผลกระทบที่อาจเกิดกับระบบสถาบันการเงินทั่วโลก และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสถาบันการเงินไทย ที่พบว่าธุรกรรมการเงินที่ดอยซ์แบงก์ ทำกับระบบธนาคารพาณิชย์ของไทย ส่วนใหญ่เป็นการทำธุรกรรมเพื่อให้เกิดสภาพคล่องของเงินตราต่างประเทศ ในลักษณะที่เป็นตราสารอนุพันธ์ที่ไม่ซับซ้อน และหากดอยซ์แบงก์ประสบปัญหาการทำธุรกรรม ซึ่งทำกับสถาบันการเงินไทย ก็ยังมีข้อตกลงที่ต้องวางหลักประกันการทำธุรกรรมในระดับหนึ่ง เพื่อจำกัดความเสียหายต่อคู่สัญญา ซึ่ง ธปท.และระบบสถาบันการเงินไทย จะติดตามความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด

“ธปท.ได้ประสานงานกับธนาคารกลางสหภาพยุโรป (ECB) ที่เป็นผู้กำกับดูแลดอยซ์แบงก์โดยตรง โดยได้รับคำตอบว่า ฐานะและสภาพคล่องขณะนี้ยังไม่น่าเป็นห่วง เพียงแต่รายได้อาจไม่เป็นไปตามแผนที่คาดไว้ ซึ่งดอยซ์แบงก์ยังมีสภาพคล่องในระดับสูง และมีความเป็นไปได้ว่าค่าปรับที่ดอยซ์แบงก์ ต้องจ่ายให้กับสหรัฐฯ จะไม่สูงเท่าตัวเลขที่เป็นข่าวออกมา”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดอยซ์แบงก์ มีผลการดำเนินงานขาดทุนติดต่อกันมาตลอดช่วงเวลาของการที่เยอรมนี เข้าไปช่วยเหลือทางการเงิน แก่ประเทศที่เกิดสภาวะเศรษฐกิจเปราะบางในอิตาลี โปรตุเกส ไอซ์แลนด์ กรีซ และเมื่อต้นปีที่ผ่านมา พบว่าผลการดำเนินงานปี 2558 ขาดทุนสูงถึง 6,000 ล้านยูโร หรือประมาณ 240,000 ล้านบาท (40 บาท/ยูโร) ทำให้ต้องปรับโครงสร้างธุรกิจ ลดขนาดของธนาคารลง และปิดกิจการใน 10 ประเทศ พร้อมปรับลดพนักงานทั่วโลกลง เริ่มจาก 15,000 คน จนถึง 35,000 คน ล่าสุดก็มีปัญหากับกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ที่เรียกเก็บค่าปรับสูงถึง 14,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 484,800 ล้านบาท (34.63 เหรียญ/บาท) ในข้อหาจำหน่ายหลักทรัพย์ที่มีสัญญาจดจำนอง เป็นต้น

ล่าสุด เมื่อวานนี้ (3 ต.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ดอยซ์แบงก์ ใกล้บรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับการจ่ายค่าปรับดังกล่าวเหลือเพียง 5,400 ล้านเหรียญ หรือเพียง 187,000 ล้านบาท เพื่อยุติการสอบสวนในคดีดังกล่าวกับสหรัฐฯแล้ว ขณะที่บริษัทยักษ์ใหญ่ของเยอรมนี ไม่ว่าจะเป็นซีเมนส์ เดมเลอร์ มิวนิครี บีเอเอสเอฟ ต่างออกมาแสดงความเชื่อมั่นว่าดอยซ์แบงก์ จะสามารถก้าวผ่านวิกฤตการณ์ทางการเงินในครั้งนี้ไปได้ด้วยความแข็งแกร่ง.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้