วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สรท.ฟันธงส่งออกไทยติดลบ 2%

สรท.ฟันธงส่งออกไทยติดลบ 2%

  • Share:

นายนพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า จนถึงขณะนี้ สรท.ยังคงยืนยันเป้าหมายมูลค่าการส่งออกสินค้าไทยปีนี้ขยายตัวติดลบที่ 2% จากปีก่อน เพราะยังมีปัจจัยเสี่ยงจำนวนมาก ซึ่งเห็นได้จากสัปดาห์ที่ผ่านมา องค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) ได้เผยแพร่รายงานสถิติการค้าโลก และคาดการณ์แนวโน้มการค้าโลกปี 2560 (TRADE STATISTICS AND OUTLOOK) โดยได้ปรับลดประมาณการเติบโตของการค้าโลกในปีนี้ลงเหลือขยายตัวเพียง 1.7% จาก 2.8% ที่คาดการณ์เมื่อเดือน เม.ย.2559 ถือว่าต่ำสุดนับแต่เกิดวิกฤติการณ์เงินครั้งล่าสุดเมื่อหลายปีก่อน และยังได้ปรับลดอัตราการเติบโตในปี 2560 ลงจากเหลือ 1.8-3.1% จากเดิมคาด 3.6% เพราะปัจจัยที่ส่งผลต่อการค้าโลกในภาพรวมยังอ่อนแอ

นอกจากนี้ ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังไม่แน่นอน จากนโยบายการควบคุมปริมาณการผลิตของประเทศผู้ส่งออกน้ำมันขนาดใหญ่, แนวโน้มการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่ยังไม่ชัดเจน ส่งผลให้เกิดการเก็งกำไรในตลาดการเงิน นำไปสู่ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนในตลาดโลก และค่าเงินบาท, สถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศ และภัยจากการก่อการร้าย ส่งผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในหลายประเทศ ขณะเดียวกันยังเป็นห่วงเรื่องความสามารถในการแข่งขัน และการปรับตัวของผู้ส่งออกไทยด้านนวัตกรรม มาตรฐานสินค้า และการศึกษาความต้องการผู้บริโภค ซึ่งมีความสำคัญมากกว่าการแข่งขันด้านราคาขาย “เงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าจากการที่ไทยเกินดุลบัญชีเดินสะพัด เกินดุลการค้า และเกินดุลบริการต่อเนื่อง เพราะนำเข้าลดลง ขณะนี้ภาคเอกชนยังไม่กล้าลงทุนใหม่ เพราะยังไม่มั่นใจว่ามีความต้องการเพิ่มขึ้นส่วนใดบ้าง”

นายนริศ สถาผลเดชา ผู้อำนวยการอาวุโส ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย หรือทีเอ็มบี กล่าวว่า มุมมอง
แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปีหน้ายังเติบโตได้ต่อเนื่องที่ 3.50% การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น จากการบริโภคสินค้าคงทนเริ่มกลับมา รายได้เกษตรกรมีแนวโน้มดีขึ้น ขณะที่ธุรกิจการแพทย์ การขนส่งและโลจิสติกส์ ชิ้นส่วนยานยนต์ ธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และอาหารแปรรูปมีศักยภาพที่จะต่อยอดการพัฒนาให้ก้าวสู่อุตสาหกรรม 4.0 และภาคการส่งออกจะกลับมาขยายตัวครั้งแรกในรอบ 5 ปี ที่ระดับ 2.3% แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก รวมถึงความไม่แน่นอนของทิศทางการเมืองของประเทศเศรษฐกิจหลัก ที่จะส่งผลต่อการเคลื่อนย้ายเงินทุนในภูมิภาค.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้